
เสียงต้านกระหึ่มไม่ถอนนิรโทษไม่ถกปฏิรูป
พลันที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ชงสูตรผ่าทางตันนำประเทศออกจากความขัดแย้ง เปิดสภาปฏิรูปให้ทุกฝ่ายทั้งพรรคการเมือง
โดย...ชุษวัฎษ์ ตันวานิช
พลันที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ชงสูตรผ่าทางตันนำประเทศออกจากความขัดแย้ง เปิดสภาปฏิรูปให้ทุกฝ่ายทั้งพรรคการเมือง สว. องค์กรอิสระ นักวิชาการ ตลอดจนกลุ่มการเมืองภาคประชาชน เข้าร่วมคณะทำงานเดินหน้าปฏิรูปการเมืองของประเทศ
หลายฝ่ายต่างส่งสัญญาณขานรับนโยบายทั้ง บรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี อุทัย พิมพ์ใจชน อดีตประธานรัฐสภา อุกฤษ มงคลนาวิน ประธานคณะกรรมการองค์กรอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ (คอ.นธ.)
แม้จะตอบรับในเบื้องต้น แต่ อุกฤษ มีเงื่อนไขว่า นายกฯ ต้องดำเนินการตั้งสภาที่ปรึกษาบริหารราชการแผ่นดินหรือสภาอาวุโสขึ้นมา โดยเชิญอดีตนายกฯ อดีตประธานสภา อดีตประธานศาลฎีกา ที่ยังมีชีวิตและไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเข้ามาร่วมเป็นคณะ
ทั้งนี้เห็นว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี ซึ่งถือเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมืองควรมาร่วมด้วย จากนั้นให้นายกฯ นำความกราบบังคมทูลเพื่อให้โปรดเกล้าฯตั้งสภาดังกล่าวขึ้นมา โดย อุกฤษ ระบุว่า หากตามข้อเสนอไม่สำเร็จจะไม่เข้าร่วม
ขณะที่อดีตบิ๊กการเมืองไทยและฝ่ายแนวร่วมรัฐบาลขานรับ ปรากฏว่าบรรดาขั้วตรงข้ามที่ ยิ่งลักษณ์ ส่งบัตรเชิญนั้นยังคงเมินข้อเสนอ พร้อมทั้งตั้งเงื่อนไขวัดใจรัฐบาล
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เผยว่า ขณะนี้ได้มีการประสานงานจากรัฐบาลแล้ว แต่ยังยืนยันในเงื่อนไขเดิม คือ หากรัฐบาลไม่ถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของ วรชัย เหมะ และ 40 สส.พรรคเพื่อไทย ที่จะมีการพิจารณาในวันที่ 7 ส.ค.นี้ รวมถึงร่าง พ.ร.บ.ปรองดองและนิรโทษฉบับอื่นที่ค้างในวาระการประชุมสภาก็จะไม่เข้าร่วมแน่นอน ทั้งยังเสนอว่า หากนายกฯ มีความจริงใจจริงควรออกโรงเป็นประธานในการหารือเองแทนการส่งตัวแทนมาพูดคุย
คำนูณ สิทธิสมาน สว.สรรหา ในฐานะแกนนำกลุ่ม 40 สว. ปักธงเดียวกับ ปชป.ระบุเงื่อนไขชัด หากไม่ถอนทั้งร่างปรองดองและนิรโทษกรรมจะไม่ร่วมสังฆกรรมวงปฏิรูปเด็ดขาด
“รัฐบาลต้องแสดงความจริงใจให้ทุกฝ่ายลดความหวาดระแวง ขอเรียกร้องรัฐบาลให้ทำ คือ 1.ถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม และร่าง พ.ร.บ.ปรองดองทุกฉบับออกจากสภา หรืออย่างน้อยที่สุดต้องแสดงเจตนาที่จะยับยั้งไว้ไม่พิจารณา และ 2.ถอนหรือชะลอการบรรจุระเบียบวาระ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญทุกฉบับไว้ก่อน” คำนูณระบุเงื่อนไข
เช่นเดียวกับ สมชาย แสวงการ สว.สรรหา กลุ่ม 40 สว. เสนอให้ ยิ่งลักษณ์ นำข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ไปศึกษาก่อนที่จะผลักดันคณะทำงานปฏิรูปการเมือง อีกทั้งยังยื่นเงื่อนไขให้นายกฯ ทำตาม 7 ข้อเสนอ คือ 1.ยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯ 2.ถอนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมและร่างกฎหมายปรองดองทุกฉบับออกจากสภา 3.ถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกฉบับ
4.ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมสอบสวนคดีพิเศษเร่งรัดการดำเนินคดีก่อการร้าย สังหารประชาชน และทหาร 5.ให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเร่งรัดการปราบปรามเว็บไซต์หมิ่นสถาบัน 6.ยกเลิกหมู่บ้านเสื้อแดงที่ถือเป็นการใช้อำนาจรัฐซ้อนรัฐ และ 7.ยกเลิกการปลุกระดมผ่านทีวีวิทยุของกลุ่มคนเสื้อแดง
ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า หากมีความจริงใจจริง ขอเรียกร้องให้รัฐบาลถอนร่างกฎหมายปรองดองและนิรโทษกรรมทุกฉบับออกจากสภา รวมถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นการนับหนึ่งเริ่มต้นยุติความขัดแย้ง
ประสานเสียงเป็นท่วงทำนองเดียวกับ “ม็อบสวนลุมพินี” ไทกร พลสุวรรณ โฆษกกองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ ย้ำว่า ไม่ต้องการเข้าร่วมการพูดคุยตามที่นายกฯ ออกแถลงการณ์ปฏิรูปประเทศ เพราะรัฐบาลไม่จริงใจในการสร้างความปรองดอง เป็นเพียงการสับขาหลอกของรัฐบาลเท่านั้น
ในขณะที่พรรคเพื่อไทยประกาศจะเดินหน้าพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในวันที่ 7 ส.ค. ฉะนั้นโอกาส จะนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองคงริบหรี่







