
จาก 'เสม็ด' ถึง 'ทวาย'
ผมคิดถึงทวาย เมืองชายทะเลอันดามัน ฝั่งตะวันตกของพม่า หาดทรายขาวเป็นแนวยาวหลายสิบกิโลเมตร เงียบสงบห่างไกลความพลุกพล่าน
ผมคิดถึงทวาย เมืองชายทะเลอันดามัน ฝั่งตะวันตกของพม่า หาดทรายขาวเป็นแนวยาวหลายสิบกิโลเมตร เงียบสงบห่างไกลความพลุกพล่าน เป็นสวรรค์ของการพักผ่อนโดยแท้ 3 ครั้งคราที่มีโอกาสไปเยือน เสน่ห์ของทวายก็ยิ่งตราตรึง หากในอนาคตเส้นทางคมนาคมเชื่อมถึงกันได้สะดวก ระยะทางแค่เพียง 200 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ทวายจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนที่ขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่ง
หรือทวายอาจเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมขนาดใหญ่!
สายลมพลิ้วเหนือท้องทุ่ง รสชาติหอมหวานของน้ำตาลเมาทวาย ความประหวั่นต่ออนาคตกาลที่กำลังเปลี่ยนแปลงของเพื่อนชาวทวายก็พักวางลงชั่วคราว
บางทีสิ่งที่ผุดพร่างขึ้นในขณะนั้นอาจเพียงวาบหนึ่งของความงดงาม ในความรู้สึกที่ได้รัก
อาจารย์มหาวิทยาลัยทวาย ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ท้องถิ่นขยับกีตาร์เปล่งทำนอง พร้อมกับที่เพื่อนชาวทวายเอื้อนเอ่ยบทเพลง “นางพยาบาล”
“ฉันไม่เคยรักใครมาก่อน จนได้พบเธอ นางพยาบาล”
เนื้อหาในเพลงอาจไม่มีความหมายสักเท่าใด แต่ประวัติที่มาของบทเพลงนั้นประทับใจ
71 ปีก่อน ทหารกะเหรี่ยงนายหนึ่งแต่งเพลงนี้ให้กับผู้บัญชาการของพวกเขา “อู อองซาน” นายพลหนุ่มวัย 27 ปี
อองซานซูจี เขียนถึงพ่อของเธอไว้ว่า อู อองซาน ชวนเพื่อร่วมอุดมการณ์ 30 คน ซึ่งเรียกกันว่ากลุ่ม 30 สหาย หลบออกจากพม่าซึ่งอยู่ใต้ปกครองของอังกฤษ ไปฝึกการรบที่เกาะไหหลำ
เมื่อทุกอย่างพร้อม ในเดือน ธ.ค. 2484อู อองซาน ประกาศจัดตั้งกองทัพเพื่อเอกราชพม่าขึ้นที่กรุงเทพมหานคร เขาได้รับเลือกเป็นผู้บัญชาการ และนำสมาชิกกลุ่มแรกกลับเข้าพม่า
การกอบกู้เอกราชของชาตินั้นหนักหนาสาหัส ไม่นานผู้บัญชาการหนุ่มก็ล้มป่วยเข้าโรงพยาบาล และได้พบกับ “ขิ่นต์จี” นางพยาบาลสาวสวย
ภารกิจกู้ชาติแม้นหนักหนา แต่ในใจยามได้รักก็สาหัสไม่น้อยกว่ากัน
ทั้งหนุนเสริมและบั่นทอน กลไกของความรักทำหน้าที่สองอย่างนี้ควบคู่สลับกันไปเสมอ
ทหารกะเหรี่ยงคนนั้นคงเข้าใจความรู้สึกของนายพลหนุ่มดี
อาจเช่นเดียวกับเพื่อนชาวทวาย พวกเขาต่อสู้เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงนั้นส่งผลกระทบน้อยที่สุด แต่มิใช่เรื่องง่าย การต่อสู้นั้นหาใช่ฝันหวานถึงอุดมการณ์ แต่ความจริงมากมายที่เผชิญล้วนแล้วแต่ฉกาจฉกรรจ์ บางทีสิ่งที่ประโลมให้ผ่อนคลาย คงเป็นความงามบางอย่างในใจ การได้รัก ความหวังถึงอนาคต หรือการปกป้องแผ่นดินเกิด
ผมคิดว่าเพื่อนชาวทวายโชคดีกว่าเพื่อนนักต่อสู้ในเมืองไทยแผ่นดินเกิดของผมมาก อย่างน้อยอิทธิพลของทุนก็ยังไม่อาจครอบงำแบ่งแยกผู้คน คู่ขัดแย้งก็ชัดเจนไม่คลุมเครือ อีกทั้งความผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ก็เป็นบทเรียนให้คนทวายเห็นเป็นตัวอย่าง
เพื่อนทวายอาจคิดว่าสังคมแห่งเสรีภาพจะช่วยให้ผู้คนเข้าใจปัญหาที่อาจส่งผลในอนาคต แต่สำหรับผมนั้นลังเลที่จะตอบคำถามนี้
แน่นอนเรามีเสรีภาพให้เรียกร้องสิทธิ แต่โครงสร้างในหลายๆ ส่วนก็ไม่พร้อมที่จะชี้ขาด ไม่ต้องพูดถึงความเห็นต่างในประเด็นการพัฒนา ซึ่งผู้คนอีกไม่น้อยคาดหวังถึงประโยชน์ที่จับต้องได้เฉพาะหน้า
อากาศยังพอหายใจได้ น้ำทะเลยังใส กุ้ง หอย ปู ปลา อาหารทะเล ก็ยังมีให้กิน ทุนใหญ่ทั้งหลายก็รับปากแล้วนี่ว่าจะดูแลสภาพแวดล้อม ถ้าไม่ทำโครงการพัฒนา บ้านเราจะล้าหลัง เศรษฐกิจไม่ดี เราจะอดอยาก ผลกระทบสุขภาพกับสิ่งแวดล้อมเอาไว้ให้เกิดปัญหาแล้วค่อยไล่เบี้ยกัน
นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคนเสรีภาพที่เพื่อนทวายยังไม่เคยเผชิญ สิ่งที่เพื่อนเผชิญแค่การคุกคามจำกัดเสรีภาพโดยรัฐนั้น มันไม่หนักหนาสักเท่าไหร่ วันหนึ่งรัฐอาจเปลี่ยน และวันหนึ่งผู้คนจะเปลี่ยน ความแตกแยกเห็นต่างของผู้คน ความอ่อนแอของโครงสร้างที่จะชี้ขาดตัดสิน จะเป็นโจทย์ใหม่ที่ท้าทายอย่างมากที่สุด
และที่น่ากังวลอีกอย่างหนึ่งอนาคตผู้คนจะอยู่กันอย่างไร ในเมื่อฝ่ายหนึ่งอคติและกล่าวหาว่าอีกฝ่ายจ้องแต่กอบโกยและทำลาย
ในความจริงนั้นโลกมีทั้งด้านที่สวยงามและโสมม เพียงแต่ว่าเราอยากยืนอยู่ที่ด้านไหน หรือ ณ จุดใด ตำแหน่งใด เพื่อไม่ต้องมองเห็นอีกด้านหนึ่ง เพื่อที่จะอยู่โดยเชื่ออย่างสนิทใจว่า ด้านของเรานั้นดีที่สุด
เพียงแต่ ณ พรมแดนที่ทั้งด้านสวยงามและไม่งาม ปนเปกันจนยากแยกแยะ มีคนกลุ่มหนึ่งที่พยายามขยายพื้นที่ซึ่งงดงามให้กว้างขวางยิ่งขึ้น







