
สมชายแนะรบ.เจรจาแดงอีกรอบ
อดีตนายกฯยันขอพึ่งพระบารมีมิได้มีเจตนาก้าวล่วง ซัดสติ๊กเกอร์โจมตีพี่เมียฝีมือฝ่ายตรงข้ามหวังดิสเครดิต
อดีตนายกฯยันขอพึ่งพระบารมีมิได้มีเจตนาก้าวล่วง ซัดสติ๊กเกอร์โจมตีพี่เมียฝีมือฝ่ายตรงข้ามหวังดิสเครดิต
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงหลังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นำโดยนางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ เข้าหารือถึงแนวทางแก้ไขสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง โดยเสนอให้คณะกรรมการสิทธิฯ เป็นเจ้าภาพในการออกมาเรียกร้องให้มีการระงับยับยั้งการใช้กำลังเข้าปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุม และควรเป็นตัวกลาง ในการประสานให้เกิดการเจรจา ระหว่างรัฐบาลและแกนนำกลุ่ม นปช.อีกครั้ง ซึ่งทางด้านกรรมการสิทธิฯ รับปากว่าจะไปหารือถึงแนวทางดังกล่าว
"การเจรจาจะเป็นทางออกของการแก้ไขปัญหา ซึ่งที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายก็เห็นชอบร่วมกันถึงข้อเสนอการยุบสภา แต่ติดเงื่อนไขกรอบระยะเวลา ดังนั้นหากเป็นไปได้ ควรจะเจรจาตกลงเรื่องกรอบเวลากันอีกครั้ง ขณะเดียวกันก็เห็นว่าตัวแทนของพรรคร่วมรัฐบาลต้องเข้ามาร่วมเจรจาด้วย" นายสมชายกล่าว และว่ารัฐบาลควรเป็นผู้ยื่นข้อเสนอก่อนในฐานะที่เป็นผู้ปกครองประเทศ อาจยื่นข้อเสนอพบกันคนละครึ่งทาง
นายสมชายยอมรับว่า มีความเป็นห่วงว่าจะเกิดความรุนแรงหลัง พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินหรือศอฉ. แถลงว่าจะใช้กำลังอย่างเฉียบขาด ในการขอพื้นที่คืนใน 2-3 วันนี้ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการปราบปรามประชาชน ส่วนกระแสข่าวว่าอาจจะมีการทำรัฐประหารนั้น มองว่าไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหา เพราะจะทำให้ประเทศไทยถอยหลังเข้าคลอง และยิ่งห่างจากคำว่าประชาธิปไตยออกไปอีก
นายสมชาย ยังกล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายออกมาวิพากษ์วิจารณ์พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ที่เตรียมขอรับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณว่า สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่คนไทยจงรักภักดีและเทิดทูน จึงหวังพึ่งพระบารมีเพื่อให้เกิดความร่มเย็น มิได้เป็นการก้าวล่วง พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาเป็นอย่างอื่น
ส่วนกรณีที่มีการทำสติ๊กเกอร์โจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น เชื่อว่าเป็นการลดความน่าเชื่อถือจากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะเร่งติดตามผู้กระทำผิดมาลงโทษ







