posttoday
ดาวหางสวิฟต์-ทัตเทิล

ดาวหางสวิฟต์-ทัตเทิล

04 สิงหาคม 2556

คืนวันที่ 12 ส.ค. หรือคืนวันแม่ของทุกปี เป็นคืนที่ฝนดาวตกเพอร์ซิอัสมีอัตราตกสูงสุด (บางปีอาจขยับเร็วขึ้นหรือช้าลงหนึ่งวัน) สะเก็ดดาวจำนวนมาก

คืนวันที่ 12 ส.ค. หรือคืนวันแม่ของทุกปี เป็นคืนที่ฝนดาวตกเพอร์ซิอัสมีอัตราตกสูงสุด (บางปีอาจขยับเร็วขึ้นหรือช้าลงหนึ่งวัน) สะเก็ดดาวจำนวนมาก ซึ่งเป็นชิ้นส่วนของดาวหางสวิฟต์ทัตเทิล ก่อให้เกิดดาวตกในอัตราสูงหลายสิบดวงต่อชั่วโมง โดยดาวตกแต่ละดวงดูเหมือนพุ่งมาจากจุดเดียวกันบนท้องฟ้า ส่วนใหญ่ประเทศไทยมีโอกาสสังเกตได้น้อย เนื่องจากตรงกับฤดูฝน

ดาวหางสวิฟต์ทัตเทิล (109P/SwiftTuttle) ตั้งชื่อตาม ลูอิส สวิฟต์ (Lewis Swift) และฮอเรซ ทัตเทิล (Horace Tuttle) สองนักดาราศาสตร์ชาวอเมริกัน ที่ต่างคนต่างก็ค้นพบดาวหางนี้ด้วยตนเองเมื่อเดือน ก.ค. 1862 ซึ่งอยู่ในช่วงสงครามกลางเมืองอเมริกา ขณะนั้นดาวหางอยู่ในกลุ่มดาวยีราฟ ซึ่งเป็นกลุ่มดาวที่อยู่ใกล้ดาวเหนือ ต่อมาไม่นานก็มีนักล่าดาวหางอีกหลายคน รายงานการค้นพบดาวหางดวงนี้ เนื่องจากยังไม่ทราบข่าวการค้นพบที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น

การคำนวณในช่วงแรกคาดว่าดาวหางสวิฟต์ทัตเทิลมีวงโคจรเป็นพาราโบลา ผลการคำนวณโดยนักดาราศาสตร์หลายคนในช่วงหลายปีถัดมา พบว่าวงโคจรเป็นวงรีที่มีความรีสูง คาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ยาวนานประมาณ 120125 ปี จึงจัดเป็นดาวหางรายคาบ หรือดาวหางที่มีคาบน้อยกว่า 200 ปี

ทศวรรษ 1970 ไบรอัน มาร์สเดน หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญการคำนวณวงโคจรของดาวหาง ได้พยายามศึกษาบันทึกดาวหางในอดีต เพื่อค้นหาดาวหางที่อาจเป็นดาวหางดวงเดียวกัน เขาพบว่าน่าจะเป็นดาวหางดวงใดดวงหนึ่งที่มาปรากฏในปี 1737 และ 1750

มาร์สเดนทำการคำนวณเพื่อพยากรณ์อนาคตของดาวหางดวงนี้ โดยคำนึงถึงแรงโน้มถ่วงรบกวนจากดาวเคราะห์ พบว่าหากดาวหางสวิฟต์ทัตเทิลเป็นดาวหางดวงเดียวกับที่มาปรากฏเมื่อปี 1750 มันจะกลับมาเข้าใกล้ดวงอาทิตย์อีกครั้งในกลางเดือน ก.ย. 1981 หรือหากดาวหางสวิฟต์ทัตเทิลเป็นดาวหางดวงเดียวกับที่มาปรากฏเมื่อปี 1737 มันจะกลับมาในปลายเดือน พ.ย. 1992

