
"การจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ในประเทศไทย"
ที่ผ่านมาการพัฒนาถนนโครงการตามผังเมืองเป็นไปอย่างล่าช้า ส่งผลให้ประชาชนที่มีที่ดินในบริเวณแนวถนนโครงการไม่สามารถก่อสร้างอาคารหรือพัฒนาพื้นที่ได้ รวมทั้งพื้นที่โดยรอบก็ไม่สามารถพัฒนาตามแนวทางที่ผังเมืองรวมได้กำหนดไว้ กรมโยธาธิการและผังเมืองตระหนักในเรื่องนี้ดีจึงมีนโยบายให้การจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่เป็นเครื่องมือในการพัฒนาตามผังเมือง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในวงกว้างได้อย่างรวดเร็วขึ้น โดยดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติการจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. 2547
ที่ผ่านมาการพัฒนาถนนโครงการตามผังเมืองเป็นไปอย่างล่าช้า ส่งผลให้ประชาชนที่มีที่ดินในบริเวณแนวถนนโครงการไม่สามารถก่อสร้างอาคารหรือพัฒนาพื้นที่ได้ รวมทั้งพื้นที่โดยรอบก็ไม่สามารถพัฒนาตามแนวทางที่ผังเมืองรวมได้กำหนดไว้ กรมโยธาธิการและผังเมืองตระหนักในเรื่องนี้ดีจึงมีนโยบายให้การจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่เป็นเครื่องมือในการพัฒนาตามผังเมือง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในวงกว้างได้อย่างรวดเร็วขึ้น โดยดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติการจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. 2547
การจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่เป็นการนำแปลงที่ดินหลายแปลงมารวมกันแล้วจัดระเบียบแปลงที่ดินใหม่ไปพร้อมๆ กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ประปา ไฟฟ้า หรือสวนสาธารณะในบริเวณนั้น โดยหลังการจัดรูปที่ดินแปลงที่ดินใหม่ทุกแปลงจะอยู่ติดถนนที่ได้มาตรฐาน การดำเนินการเป็นไปตามความยินยอมของเจ้าของที่ดินที่เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐ (Public Private Partnership ; PPP) อย่างเป็นธรรม เสมอภาค ตามหลักการประชาธิปไตย
ทั้งนี้ เจ้าของที่ดินจะต้องร่วมรับภาระคือ การปันส่วนที่ดินบางส่วนของตนมาเพื่อก่อสร้างถนนและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ตลอดจนเป็นพื้นที่จัดหาประโยชน์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการดำเนินการ ซึ่งการปันส่วนที่ดินนั้นมีหลักการคำนวณที่ชัดเจนตรวจสอบได้ อีกทั้งยังเป็นการดำรงรักษากรรมสิทธิ์และทรัพย์สินของประชาชนให้คงอยู่ เมื่อที่ดินได้รับการพัฒนาแล้วเจ้าของที่ดินยังคงอยู่ในที่ดินเดิมหรือใกล้เคียง โดยไม่ต้องย้ายออกไปดังเช่นวิธีการเวนคืนที่ดิน
กรมโยธาฯ มีนโยบายที่จะนำวิธีการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่มาใช้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง โดยกำหนดนโยบายการก่อสร้างถนนตามผังเมืองรวม ไม่ต้องเวนคืนที่ดินซึ่งวิธีการเวนคืนที่นั้นรัฐจะต้องใช้งบประมาณมากและเป็นการส่งเสริมให้เอกชน (เจ้าของที่ดิน) เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการพัฒนาเมือง และพัฒนาพื้นที่เพื่อให้เกิดระบบโครงข่ายคมนาคมขนส่งที่สมบูรณ์และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของประเทศ
นอกจากนี้ ยังสามารถนำวิธีการจัดรูปที่ดินมาใช้ในการพัฒนาพื้นที่ เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วมและการบริหารจัดการน้ำได้อีกด้วย อย่างเช่น ในประเทศญี่ปุ่นมีโครงการจัดรูปที่ดินหลายโครงการที่เป็นการพัฒนาเมืองใหม่พร้อมกับสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การดำเนินโครงการจัดรูปที่ดินฯ เท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างชุมชนน่าอยู่อย่างยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนด้วย
ยกตัวอย่างเช่น โครงการ Koshigaya Lake Town ซึ่งเป็นโครงการจัดรูปที่ดินฯ ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ ยังสามารถใช้วิธีการจัดรูปที่ดิน เพื่อการฟื้นฟูชุมชนหรือพื้นที่ที่ประสบภัยได้อีกด้วย
การจัดรูปที่ดินกับการบริหารจัดการน้ำ
ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันอุทกภัย
