
เลื่อนสรุปผลสอบต้นตอท่อน้ำมันพีทีทีรั่วลงทะเล
กรรมการฯ สอบท่อน้ำมันรั่วเลื่อนสรุปผลสอบ เผยรายละเอียดมาก ต้องใช้เวลาสอบ
กรรมการฯ สอบท่อน้ำมันรั่วเลื่อนสรุปผลสอบ เผยรายละเอียดมาก ต้องใช้เวลาสอบ
คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเหตุการณ์ท่อส่งน้ำมันดิบของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือพีทีทีจีซี รั่วไหล ที่มีคุณหญิงทองทิพ รัตนะรัต ผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี เป็นประธาน ยังไม่สามารถสรุปผลการสอบสวนได้ แม้ว่ากระทรวงพลังงานจะกำหนดให้สรุปผลภายในวันที่ 7 ส.ค. หรือ 7 วันนับตั้งแต่ตั้งกรรมการฯ ชุดนี้ในวันที่ 1 ส.ค. แต่คณะกรรมการฯ ยืนยันว่าจะสรุปให้ได้ภายในเดือน ส.ค.นี้แน่นอน
สำหรับสาเหตุที่ยังไม่สามารถสรุปผลสอบได้ เนื่องจากมีรายละเอียดการตรวจสอบเป็นจำนวนมาก และมีหลายประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ทำให้ต้องใช้เวลา เช่น การตรวจสอบเรื่องท่อชำรุด ที่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ตรวจสอบ เป็นต้น
ทั้งนี้ คณะกรรมการชุดนี้ประกอบด้วย 1.คุณหญิงทองทิพ 2.นายวิเชียร กีรตินิจกาล คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 3.นางขวัญฤดี โชติชนาทวีวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย 4.นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า และ 5.พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โดยจะต้องตรวจสอบบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการรับส่งน้ำมันดิบจากทุ่นรับน้ำมันดิบถึงโรงกลั่นน้ำมัน การบำรุงรักษาทุ่นรับน้ำมันดิบและอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับการรับส่งน้ำมันดิบ และขั้นตอนการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริงที่ทำให้น้ำมันดิบรั่วไหลออกจากบริเวณมาบตาพุด จ.ระยอง ไปถึงบริเวณอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด การตรวจสอบขั้นตอนและวิธีการขจัดคราบน้ำมันของบริษัท โดยคณะกรรมการฯ มีอำนาจเชิญพนักงานของบริษัทหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำหรือข้อมูล หรือมอบเอกสารให้ตรวจสอบ
นายบวร วงศ์สินอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทนัดพิเศษ มีมติอนุมัติให้ฝ่ายจัดการดำเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ปตท. ที่ให้ยกเลิกการใช้ท่ออ่อน (Flexible Hose) จากบริษัทผู้ผลิตที่ใช้ในปัจจุบันไว้ก่อน และบริษัทอยู่ระหว่างการเปลี่ยนท่อดังกล่าว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้
นอกจากนี้ พีทีทีจีซี ยังเร่งศึกษาแนวทางในการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้ขนถ่ายน้ำมันในทะเล ตามที่กระทรวงพลังงานได้รายงานคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 6 ส.ค. จากเดิมที่เป็นท่อชั้นเดียว มาเป็นท่อ 2 ชั้น ซึ่งจะมีการติดตั้งระบบไฟเตือนฉุกเฉิน ช่วยให้แก้ปัญหาได้ทันท่วงที และลดความเสี่ยงจากการขนถ่ายน้ำมันในทะเล







