posttoday
เลือก"อรรถพล ใหญ่สว่าง"เป็นอัยการสูงสุด

เลือก"อรรถพล ใหญ่สว่าง"เป็นอัยการสูงสุด

09 สิงหาคม 2556

ที่ประชุมกรรมการอัยการ มีมติเลือก อรรถพล ใหญ่สว่าง เป็นอัยการสูงสุดคนที่ 11

ที่ประชุมกรรมการอัยการ มีมติเลือก อรรถพล ใหญ่สว่าง เป็นอัยการสูงสุดคนที่ 11

ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ ได้มีการประชุมคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) ซึ่งมีนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด เป็นประธาน มีวาระพิจารณาลงมติเลือกอัยการสูงสุดคนใหม่ แทนนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ ที่จะเกษียณราชการในวันที่ 30 ก.ย. 56

โดยการพิจารณาเลือกอัยการสูงสุดคนใหม่ ครั้งนี้พบว่า ในตำแหน่งรองอัยการสูงสุด 6 คน มีนายอรรถพล ใหญ่สว่าง รองอัยการสูงสุด ลำดับที่ 2, นายตระกูล วินิจนัยภาค รองอัยการสูงสุดลำดับที่ 4 และนายวุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ รองอัยการสูงสุด ลำดับที่ 6 ที่อายุราชการยังไม่ครบเกษียณ โดยนายอรรถพล ดำรงตำแหน่งรองอัยการสูงสุดที่มีอาวุโสสูงสุดในจำนวน 3 คน

ที่ประชุม ก.อ.ทั้ง 15 คน พิจารณาคุณสมบัติแล้ว ลงมติเอกฉันท์เลือก นายอรรถพล ใหญ่สว่าง รองอัยการสูงสุด ลำดับที่ 2 ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วน แต่งตั้งเป็นอัยการสูงสุดคนที่ 11 โดย ก.อ. จะเสนอให้วุฒิสภาเห็นชอบทันก่อนวันที่ 1 ต.ค. 56

ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญฯ ปี 2550 มาตรา 255 บัญญัติให้ ก.อ.เสนอมติแต่งตั้งอัยการสูงสุด ให้วุฒิสภาให้ความเห็นชอบ โดยให้ประธานวุฒิสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งอัยการสูงสุดต่อไปซึ่งภายหลังเสนอวุฒิสภาแล้วจะพิจารณาคุณสมบัติของบุคคลนั้นว่าเหมาะสมหรือไม่ โดยจะต้องมีการลงคะแนนโหวต ซึ่งหากวุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบก็จะส่งรายชื่อกลับมาให้ก.อ.พิจารณาดำเนินการเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสมใหม่

นายอรรถพล ใหญ่สว่าง เกิดเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2493 อายุ 63 ปี โดยเหลืออายุราชการที่จะดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุด 2 ปีจนถึง 30 ก.ย. 2558 จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ (เกียรตินิยมดี) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และปริญญาโท จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้รับปริญญานิติศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากม.รามคำแหง รวมทั้งจบหลักสูตรเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งชาติเนติบัณฑิต นอกจากนี้ ยังได้เข้าร่วมหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่น 17,วิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า รุ่น13,สถาบันวิทยาการตลาดทุน รุ่น13 และหลักสูตรนักบริหารระดับสูง รุ่น 24

นายอรรถพล ได้เข้ารับราชการตำแหน่งอัยการเมื่อปี 2518 ซึ่งระหว่างปฏิบัติหน้าที่ได้รับความเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งอัยการมาโดยตลอด โดยได้ดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เมื่อปี 2546-2548 ซึ่งได้ร่วมพิจารณาคดีสำคัญๆ เช่น คดีของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ( คตส.)รวมทั้งคดียุบพรรคไทยรักไทยและพรรคประชาธิปัตย์  พร้อมทั้งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดในช่วงดังกล่าว ก่อนเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการ ( ก.อ.) เมื่อปี 2548-2549 และได้ขึ้นเป็นผู้ตรวจราชการอัยการ และหัวหน้าผู้ตรวจราชการอัยการ เมื่อปี2550-2552 กระทั่งเป็นขึ้นดำรงตำแหน่งรองอัยการสูงสุด เมื่อปี 2552

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย