posttoday
ทางแห่งความเสื่อม

ทางแห่งความเสื่อม

04 สิงหาคม 2556

คุณความเสื่อมปรากฏให้เห็นเยอะจริงๆ ในสังคมไทยเวลานี้ ช่วยให้ผมนึกถึงพระสูตรพระสูตรหนึ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้

คุณความเสื่อมปรากฏให้เห็นเยอะจริงๆ ในสังคมไทยเวลานี้ ช่วยให้ผมนึกถึงพระสูตรพระสูตรหนึ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้

เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงตอบคำถามของเทวดา ตนหนึ่งที่เข้ามาเฝ้าพระองค์เมื่อครั้งประทับอยู่ ณ พระวิหารชื่อว่าเชตวัน

พระสูตรนั้นก็คือ ปราภวสูตร (ปราภวความเสื่อม) สูตรที่ว่าด้วยทางแห่งความเสื่อม

เซอร์ไพรส์มากที่เทวดาลงมาถามปัญหานี้กับพระพุทธเจ้า

แล้วพระบรมศาสดาก็ได้ทรงแสดงทางแห่งความเสื่อมไว้ถึง 12 ประการ

เรามนุษย์พลอยได้ความรู้จากความอยากรู้ของเทวดาด้วย

ประการที่ 1 ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ ผู้รู้ชั่วเป็นผู้ถึงความเสื่อม ผู้ใคร่ธรรมเป็นผู้เจริญ ผู้เกลียดชังธรรมเป็นผู้เสื่อม

ความก็คือ การรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์ เป็นความดีงาม และยังเป็นผู้ใคร่ประพฤติในสิ่งที่ดีงามนั้นด้วย

รู้ธรรม คือ รู้ข้อวัตรปฏิบัติจนกระทั่งใจบริสุทธิ์หยุดนิ่ง ผู้เกลียดชังธรรมมักพบแต่ความเสื่อม

นี่คือทางแห่งความเสื่อมที่ 1

ประการที่ 2 คนที่รักอสัตบุรุษ ไม่รักสัตบุรุษ และชอบใจธรรมคำสอน ของอสัตบุรุษนั้นเป็นความเสื่อม

ความนี้หมายถึงการคบหาสมาคมกับอสัตบุรุษคือ คนพาล ใครคบคนพาล เชื่อคำสอน และทำตามคำสอนของคนพาล ก็มีแต่ความเสื่อมถ่ายเดียว

ประการที่ 3 คือ คนที่ชอบนอน ชอบคุย ไม่ขยัน เกียจคร้าน โกรธง่าย

โดยคนชอบนอนนั้น ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า เป็นอยู่สักแต่ว่ามีลมหายใจเข้าออก ไม่ได้สงวนเวลาไว้เพื่อฝึกฝนตนเอง

ประการที่ 4 คือ เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถแต่ไม่สนใจเลี้ยงดูมารดาบิดาผู้แก่เฒ่า มีความรู้แต่ไม่มีคุณธรรม ไม่ระลึกถึงแม้ผู้มีพระคุณ ไม่มีความกตัญญูกตเวที

คนอกตัญญู คือ ผู้มีใจคับแคบ ลืมบุญคุณคน แม้มีผู้ทำคุณประโยชน์มากมายเพียงใดให้ เหมือนทิ้งก้อนกรวดลงทะเล ไม่มีผลอะไรเลย ใครที่ไม่สนใจบำรุงมารดาบิดาผู้มีพระคุณ ก็จัดเป็นทางแห่งความเสื่อม

ประการที่ 5 คือ คนที่ชอบหลอกลวงสมณพราหมณ์ผู้ทรงศีล หรือโกหกหลอกลวงคนอื่น มีวาจาเป็นสอง เป็นผู้ต่อหน้าพูดอย่าง ลับหลังทำอีกอย่าง

