
บุกเดี่ยวชิงเงินแบงก์บัวหลวงกว่าแสนบาท
คนร้ายชิงเงินธนาคารกรุงเทพ สาขาศรีราชา เชิดกว่าแสนบาทหนีลอยนวล
คนร้ายชิงเงินธนาคารกรุงเทพ สาขาศรีราชา เชิดกว่าแสนบาทหนีลอยนวล
พ.ต.ท.สุทิน นิลแย้ม สารวัตรเวร สภ.ศรีราชา ได้รับแจ้งจากพนักงานธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนอัสสัมชัญศรีราชา เลขที่ 149/2-3 หมู่ 5 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรีว่ามีคนร้ายบุกปล้นธนาคารใช้อาวุธปืนจี้พนักงานนำเงินสดไปกว่า 100,000 แล้วหลบหนีไป หลังทราบเหตุจึงรายงานให้ พ.ต.อ.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผกก.สภ.ศรีราชา พ.ต.ท.พิศิษฎ์ พูลทรัพย์ รอง ผกก.ปป. พ.ต.ท.สุวิจักขณ์ เรืองนวมดี สวป.สภ.ศรีราชา พ.ต.ท.เฉลิมศักดิ์ เถียรทองศรี สว.สส.ทราบ พร้อมร่วมเดินทางไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ
ทั้งนี้ ธนาคารดังกล่าวตั้งอยู่ริมถนนศรีราชา-หนองค้อ เป็นอาคารพาณิชย์ 2 ห้อง คนร้ายได้สวมหมวกกันน็อคสีดำ เสื้อคลุมแขนยาวสีดำ เกงเกงดำ เดินเข้าไปที่เคาน์เตอร์ธนาคารช่องรับฝากที่สอง ชักอาวุธปืนขนาดออโตเมติกสีดำขึ้นลำแล้ววางถุงพาสติกสีขาวลงแล้วขู่ น.ส.พัชรา พุ่มพวง เจ้าหน้าที่อำนวยบริหาร 8 ให้หยิบเงินสดราว 30,000 บาทใส่มือพร้อมกับหยิบถุงพาสติกเปล่าแล้วเดินไปที่เคาน์เตอร์ช่องแรกใช้อาวุธปืนจี้ น.ส.ปราถนา เขียวชอุ่ม เจ้าหน้าที่อำนวยบริหาร 8 ให้นำเงินสดในลิ้นชักจำนวน 72,000 บาท ใส่ถุงให้หลังจากนั้นก็ได้รีบวิ่งออกจากธนาคารไป
เจ้าหน้าที่ธนาคารตั้งสติได้จึงวิ่งไล่ตาม แต่พบว่าคนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อสีดำขี่หลบหนีไปทางสะพานสวนเสือไปทางหนองค้ออย่างรวดเร็ว ซึ่งในช่วงที่คนร้ายก่อเหตุนั้นภายในธนาคารมีพนักงานอยู่ในธนาคาร 5 คนนั่งอยู่ด้านมุมธนาคาร 1 คน นั่งประจำในเคาน์เตอร์ 2 คน ด้านหลัง 2 คน ซึ่งทางตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางธนาคารไม่สามารถจับใบหน้าของคนร้ายไว้ได้ เนื่องจากคนร้ายสวมหมวกกันน็อคปิดบังใบหน้าไว้ซึ่งคนร้ายที่ก่อเหตุรายนี้คงมานั่งดักซุ่มดูใกล้กับธนาคารเมื่อเห็นว่าเป็นช่วงปลอดคนไม่มีผู้เข้าไปใช้บริการในธนาคารจึงลงมือก่อเหตุครั้งนี้
พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทางตำรวจชุดสืบสวนสภ.ศรีราชา ได้ติดตามดูกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ตามริมถนนเพื่อสืบหายี่ห้อรถและทะเบียนรถที่คนร้ายใช้เพื่อเป็นแนวทางในการติดตามตัวคนร้ายรายนี้ต่อไป ซึ่งคนร้ายรายนี้ลงมือก่อเหตุอย่างอุกอาจและรวดเร็วมาก และยังฝากเตือนธนาคารและร้านสะดวกซื้อถ้าติดกล้องวงจรปิดให้หันออกด้านหน้าไปทางถนนเพื่อที่จะได้จับแผ่นป้ายทะเบียนรถของผู้ก่อเหตุได้ ซึ่งจะเป็นแนวทางในการติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุได้อย่างรวดเร็ว