พื้นที่ต้นน้ำ – กักเก็บน้ำและดูดซับน้ำในพื้นที่ต้นน้ำไว้ให้มากที่สุด โดยการปลูกป่า เพาะชำกล้าไม้ ปลูกหญ้าแฝก ทำฝายชะลอน้ำ พื้นที่ต้นน้ำมีความสำคัญในการชะลอน้ำไม่ให้ไหลบ่าอย่างรุนแรง โดยมีพื้นที่ป่าเป็นแรงสำคัญในการดูดซับน้ำ
พื้นที่กลางน้ำ – ชะลอน้ำและกักเก็บน้ำไว้ตามแหล่งธรรมชาติ โดยบริหารจัดการปริมาณน้ำในเขื่อนให้เหมาะสม จัดเตรียมพื้นที่รับน้ำนอง 2.1 ล้านไร่ และซ่อมแซม ปรับปรุงประตูน้ำ คันกั้นน้ำ พื้นที่กลางน้ำ มีหน้าที่ชะลอน้ำและรองรับน้ำ จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำร่วมกับการจัดการประตูระบายน้ำและการระบายน้ำตลอดแนวพื้นที่กลางน้ำ เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วมให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด
พื้นที่ปลายน้ำ – เร่งระบายน้ำลงตามคูคลอง ทะเล เพื่อปกป้องพื้นที่เศรษฐกิจ โดยการขุดลอกคูคลอง การเพิ่มความสามารถในการระบายน้ำ ซ่อมแซมและปรับปรุงประตูกั้นน้ำ ทำแนวปิดล้อมพื้นที่สำคัญ พื้นที่ปลายน้ำมีหน้าที่รองรับน้ำจากแม่น้ำสายต่างๆ ก่อนจะไหลลงสู่ทะเล
แนวทางการศึกษาเพื่อพัฒนาผังเมืองในการบริหารจัดการน้ำท่วม
ยุทธศาสตร์
ใช้มาตรการผังเมืองเพื่อเยียวยา ลดผลกระทบ และป้องกันน้ำท่วม
ยุทธวิธี
1.กำหนดพื้นที่เสี่ยงภัย
2.กำหนดพื้นที่สีเขียวเป็น Floodway
3.กำหนดพื้นที่กักน้ำ (แก้มลิง)
4.กำหนดแนวทางการขยายเมืองในพื้นที่ต่ำ
5.กำหนดพื้นที่ใหม่เพื่อลดความเสี่ยง
6.กำหนดการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่กั้นทางเดินน้ำ
7.กำหนดระยะถอยจากทางแนวน้ำหรือแหล่งน้ำ
จึงอาจกล่าวได้ว่าปัจจัยสำคัญในการบริหารจัดการน้ำ คือ ผังเมืองและเส้นทางระบายน้ำ ดังนั้น การจัดรูปที่ดิน ซึ่งเป็นเครื่องมือในการพัฒนาพื้นที่ จึงสามารถนำมาใช้ในการพัฒนาพื้นที่ เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วมและการบริหารจัดการน้ำได้ เช่น การพัฒนาพื้นที่ Floodway หรือสร้างทางระบายน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม การสร้างพื้นที่กักเก็บน้ำหรืออ่างเก็บน้ำ เพื่อควบคุมปริมาณน้ำการไหลของน้ำ การแก้ปัญหาคูคลอง ที่คดเคี้ยวคับแคบ เพื่อปรับปรุงสภาพลำน้ำและการไหลของน้ำ
การจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการพัฒนาพื้นที่ สามารถเป็นเครื่องมือเพื่อแก้ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินในเมือง ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาตามผังเมืองและสามารถบรรเทาภัยพิบัติได้ อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้เอกชนสามารถพัฒนาพื้นที่ของตนเอง โดยไม่ต้องรอการพัฒนาจากภาครัฐ
กรมโยธาฯ จึงมีนโยบายให้ทุกจังหวัดจัดทำโครงการก่อสร้างถนนตามผังเมืองรวมโดยใช้วิธีการจัดรูปที่ดินมาพัฒนา อย่างน้อยจังหวัดละ 1 โครงการ เพื่อเป็นตัวอย่าง และเมื่อประชาชนเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นก็จะทำให้เกิดโครงการใหม่ๆ ตามมาอีกมากมาย
ในการดำเนินโครงการจัดรูปที่ดินฯ ผู้ดำเนินโครงการตามมาตรา 35 (2) ได้แก่ กรมโยธาธิการและผังเมือง การเคหะแห่งชาติ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องดำเนินโครงการในพื้นที่เป้าหมายการจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่ของจังหวัดเท่านั้น ซึ่งกรมโยธาฯ ได้กำหนดให้พื้นที่เป้าหมายการจัดรูปที่ดินของจังหวัดให้ครอบคลุมแนวถนนตามผังเมืองรวม ดังนั้น จากนโยบายการพัฒนาถนนตามผังเมืองด้วยวิธีการจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่นี้ กรมโยธาฯ มีแผนงานดำเนินการให้ครอบคลุมในเขตผังเมืองรวมเมืองทุกจังหวัดได้ภายในปี 2559
นอกจากนี้ กรมโยธาฯ ยังได้สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำวิธีการจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่มาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเมืองของเราให้น่าอยู่เป็นไปตามผังเมืองที่ได้วางไว้ เพื่อชุมชนที่น่าอยู่ ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเป็นการเตรียมพื้นที่เมือง เพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและยั่งยืน