จิตใจไม่มั่นคง ทำให้เป็นผู้มีวาจาเชื่อถือไม่ได้ หากประพฤติเช่นนี้กับผู้ทรงศีลก็ยิ่งเป็นการสั่งสมบาปให้กับตนเองเพิ่มขึ้น

ประการที่ 6 คือ เป็นคนมีทรัพย์สินเงินทองแต่ตระหนี่ มีของกินก็กินคนเดียว มีของใช้ก็ใช้คนเดียว ไม่รู้จักการเสียสละ

ความตระหนี่ครอบงำจิตใจอยู่ตลอดเวลา เมื่อไม่รู้จักการแบ่งปันย่อมไม่เป็นที่รักของใครๆ ย่อมอยู่อย่างโดดเดี่ยว นี่เป็นความเสื่อมเหมือนกัน

ประการที่ 7 คือ เป็นคนเย่อหยิ่งเพราะชาติตระกูล ทรัพย์สมบัติ ทั้งดูหมิ่นญาติของตนเอง

ถ้าประพฤติตนเช่นนี้ย่อมทำให้เป็นผู้ที่ขาดความเคารพ ไม่รู้จักควรไม่ควร จะทำให้ชีวิตตกลงไปในหนทางแห่งความเสื่อมได้ง่าย

ประการที่ 8 คนเป็นนักเที่ยวผู้หญิง นักดื่มสุรา นักเล่นการพนัน ผลาญทรัพย์สมบัติให้หมดสิ้นไปถ่ายเดียว

การทำเช่นนี้ทำให้เป็นผู้ที่ไม่รู้จักการใช้จ่ายทรัพย์ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองทั้งในภพนี้และภพหน้า นี่ก็ทางแห่งความเสื่อม

ประการที่ 9 คือ ไม่ยินดีเฉพาะภรรยาของตนเอง ชอบคบชู้ภรรยาคนอื่น หรือฝ่ายหญิงก็ไม่เคารพสามี ไปคบชู้กับชายอื่น เป็นคนไม่รู้จักพอ จนก่อให้เกิดความหวาดระแวงระหว่างครอบครัว ก็นี่ทางแห่งความเสื่อม

ประการที่ 10 คือ การที่ชายแก่ได้หญิงสาวเป็นภรรยา ต้องเสียเวลาติดตามดูความประพฤติของนาง ห่วงภรรยาจนนอนไม่หลับ เมื่อเป็นอย่างนี้ทำให้สุขภาพทรุดโทรม เพราะกังวลมากเกินไป นี่ก็ทางแห่งความเสื่อม

ประการที่ 11 การแต่งตั้งชายหรือหญิงผู้เป็นนักเลง ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย เมื่อได้ตำแหน่งที่สำคัญๆ ในการบริหารก็เอาอำนาจมาข่มขู่ผู้ใต้บังคับบัญชา

ทางแห่งความเสื่อมสุดท้าย คือ ผู้เกิดในสกุลกษัตริย์มีโภคสมบัติน้อย แต่มีความมักใหญ่ใฝ่สูง ปรารถนาจะเป็นพระราชาก็เป็นทางแห่งความเสื่อมได้เช่นกัน เพราะความเป็นพระราชาไม่ใช่สิ่งที่จะได้มาง่ายๆ แต่เกิดขึ้นมาด้วยอานุภาพของบุญที่สั่งสมไว้ดีแล้วเท่านั้น

ตรองดูครับ...ทางแห่งความเสื่อมย่อมทำให้ชีวิตผู้ดำเนินตามนี้เสื่อมพันเปอร์เซ็นต์

ใครที่มีพฤติกรรมแบบนี้มีให้เห็นเยอะในสังคมไทย ทั้งคนดัง ดารา นักการเมือง หรือแม้แต่พระสงฆ์ ซึ่งใครที่รู้ตัวว่ากำลังย่างเท้าก้าวขาลงไปในทางแห่งความเสื่อมก็จงชักเท้ากลับซะ

ไม่งั้นคุณจะเจอความเสื่อมใหญ่แน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท