
ทำไมต้องนิรโทษกรรม
ท่านผู้อ่านหลายท่านเห็นคำว่า “นิรโทษกรรม” อาจจะเบือนหน้าหนี แต่วันนี้ทุกท่านคงจะพบเห็นร่วมกันอย่างหนึ่งว่า การผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ได้นำมาซึ่งความวุ่นวายในระดับหนึ่ง
ท่านผู้อ่านหลายท่านเห็นคำว่า “นิรโทษกรรม” อาจจะเบือนหน้าหนี แต่วันนี้ทุกท่านคงจะพบเห็นร่วมกันอย่างหนึ่งว่า การผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ได้นำมาซึ่งความวุ่นวายในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นทั้งในสภาและนอกสภา
คราวที่แล้วได้คุยกันไปว่าใครจะได้ประโยชน์จากการนิรโทษกรรมบ้าง ซึ่งในส่วนของประชาชนก็ได้เคยพูดคุยกันไปว่าหากพวกเขาได้กระทำการอันรับรองไว้โดยรัฐธรรมนูญ และไม่ได้ไปกระทำผิดกฎหมายอื่นใด พวกเขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ดังนั้นก็ไม่ต้องมาพูดกันเรื่องโทษ เช่น พวกที่เข้าร่วมในการชุมนุม แต่ไม่ได้เป็นคนที่ปลุกปั่น ยุยง หรือเป็นผู้ก่อความรุนแรง
อย่างไรก็ดี หากจะให้บุคคลเหล่านี้ได้รับความสบายใจ การนิรโทษกรรมก็ถือว่าเป็นการให้ความสบายใจอย่างหนึ่งได้ ซึ่งผมได้เคยให้ความเห็นไว้เหมือนกันว่า ลำดับแรกถ้าจะนิรโทษกรรม ก็ให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุม โดยเขียนไว้ชัดเจนว่าไม่รวมแกนนำ โดยไม่ต้องทำไร้เดียงสากันว่าจะไม่สามารถระบุแกนนำ หรือไม่อาจจะนิยามแกนนำได้
บรรดาความผิดทั้งหลายที่เชื่อมโยงกับการชุมนุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้การติดต่อสื่อสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพวก Facebook, Twitter, Skype หรืออะไรต่อมิอะไรในโลกสื่อสังคม (Social Media) ทั้งหลายที่กระทำผ่านอินเทอร์เน็ตกัน ที่ไม่ได้เป็นความผิดตามกฎหมายอยู่แล้ว นั่นคือเป็นการแสดงความคิดเห็นที่ประชาชนจะสามารถมีได้ ก็ไม่ได้เป็นความผิด ไม่ต้องมีการรับโทษตามกฎหมายอยู่แล้ว จะต้องไปนิรโทษกรรมอะไร ส่วนบรรดาที่เข้าข่ายจะถือได้ว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย ก็จะต้องพิจารณา และดำเนินการนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นลำดับไป
นอกจากนั้น ก็จะมีบรรดาผู้ที่ถูกคุมขังอยู่ทั้งหลายก็จะต้องไปใช้การนิรโทษกรรมเพื่อให้บรรดาบุคคลเหล่านี้ได้รับอิสรภาพทำไม ที่ว่าเช่นนี้ไม่ใช่เห็นด้วยกับการให้จองจำพวกเขา หากแต่ยังต้องมีการพิสูจน์ในกระบวนการยุติธรรมให้ชัดแจ้งว่าการกระทำของพวกเขาถือว่าเป็นความผิด และจะต้องรับโทษตามกฎหมายหรือไม่ ดังนั้น สิ่งที่เป็นปัญหาคือ การพิจารณาให้มีการปล่อยชั่วคราว ไม่ใช่ไปนิรโทษกรรมให้ไม่มีความผิดเลย
ที่เหลือๆ เช่น เรื่องการรัฐประหารเมื่อคราว 19 ก.ย. 2549 และเรื่องราวสืบเนื่อง เรื่องข้อหา ข้อกล่าวหา คดี หรือการพิจารณาคดี โดยเฉพาะต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ยกขึ้นมาเป็นประเด็น เป็นเรื่องๆ อย่าเหมาติเรือทั้งโกลนว่าการรัฐประหารก่อให้เกิดความเลวทรามทุกอย่าง
หากนำเอาทุกสิ่งทุกอย่างมารวมกันหมด แล้วใช้วิธีไล่ไปจากร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับนายวรชัย เหมะ แล้วค่อยเอานั่นเอานี่มาต่อไปเรื่อยๆ แล้วจะบอกว่าทั้งหลายทั้งปวงนั้นทำเพื่อประชาชน ก็เห็นๆ กันอยู่แล้วว่าประชาชนโดยรวมไม่ได้มีความผิด ไม่ได้ต้องถูกลงโทษอันใด
นิรโทษกรรมทำไม ในเมื่อมีสิ่งอื่นให้ทำได้ และไม่ก่อให้เกิดปัญหาในบ้านเมือง







