
ชงครม.จัดงบดูแลผู้สูงอายุทั้งระบบ
สปสช.เตรียมแผน 5 ปี 1.6 หมื่นล้าน เสนอคณะรัฐมนตรีดูแลผู้สูงอายุทั้งระบบ
สปสช.เตรียมแผน 5 ปี 1.6 หมื่นล้าน เสนอคณะรัฐมนตรีดูแลผู้สูงอายุทั้งระบบ
เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ดสปสช.)
นพ.วิชัย โชควิวัฒน บอร์ดสปสช. กล่าวว่า สถานการณ์ของไทยที่สัดส่วนของผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น จากร้อยละ 12.2 ในปี 2554 เพิ่มเป็นร้อยละ 18 และ 24 ของประชากรรวมในอีก 10 ปีและ 20 ปีข้างหน้า และจะส่งผลกระทบ ทั้งรายได้ต่อหัวประชากร การออมเงินลดลง ตลอดจน งบประมาณที่ใช้ในการดูแลผู้สูงอายุ เพราะฉะนั้น คณะอนุกรรมการ จะเสนอให้สร้างระบบการเงินการคลังที่ยั่งยืน ให้ทุกชุมชนมีระบบสนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุ เช่น nursing home สถานพยาบาลทุกแห่งมีระบบสนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนและครอบครัว ท้องถิ่นมีหน้าที่จัดระบบการดูแลผู้สูงอายุ ตลอดจนมีระบบข้อมูล โดยให้มีกองทุนในระดับท้องถิ่นเพื่อการดูแลผู้สูงอายุ โดยบูรณาการแหล่งเงินต่างๆที่ลงไปในชุมชน
ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์ที่ต้องดำเนินการคือ การคัดกรองผู้สูงอายุ และพัฒนาฐานข้อมูลผู้สูงอายุในชุมชน การพัฒนาระบบบริการดูแลระยะยาวในชุมชนเพื่อการส่งเสริมป้องกัน การพัฒนาระบบการเงินการคลัง และ ชุดสิทธิประโยชน์ การพัฒนากำลังคนเพื่อการจัดบริการดูแลระยะยาวในชุมชน การสร้าง การจัดการความรู้ และการติดตามประเมินผล การพัฒนากฎหมาย/ระเบียบ/ มาตรฐาน และการบริหารจัดการ งบประมาณที่คาดว่าจะต้องใช้ เริ่มจากในปี 2557 งบพัฒนาระบบตามยุทธศาสตร์ 2,701 ล้านบาท และงบบริการดูแลระยะยาว 2,109 ล้านบาท ขณะที่งบประมาณต่อเนื่อง 5 ปี จนถึงปี 2562 จะใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 1.6 หมื่นล้านบาท
นพ.ประดิษฐ กล่าวว่า มติบอร์ดสปสช.เห็นชอบยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบการดูแลระยะยาวสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงและได้มอบสปสช.และอปท. ดำเนินการโดยใช้งบค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในกลุ่มผู้สูงอายุและงบกองทุนท้องถิ่น ในการตรวจคัดกรองและทำทะเบียนเพื่อจัดกลุ่มผู้สูงอายุตามระดับการพึ่งพิง รวมถึงจัดบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันภาวะทุพลภาพ โดยเตรียมเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา จัดสรรงบเพิ่มเติมเพื่อพัฒนาระบบบริการตามแผนยุทธศาสตร์ จัดให้มีแหล่งการคลังสำหรับจัดบริการดูแลระยะยาวที่ยั่งยืน และมอบหมายหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์







