
จัดเรียลลิตี้ปลูกข้าวในออฟฟิศ
เรียลลิตี้ปลูกจิตสำนึกวิถีชาวนา ปลุกกระแสคนรุ่นใหม่ปลูกข้าวในออฟฟิศ
เรียลลิตี้ปลูกจิตสำนึกวิถีชาวนา ปลุกกระแสคนรุ่นใหม่ปลูกข้าวในออฟฟิศ
กระแสโครงการรับจำนำข้าวแพงใช้เงินไปแล้วกว่า 6 แสนล้านบาท จนเป็นภาระทางการคลังที่ผู้เสียภาษีต้องแบกรับใช้หนี้แทนรัฐบาล และกระแสข่าวสารพิษตกค้างในข้าวสาร ได้กลายภาพลบต่อความรู้สึกของทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่มีต่อข้าวไทย ซึ่งถือเป็นสินค้าส่งออกอันดับต้นๆ ของประเทศ
ดังนั้น จึงมีความต้องการปลุกกระแสให้คนรุ่นใหม่ หนุ่มสาวชาวออฟฟิศ ได้เรียนรู้ชีวิตวิถีชาวนา ความยากลำบากในการปลูกข้าว จะได้เห็นถึงคุณค่าข้าวทุกเมล็ดมากขึ้น ไม่กินทิ้งกินขว้าง เพื่อเป็นแบบอย่างแก่เยาวชนได้มองเห็นคุณค่าของข้าว และเกิดจิตสำนึกที่ดีในการบริโภคข้าวอย่างพอเพียง รวมทั้งเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมการปลูกข้าว และพันธุ์ข้าวไทย ให้อยู่คู่สังคมต่อไป
สถานีวิทยุ จส.100 จึงร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. จัดกิจกรรมปลูกข้าวในออฟฟิศ โดยใช้ชื่อว่า Reality on Air ปลูกข้าวในออฟฟิศ เรียนรู้ชีวิตชาวนา ขึ้น โดย ธ.ก.ส. จะรับสมัครพนักงานตัวแทนเข้าร่วมกิจกรรม 40 คน พร้อมจัดพื้นที่บริเวณหน้า ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ บางเขน ทำเป็นแปลงนาสาธิต ภายใต้แนวคิด " ปลูกวันแม่ เกี่ยววันพ่อ" เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ
ข้าวที่ใช้ในโครงการเป็นข้าวขาวหอมมะลิ 105 เริ่มปลูกเดือน ส.ค. แล้วไปเก็บเกี่ยวหรือวัดผลกันในเดือน ธ.ค. โดยจะใช้วิธีการเพาะกล้า เอาเมล็ดข้าวแช่น้ำ แล้วเอาไปเพาะกระบะ เมื่อข้าวงอกเป็นต้นก็นำไปปักดำ ในกระถางเล็กๆ ที่สามารถวางไว้ในออฟฟิศได้ หลังจากนั้นก็ติดตามการเจริญเติบโตของต้นข้าวที่แตกกอ จนกระทั่งข้าวตั้งท้อง ออกดอก ออกรวงและเก็บเกี่ยว
ซึ่งนอกจาก ธ.ก.ส แล้ว ยังมีออฟฟิศอีกหลายหน่วยงานที่เข้าร่วมโครงการนี้ ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง บริษัทวิริยะประกันภัย บริษัทข้าวไทยพันธุ์ดี บริษัทกรุงเทพประกันภัย และบริษัทคอลเกต - ปาล์มโอลีฟ ประเทศไทย
ทั้งนี้ ตลอดเวลา 3 เดือนที่มีการปลูกข้าว สามารถติดตามชีวิตชาวนาในออฟฟิศเหล่านี้ได้ทางสถานีวิทยุ จส.100 และชมภาพการเจริญเติบโตของต้นข้าวจาก 7 หน่วยงานที่ร่วมแข่งขันเรียลลิตี้นี้ได้ทาง www.js100.com , Facebook.com/js100 และทาง Twitter.com/js100radio โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี กรมการข้าวเป็นผู้ตรวจสอบและตัดสินผลการแข่งขันครั้งนี้ และหลังจากนั้นจะรวบรวมข้าวที่ได้จากการปลูกข้าวในกิจกรรมนี้ ไปแจกจ่ายกับภาคเอกชนและสถานศึกษาต่อไป