ปี 1981 ไม่มีวี่แววการกลับมาของดาวหางสวิฟต์ทัตเทิล แต่ผลการคำนวณของมาร์สเดนก็ได้รับการพิสูจน์ว่าใกล้เคียงความจริง เมื่อนักดารา ศาสตร์ชาวญี่ปุ่นรายงานการค้นพบเมื่อปลายเดือน ก.ย. 1992 บริเวณกลุ่มดาวหมีใหญ่ ปีนั้นดาวหางสวิฟต์ทัตเทิลเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในกลางเดือน ธ.ค. คลาดจากผลการคำนวณไม่กี่สัปดาห์

ทุกครั้งที่ดาวหางโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ การระเหิดของน้ำแข็งจะทำให้อนุภาคฝุ่นของดาวหางที่เรียกว่าสะเก็ดดาวหลุดออกมาจากนิวเคลียส สะเก็ดดาวเหล่านี้เคลื่อนที่ในอวกาศเป็นสายตามแนววงโคจรของดาวหาง จึงเรียกว่าธารสะเก็ดดาว ทุกปีโลกจะเคลื่อนผ่านธารสะเก็ดดาวของดาวหางสวิฟต์ทัตเทิลในช่วงกลางเดือน ก.ค.ปลายเดือน ส.ค. โดยผ่านจุดที่หนาแน่นที่สุดในราววันที่ 12 ส.ค. ทำให้สะเก็ดดาวเคลื่อนเข้าสู่บรรยากาศโลกด้วยความเร็วสัมพัทธ์สูงถึง 59 กิโลเมตรต่อวินาที

ก่อนการค้นพบดาวหางสวิฟต์ทัตเทิล นักดารา ศาสตร์ยังไม่ทราบถึงความเกี่ยวข้องกันระหว่างดาวหางกับฝนดาวตกปี 1835 นักดาราศาสตร์ค้นพบว่าฝนดาวตกที่เกิดในช่วงเวลานี้ของทุกปี มีทิศทางที่ดูเหมือนพุ่งออกมาจากบริเวณหนึ่งของกลุ่มดาวเพอร์ซิอัส ต่อมาพบว่าวงโคจรของสะเก็ดดาวในฝนดาวตกกลุ่มนี้ใกล้เคียงกับวงโคจรของดาวหางสวิฟต์ทัตเทิล จึงทราบว่าฝนดาวตกเกิดจากดาวหาง และอธิบายได้ว่าเหตุใดอัตราการเกิดดาวตกจากฝนดาวเพอร์ซิอัสจึงสูงเป็นพิเศษในช่วงปี 18611863

ฝนดาวตกเพอร์ซิอัสมีจำนวนสูงหลายสิบดวงต่อชั่วโมงในทุกๆ ปี หลายครั้งสูงเกิน 100 ดวงต่อชั่วโมง เนื่องจากธารสะเก็ดดาวค่อนข้างมีเสถียรภาพ อันเป็นผลสืบเนื่องจากการที่คาบการโคจรของดาวหางต้นกำเนิดมีการสั่นพ้องเป็นสัดส่วน 1:11 กับคาบการโคจรของดาวพฤหัสบดี เมื่อดาวหางสวิฟต์ทัตเทิลโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบ 1 รอบ ดาวพฤหัสบดีจะโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบ 11 รอบ นอกจากนี้ระนาบวงโคจรยังเอียงทำมุมเกือบตั้งฉากกับระนาบวงโคจรของโลกและดาวเคราะห์อื่นๆ ทำให้มีโอกาสน้อยที่จะได้รับแรงโน้มถ่วงรบกวนจากดาวเคราะห์หรือวัตถุอื่น

การกลับมาของดาวหางสวิฟต์ทัตเทิลเมื่อปี 1992 ช่วยให้วงโคจรได้รับการปรับปรุง และพบว่ามีคาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ยาวนาน 133 ปี เมื่อคำนวณต่อไปอีกก็พบว่าดาวหางดวงนี้จะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ครั้งถัดไปในราววันที่ 12 ก.ค. 2126 (พ.ศ. 2669) งานวิจัยเมื่อปี 2004 ระบุว่านิวเคลียสของดาวหางดวงนี้อาจมีขนาด 26 กิโลเมตร ซึ่งนับว่าใหญ่พอสมควรเมื่อเทียบกับดาวหางทั่วไป

