
ดีเปรสชันถล่มซ้ำภาคอีสาน
หนองหารน้ำล้นนาข้าวล่มกว่า5หมื่นไร่ใต้รับมือดินโคลนถล่มท่วมฉับพลัน
หนองหารน้ำล้นนาข้าวล่มกว่า5หมื่นไร่ใต้รับมือดินโคลนถล่มท่วมฉับพลัน
ดีเปรสชันเข้าไทย 68 ส.ค.นี้คาดเหนืออีสานอ่วม เตือนใต้รับมือดินโคลนถล่มน้ำท่วมฉับพลัน
นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า พายุดีเปรสชันกำลังจะขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยและลาว แต่ไม่รุนแรงเท่ากับพายุเชบี ซึ่งจะเกิดฝนตกหนักตั้งแต่กลางคืนวันที่ 6 ส.ค.ถึงวันที่ 8 ส.ค.นี้ โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนลงมาถึง จ.อุบลราชธานี ส่วนภาคเหนือฝนตกหนักที่ จ.อุตรดิตถ์ น่าน พะเยา และเชียงราย คาดปริมาณฝน 80 มิลลิเมตรต่อวัน
นายรอยล กล่าวอีกว่า พายุดีเปรสชันที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่มีโอกาสที่จะพัฒนาเป็นพายุที่รุนแรงกว่านี้ หลังจากขึ้นฝั่งเวียดนามแล้วจะอ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน แล้วสลายตัวเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำขึ้นบริเวณประเทศไทยกับลาว ทำให้เกิดฝนตกหนักเท่านั้น อย่างไรก็ตามโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมเหมือนปี 2554 มีน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย
ขณะที่ จ.สกลนคร ฝนตกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค.เป็นต้นมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำในพื้นที่ทั้ง 18 อำเภอของจังหวัดมีน้ำท่วมสูง ประกอบกับทะเลสาบหนองหารมีปริมาณน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรเสียหายกว่า 5 หมื่นไร่ ส่วนสัตว์เลี้ยง เช่น โค กระบือ เริ่มขาดแคลนอาหาร เนื่องจากพื้นที่ประสบน้ำท่วมมานานนับสัปดาห์แล้ว
ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ทำให้พื้นที่รับลมมรสุมบริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม
ทั้งนี้ จึงขอเตือนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัย 10 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง ระมัดระวังอันตรายจากภาวะฝนตกหนักและคลื่นลมแรง ในช่วงวันที่ 710 ส.ค.นี้
นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้ประสาน 10 จังหวัดภาคใต้ ตลอดทั้งศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 สุราษฎร์ธานี เขต 12 สงขลา เขต 18 ภูเก็ต จัดเจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงจัดเตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันทีที่เกิดสถานการณ์ภัยพิบัติ







