posttoday

ปล่อยข่าว"ปฏิวัติ"แบบไหนไม่โดนจับ?

05 สิงหาคม 2556

ช่วงที่ผ่านมา มีผู้โพสต์ข้อความคล้ายคลึงลักษณะนี้ เหตุใดถึง "ไม่จับดำเนินคดี" หรือ "ไม่กล้าจับ"

โดย....ขำ เคืองใจ

นับเป็นผลงานอันแสนน่าชื่นชมของเจ้าหน้าที่ตำรวจชนิดที่รัฐบาลภายใต้การนำของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ควรตบรางวัลให้อย่างงาม ที่สามารถทำงานป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว

พล.ต.ต. พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ออกมาระบุ  “เตรียมดำเนินคดีผู้โพสต์ข้อความในลักษณะจะมีการปฏิวัติรัฐประหาร และขอให้ประชาชนกักตุนน้ำและอาหารให้พร้อม ผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก”

ประกอบด้วย  เสริมสุข กษิติประดิษฐ์ บรรณาธิการข่าวการเมืองและความมั่นคง สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และเดชาธร ธีรพิริยะ แกนนำคนเสื้อแดงจังหวัดชลบุรี ที่ใช้นามแฝงว่า ปุ๊ ชลบุรี นักสู้ธุลีดิน วารุณี คำดวงศรี  และผู้ใช้นามแฝงว่า Yo Onsine  อดีตผู้ร่วมถ่ายทำรายการแดดร่มชมตลาf

พล.ต.ต. พิสิษฐ์  ระบุต่อไปว่า “จากการตรวจสอบ บุคคลทั้ง 4 เป็นผู้โพสต์ข้อความด้วยตนเอง จึงจะออกหมายเรียก ทั้ง 4 คน มาสอบสวน ซึ่งหากพบว่ากระทำผิดจริง พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 และความผิดตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 116 ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแก่กฎหมายแผ่นดิน เกิดความปั่นป่วน ซึ่งจะก่อให้เกิดความไม่สงบในราชอาณาจักร”

พล.ต.ต. พิสิษฐ์ ยังฝากเตือนไปยังประชาชน ห้ามโพสต์ กดไลค์ หรือส่งต่อข้อความที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เพราะจะถือว่า เป็นผู้กระทำผิดร่วม

************************

ประเด็นที่ควรพิจารณาตามที่เจ้าหน้าที่บ้านเมืองสื่อสารถึงประชาชนทุกคน กำลังหมายความ ใครก็ตามที่ปล่อยข่าวปฏิวัติรัฐประหารต้องโดนจับดำเนินคดี เพราะสร้างความปั่นป่วนตื่นตระหนกให้กับสังคมชาติ

ถ้าเช่นนั้น ช่วงที่ผ่านมา มีผู้โพสต์ข้อความคล้ายคลึงลักษณะนี้ เหตุใดถึง "ไม่จับดำเนินคดี" หรือ "ไม่กล้าจับ"   

ความสามารถของเจ้าหน้าตำรวจครั้งนี้  ช่างแตกต่างกับการควานหามือแฮกเกอร์เวปไซต์สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีที่ยังไร้วี่แวว หรือถ้าเทียบกับการเผยแพร่คลิปล้อเลียนผู้นำชาติกับ ผบ.ทบ. มีการติดตามตัวได้หรือไม่

แม้แต่ การโพสต์ข้อความที่ทำลายความรู้สึกของคนไทยทั้งชาติ กรณีหมิ่นเบื้องสูง เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบกับการกระทำความผิดด้านเทคโนโลยีรายงานผลการดำเนินคดี   ปิดเว็ปแล้วจำนวนเท่าไหร่

ไม่ต่างกับ การเผยแพร่คลิปฉาวถั่งเช่า ที่กลุ่มสว. นักกฎหมายกำลังพิจารณาเนื้อหาข้อความ ส่อให้เห็นถึงการแทรกแซงการบริหารราชการแผ่นดินโดยบุคคลที่ไร้อำนาจแถมมีโทษหนีคดี ซึ่งนายกฯยิ่งลักษณ์ ระบุว่า กำลังให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอยู่    ฝ่ายตรวจสอบดังกล่าวคงหนีไม่พ้นเจ้าหน้าที่รัฐที่ดูแลรับผิดชอบไอทีต้องเข้ามาช่วยตรวจสอบ แต่ถึงป่านนี้ยังไม่สามารถแถลงข้อเท็จจริง และดำเนินคดี หากพบว่าการสนทนานั้น ทั้งแทรกแซงการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งการกล่าวพาดพิงสถาบัน

