
ปูดึง 'แบลร์-อันนัน' กระตุกปฏิรูปการเมือง
หลังดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้สภารับหลักการในวาระที่ 1 ได้สำเร็จ รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยก็เดินหน้าต่อยอดการปฏิรูปการเมืองทันที
หลังดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้สภารับหลักการในวาระที่ 1 ได้สำเร็จ รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยก็เดินหน้าต่อยอดการปฏิรูปการเมืองทันที แม้ข้อเสนอนี้หลายฝ่ายมองว่าแค่เป็นเกมลดความร้อนแรงในช่วงการคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเท่านั้น
ทั้งนี้ เพราะหลายฝ่ายไม่เชื่อมั่น ว่า “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี จะมีความจริงใจต่อการปฏิรูปการ เมือง เพราะสองปีที่อยู่ในอำนาจยังไม่เคยได้ยินนายกฯ พูดถึงเรื่องนี้เลย นอกจากช่วงแถลงนโยบายก่อนเข้ารับตำแหน่ง ที่ประกาศจะนำนโยบายปรองดองเป็นวาระเร่งด่วน
ที่สำคัญคนในรัฐบาลและพรรคเพื่อไทยรวมถึงคนเสื้อแดง ต่างได้แสดงทีท่าจะเดินหน้าแก้ไขกฎหมาย หรือแก้ปมประเด็นที่เป็นอุปสรรค เพื่อให้รัฐบาลอยู่นานที่สุด รวมถึงการนำ “ทักษิณ ชินวัตร” กลับประเทศ จึงทำให้พรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มต่างๆ ฟากตรงกันข้ามกับรัฐบาลประกาศไม่เข้าร่วม
อย่างไรก็ตาม “ยิ่งลักษณ์” ยืนยันหนักแน่นจะเดินหน้าปฏิรูปการเมืองอย่างจริงจัง พร้อมสั่งการให้ “พงศ์เทพ เทพกาญจนา” รองนายกฯ และ “วราเทพ รัตนากร” รมต.ประจำสำนักนายกฯ เดินสายเชิญบุคคลที่เคยมีบทบาททางการเมืองและแกนนำกลุ่มต่างๆ ทุกฝ่ายเข้าร่วมกระบวนการปฏิรูปครั้งนี้
ขณะเดียวกันจะเชิญบุคคลสำคัญในเวทีโลกที่มีบทบาทในเรื่องของประชาธิปไตยและความปรองดอง จะเน้นการนำเอาประสบการณ์จากประเทศที่ประสบความสำเร็จแล้ว หรือมีการปฏิบัติแล้ว เพื่อให้คนไทยได้รับทราบ เพื่ออย่างน้อยจะรู้ว่าในอนาคต หากอยากเห็นความสำเร็จก็จะมีกรณีตัวอย่างในหลายแบบ
“เวลานี้ โทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร โคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ และตัวแทนจากสำนักข่าวอัลจาซีราห์ ได้ตอบรับคำเชิญแล้ว โดยจะมีการเปิดเวทีในช่วงต้นเดือน ก.ย.นี้” ยิ่งลักษณ์ กล่าว
ด้าน “พงศ์เทพวราเทพ” หลังได้รับคำสั่งก็เดินสายไปเชิญบุคคลสำคัญทันที โดยวันที่ 9 ส.ค. ได้เชิญ “พิชัย รัตตกุล” อดีตประธานรัฐสภา อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมเวทีปฏิรูปการเมืองถึงบ้านพัก
“ผมเคยเป็นนักการเมืองมา อย่างคำกล่าวที่บอกว่า ทหารแก่ ทหารเฒ่าไม่ตาย เพียงแต่จะจางหายไป ผมก็เหมือนกันที่ว่า นักการเมืองเฒ่าไม่ตาย เพียงแต่จะจางหายไป แต่ก่อนที่จะจางหายไป ถ้ามีอะไรที่ทำได้เพื่อส่วนรวมผมยินดี และจะทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ บั่นปลายชีวิตแล้วถ้าสามารถทำอันนี้ ไม่ว่าใครก็ดีใจ ข้อสำคัญต้องอย่าเอาเรื่องส่วนตัว เรื่องของพรรคเป็นที่ตั้ง เพราะหากเอาพรรคเป็นที่ตั้งก็จะไม่สำเร็จ” พิชัย กล่าวหลังได้รับเชิญ
