
"วรชัย"ฝ่าเสียงโห่เสนอร่างนิรโทษ
"วรชัย"ฝ่าเสียงโห่เสนอกม.นิรโทษกรรม "ฝ่ายค้าน" ประท้วงหนัก ย้ำเป็นกฎหมายการเงินต้องผ่านความเห็นปธ.กมธ.35คณะก่อน
"วรชัย"ฝ่าเสียงโห่เสนอกม.นิรโทษกรรม "ฝ่ายค้าน" ประท้วงหนัก ย้ำเป็นกฎหมายการเงินต้องผ่านความเห็นปธ.กมธ.35คณะก่อน
เมื่อเวลา15.00 น. วันที่ 8 ส.ค. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้สั่งเปิดการประชุมสภาฯอีกครั้งหลังจากพักการประชุมประมาณ 10 นาที ทั้งนี้นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สส.ยะลา พรรคประชาธิปัตย์ เสนอญัตติโดยอาศัยข้อบังคับการประชุมสภาฯข้อที่ 46 เพื่อให้สภาฯนำร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้วขึ้นมาพิจารณาก่อน ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน เนื่องจากเห็นว่าปัจจุบันไม่มีบุคคลเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินมาเป็นเวลาตั้งแต่พ.ศ.2553
อย่างไรก็ตาม นายสมศักดิ์ วินิจฉัยว่า การเสนอญัตติดังกล่าวทำไม่ได้เพราะจะขัดกับข้อบังคับการประชุมข้อที่ 47 ที่ห้ามไม่ให้เสนอญัตติให้พิจารณาในระหว่างที่สภาฯกำลังพิจารณาเรื่องหนึ่งเรื่องใดอยู่ ซึ่งขณะนี้สภาฯกำลังอยู่ในระหว่างการร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม และที่สำคัญยังขัดกับข้อบังคับข้อที่ 49 ด้วยซึ่งห้ามไม่ให้เลื่อนร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญขึ้นมาแทรกวาระที่สภาฯกำลังดำเนินการอยู่ จึงมีความเห็นว่าสภาฯจะต้องเดินหน้าประชุมตามระเบียบวาระต่อไป
ต่อมานายสมศักดิ์อนุญาตให้นายวรชัยเสนอหลักการและเหตุผลของร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯ ตามขั้นตอนท่ามกลางเสียงโห่จากสส.พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายวรชัย กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ว่า เนื่องจากสังคมไทยที่ผ่านมาอยู่ในสภาวะที่สร้างความแตกแยกทางความคิด มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายให้แก่คนในชาติอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จนนำไปสู่การยึดอำนาจการปกครองเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 เหตุการณ์นี้สร้างความขัดแย้งอย่างรุนแรง จึงมีการชุมนุมประท้วงทางการเมืองของประชาชนจนเกิดการกระทำความผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง สภาพปัญหาดังกล่าวได้เกิดเป็นปัญหาร้าวลึกลงไปสู่สังคมทุกระดับ
"เพื่อเป็นการให้โอกาสแก่ประชาชนซึ่งเป็นพลเมืองของประเทศและเป็นการรักษาคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทั้งเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตย โดยใช้หลักนิติธรรมอันจะเป็นรากฐานที่ดีต่อการลดความขัดแย้งแลสร้างความปรองดองของคนในชาติ โดยต้องคำนึงถึงมูลเหตุจูงใจของการกระทำที่ประชาชนได้แสดงออกทางการเมืองเพื่อจะทำให้สังคมไทยและประเทศชาติกลับมาสู่ความสงบสุขเรียบร้อย จึงจำเป็นต้องตราพ.ร.บ.ฉบับนี้" นายวรชัย กล่าว
ภายหลังนายวรชัยกล่าวจบได้มีสส.พรรคเพื่อไทยส่งเสียงแสดงความยินดีพร้อมกับปรบมือ และเป็นที่น่าสังเกตนายวรชัยได้มีสีหน้ายิ้มแย้มอย่างเห็นได้ชัด
ต่อมานายชนินทร์ รุ่งแสง สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในฐานะเป็นประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพัฒนาเศรษฐกิจของสภาฯ ยังไม่เคยได้รับเชิญจากประธานสภาฯเพื่อให้เข้าร่วมประชุมกับประธานคณะกมธ.สามัญคณะอื่นๆเพื่อให้ความเห็นว่าร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นกฎหมายการเงินหรือไม่ ดังนั้น ประธานสภาฯควรดำเนินการในส่วนนี้ก่อน
ขณะที่ นายสมศักดิ์ ย้ำอีกว่า "กรณีนี้ได้มีการพิจารณาวินิจฉัยแล้วว่าไม่ได้เป็นกฎหมายการเงินและถ้ามีอะไรผมจะรับผิดชอบเอง"
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายคัดค้านว่า ประธานสภาฯจะต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 143 โดยต้องจัดให้มีการประชุมประธานคณะกมธ.สามัญของสภาฯทุกคณะดำเนินการวินิจฉัย ดังนั้น ประธานสภาฯจะไปวินิจฉัยตามข้อบังคับการประชุมสภาฯไม่ได้
นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวสนับสนุนนายสมศักดิ์ว่า ได้วินิจฉัยถูกต้องแล้วเพราะในเมื่อประธานสภาฯเห็นว่าร่างกฎหมายใดไม่ใช่การเงินก็ให้ถือเป็นที่สิ้นสุด เพราะการประชุมประธานคณะกมธ.35คนตามข้อบังคับการประชุมสภาฯเพื่อให้ความเห็นได้นั้นจะมีได้ขึ้นก็ต่อเมื่อตัวประธานสภาฯมีความสงสัยว่าร่างพ.ร.บ.ฉบับใดเป็นร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการเงินตามรัฐธรรมนูญหรือไม่เท่านั้น
สำหรับการประชุมสภาฯในเวลานี้ยังอยู่ในระหว่างการประท้วงของฝ่ายค้านและการตอบโต้ของพรรคเพื่อไทยในกรณีที่มีความสงสัยว่าร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฯเป็นร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการเงินตามรัฐธรรมนูญหรือไม่