นับประสาอะไร กับคนที่ออกมาพูดเรื่องการปฏิวัติรัฐประหารต้องถูกดำเนินคดียึดมาตรฐานแบบไหน หรือยึดตามหลักกู    ทั้งที่ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน  เช่น เมื่อวันที่   1 ส.ค.56  นพ.เหวง โตจิรการ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและแกนนำกลุ่มนปช.  กล่าวว่า “อาจจะมีการควบคุมตัวนายกฯ ประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ทั้งสองคน จึงอยากจะเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้กระทำการใดๆ ที่ผิดกฎหมาย และอยากร้องขอให้มีการจัดกำลังคุ้มครองความปลอดภัยให้กับนายกฯ”   

หรือ จาตุรนต์  ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวไว้เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 56 "พรรคประชาธิปัตย์พยายามสร้างเงื่อนไขให้เกิดการรัฐประหาร หลังสุดมาพูดว่าจะมีการยึดอำนาจโดยประชาชน ถ้ามีการรัฐประหารขึ้นจริง ก็จะเกิดความรุนแรงครั้งใหญ่ในประเทศและพวกที่รัฐประหารอยู่ไม่ได้อยู่ดี"

ทั้งสองราย กล่าวถึงเหตุการณ์จะมีการยึดอำนาจ ปฏิวัติ  อย่างนี้ไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้ผู้รับฟังใช่ไหม หรือว่า ผู้โพสต์ข้อความ 4รายที่ถูกเรียกสอบสวนเท่านั้นสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน มาตรฐานของการสร้างความสับสนให้บ้านเมืองอยู่ตรงไหน

แม้ "เป็ปซี่" เสริมสุข กษิติประดิษฐ์ บรรณาธิการข่าวการเมืองและความมั่นคง สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส  ออกมาระบุว่า การโพสต์ข้อความของเขาเป็นการวิเคราะห์ข่าวสถานการณ์บ้านเมือง  ยิ่งทำให้ชวนคิดต่อไป หากสื่อสาขาต่างๆทำการวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้หรือไม่ได้จะมีการปฏิวัติรัฐประหาร  ก็คงต้องถูกเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ในประเทศปกครองในระบอบประชาธิปไตยดำเนินคดี  แต่ถ้าเป็นนักการเมืองโดยเฉพาะรัฐบาลเอ่ยอ้างถึงการปฏิวัติไม่มีความผิด  

ยิ่งเป็นถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการให้ประชาชนทั่วทั้งประเทศได้รับรู้พร้อมเพียงกัน   แม้แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายปราบปรามการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ก็น่าจะได้รับชมรับฟังผ่านคลิป หรือทางโซเชียลมีเดียกับข้อความที่ว่า “…. มีการยั่วยุ กระตุ้นเพื่อนำไปสู่การล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เรียกร้องให้มีการปฏิวัติรัฐประหารและใช้ความรุนแรง…”

ข้อความดังกล่าว เป็นถ้อยแถลงของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 56   สื่อสารชัดเจนขนาดนี้ ส่งผลให้ผู้รับฟังบอกต่อกันทั่วบ้านทั่วเมือง

ทั้งที่เหตุการณ์ยังไม่เกิด แต่ก็ขวัญผวาตามที่นายกฯแถลง ดีไม่ดีถึงขึ้นต้องกักตุนน้ำและอาหารให้พร้อมกันแล้ว   

คำถามว่าต้องแถลงแบบนายกฯใช่ไหมถึงไม่มีความผิด ไมต้องเชิญมาสอบสวน หรือ การปล่อยข่าวปฏิวัติรัฐประหาร ยกเว้นให้นายกฯและนักการเมืองรัฐบาลในประเทศที่ปกครองระบอบประชาธิปไตยแห่งนี้ แถลงสร้างความตื่นตระหนกได้เท่านั้น   

 

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?