ขณะที่ “พงศ์เทพ” บอกว่า เวทีปฏิรูปการเมืองจะมีผู้เข้าร่วมไม่เกิน 100 คน แต่จะต้องไม่ต่ำกว่า 50 คน เพื่อจะได้มีความคิดเห็นที่หลากหลาย ซึ่งในเบื้องต้นจะประชุมกันในวันที่ 13 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล โดย “ยิ่งลักษณ์” เป็นประธาน
หลังจากนั้นคณะสองเทพเดินทางไปเชิญ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ผลเป็นตามคาด
“พรรคภูมิใจไทยยินดีหากเวทีดังกล่าวจะทำให้บ้านเมืองมีความสงบสุข ส่วนตัวฝันที่จะให้เกิดความปรองดองมานานแล้ว หากอะไรที่สามารถทำได้ก็ยินดี และถือเป็นหน้าที่ของทุกคน” อนุทิน กล่าว
ย้อนกลับไปดูเบื้องหลังการลงมติรับหลักการในวาระที่ 1 ของร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ปรากฏว่า สส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ของ “อนุทิน” งดออกเสียงถึง 13 คน ซึ่งเป็นกลุ่ม “เนวิน ชิดชอบ” ทั้งที่ระหว่างการอภิปรายได้แสดงความคิดเห็นคัดค้านการเสนอกฎหมายดังกล่าว โดยเฉพาะ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ สส.นครราชสีมา ได้เรียกร้องให้ถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมออกไป แต่ได้หายตัวไป ไม่ยอมลงคะแนน ส่วน สส.กลุ่ม “สมศักดิ์ เทพสุทิน” 9 คน ลงคะแนนสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมทั้งหมด
นอกจากนี้ “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ก็เป็นอีกคนที่งดออกเสียง ซึ่งตรงกันข้ามกับ “ชัยวัฒน์ ไกรฤกษ์” สส.บัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย ได้ลงมติเห็นด้วย
“ผมมองว่า การนิรโทษกรรมควรจะมี แต่เมื่อการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แล้วเกิดเหตุการณ์ม็อบหรือความแตกแยกในสภาอยู่อีก ก็ของดออกเสียงดีกว่า แม้การงดออกเสียงของผมจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ แต่ก็อยากให้สังคมเข้าใจในสิ่งที่ผมทำ” ชูวิทย์ กล่าว
ด้าน “นพดล ปัทมะ” ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ติดตามการพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวแล้วมีความรู้สึกดีใจที่กฎหมายฉบับนี้ผ่านวาระแรกในสภา
ในขณะที่ท่าทีพรรคประชาธิปัตย์นั้น “ชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต” โฆษกพรรคแถลงยืนยันว่า พรรค ปชป.จะไม่เข้าร่วมวงเสวนาหารือใดๆ ทั้งสิ้นตราบใดที่กฎหมายนิรโทษกรรมยังค้างในสภา เพราะจะไม่ตกเป็นเครื่องมือในการสร้างปาหี่ปรองดองอย่างแน่นอน ส่วนที่ตัวแทนรัฐบาลจะไปพบ พิชัย อดีตหัวหน้าพรรค ปชป.นั้น เป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรค
“จุดยืนของพรรคชัดเจนตามที่ผมได้ยืนยันไปแล้วว่า ไม่เข้าร่วมวงเสวนาใดๆ ทั้งสิ้น ตราบใดที่ยังมีกฎหมายนิรโทษกรรมค้างอยู่ในสภา และขอเตือนว่า ถ้ารัฐบาลยังไม่มีความจริงใจไม่ต้องหวังความปรองดอง ไม่ต้องหวังจะมีความสงบสุขในประเทศ” ชวนนท์ ระบุ
ฉะนั้น หลังจากนี้ต้องตามติดเวทีปฏิรูปการเมืองที่รัฐบาลขับเคลื่อนครั้งนี้ว่าประสบความสำเร็จ หรือเป็นเพียงแค่ลมปากผู้มีอำนาจ ซึ่งจะเป็นบทพิสูจน์ประเทศไทยจะผ่านพ้นวิกฤตหรือเดินลงเหวกันแน่