ผลการคำนวณในช่วงแรก ซึ่งมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง ทำให้พบว่าดาวหางสวิฟต์ทัตเทิลมีโอกาสชนโลกในวันที่ 14 ส.ค. 2126 ต่อมายืนยันแล้วว่าดาวหางดวงนี้จะไม่ชนโลกในวันดังกล่าว แต่จะเฉียดใกล้โลกที่สุดในวันที่ 5 ส.ค. 2126 ที่ระยะห่างราว 23 ล้านกิโลเมตร และคาดว่าจะเป็นดาวหางที่สว่างมากในปีนั้น สามารถเห็นได้ชัดเจนด้วยตาเปล่า

การที่วงโคจรของดาวหางดวงนี้ค่อนข้างเสถียรและตัดผ่านวงโคจรของโลกในเดือน ส.ค. ทำให้มันเป็นวัตถุที่อาจเป็นภัยต่อโลกได้ในอนาคตปี 3044 ดาวหางสวิฟต์ทัตเทิลอาจเฉียดใกล้โลกที่ระยะห่างเพียง 12 ล้านกิโลเมตร หรือคิดเป็นระยะทางไกลกว่าระยะห่างของดวงจันทร์ไม่กี่เท่า นักดาราศาสตร์จึงต้องติดตามการเคลื่อนที่ของดาวหางดวงนี้ต่อไป

ปรากฏการณ์ท้องฟ้า (4–11 ส.ค.)

ดาวศุกร์และดาวเสาร์อยู่บนท้องฟ้าด้านทิศตะวันตกในเวลาหัวค่ำ ดาวศุกร์อยู่ในกลุ่มดาวสิงโต ตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง ดาวเสาร์อยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว ช่วงหัวค่ำอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จากนั้นเคลื่อนต่ำลง สังเกตได้จนกระทั่งตกลับขอบฟ้าในเวลาประมาณ 5 ทุ่มเศษ

ดาวพุธ ดาวอังคาร และดาวพฤหัสบดี อยู่ในกลุ่มดาวคนคู่ ดาวพฤหัสบดีอยู่สูงและสว่างที่สุด ขึ้นเหนือขอบฟ้าราวตี 3 ครึ่ง ดาวอังคารอยู่ต่ำกว่า ดาวพุธอยู่ใกล้ขอบฟ้ามากที่สุด สังเกตได้เฉพาะในช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากนั้นดาวพุธจะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จนไม่สามารถสังเกตได้

เช้ามืดวันจันทร์ที่ 5 ส.ค. จันทร์เสี้ยวผ่านใกล้ดาวพุธที่ระยะห่าง 6 องศา หลังจันทร์ดับในวันที่ 7 ส.ค. จะเข้าสู่ข้างขึ้น ดวงจันทร์ย้ายไปอยู่บนท้องฟ้าเวลาหัวค่ำ ผ่านใกล้ดาวศุกร์ในค่ำวันที่ 9 และ 10 ส.ค. ห่างดาวศุกร์ประมาณ 8 องศา

ค่ำวันอาทิตย์ที่ 4 ส.ค. สถานีอวกาศนานาชาติจะโคจรผ่านเหนือท้องฟ้า โดยเห็นเป็นดาวสว่างเคลื่อนที่บนท้องฟ้า กรุงเทพฯ และบริเวณใกล้เคียงจะเริ่มเห็นสถานีอวกาศขณะอยู่ใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้ในเวลา 19.32 น. จากนั้นเคลื่อนสูงขึ้นไปทางขวา ผ่านจุดสูงสุดทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือในเวลา 19.36 น. ที่มุมเงย 60 องศา แล้วเคลื่อนต่ำลงไปสิ้นสุดใกล้ขอบฟ้าทิศตะวันออกเฉียงเหนือในเวลา 19.39 น. (เวลาอาจคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อย)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท