posttoday
ราคาของความสุข

ราคาของความสุข

04 สิงหาคม 2556

ขณะที่มนุษย์แวดล้อมไปด้วยเครื่องมือสารพัดที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อสร้างความสุข แต่ความสุขของคนเรากลับเป็นเรื่องหายากขึ้น

ขณะที่มนุษย์แวดล้อมไปด้วยเครื่องมือสารพัดที่ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อสร้างความสุข แต่ความสุขของคนเรากลับเป็นเรื่องหายากขึ้น

บางคนบอกว่าความสุขของเขาต้องประกอบไปด้วยปัจจัยที่ 1, 2, 3...ฯลฯ เมื่อมีปัจจัยประกอบไม่ครบเขาจึงยังไม่มีความสุข และกว่าจะแสวงหาปัจจัยเหล่านั้นมาให้ครบได้ เลือดตาก็แทบกระเด็น สุขไม่เกิดแต่ทุกข์มารออยู่แล้วตั้งแต่วินาทีแรก

หากถามว่ามีความสุขหรือไม่ หลายคนก็มักยักไหล่พร้อมทำหน้าเฉยๆ และตอบกลับมาว่า “ก็เรื่อยๆ” ไม่ได้รู้สึกสุขอะไร ขณะที่ผู้คนอีกจำนวนไม่น้อย พกพาระดับความทุกข์สะสมเอาไว้มากกว่าความสุขหลายเท่านัก

บ้างก็บอกว่าไม่มีอะไรพิเศษที่จะทำให้มีความสุข บ้างก็บอกว่าโลกอยู่ยากขึ้นทุกวัน การใช้ชีวิตจึงเต็มไปด้วยความทุกข์ที่เกิดขึ้นและพบเจอได้ง่ายกว่าความสุข

ใช่หรือไม่ว่า ความสุขในโลกปัจจุบันกำลังถูกตีตราให้มีราคาค่างวด และต้องแลกมาด้วยบางสิ่งบางอย่าง ทั้งที่ความจริงแล้วความสุขควรเป็นของฟรีที่หาได้ง่ายจากใจเราเอง

ทว่าที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ ใช่หรือไม่ที่คนเรากำลังสูญเสียการสร้างความสุขไปโดยไม่รู้ตัว...

เมื่อนำความสุขไปฝากไว้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โอกาสในการมีความสุขของใครบางคนจึงวูบไหวราวกับกราฟของเครื่องวัดแรงสั่นสะเทือนแผ่นดินไหว

บางคนนำความสุขไปฝากไว้กับใครคนหนึ่งที่เดินเข้ามาสู่ชีวิตในฐานะคนรัก ความสุขที่เคยเกิดขึ้นก็มักหายไปอย่างไม่มีวันค้นเจอ

หลังเปิดประตูรับใครสักคนเข้ามาสู่ชีวิต เจ้าของประตูจึงพบว่าเขาได้สูญเสียความสุขไปเสียแล้ว เพราะทุกวันนี้ความสุขของเขาขึ้นอยู่กับใครคนหนึ่งแทนที่จะขึ้นอยู่กับจิตใจของเขาเอง เมื่อใครคนนั้นเป็นสุข เขาก็เป็นสุข และเมื่อใครคนนั้นเป็นทุกข์ เขาก็เป็นทุกข์ ที่สำคัญก็คือเขาไม่สามารถสร้างความสุขได้ด้วยตนเองอีกต่อไป เพราะความสุขของตัวเราขึ้นอยู่กับใครคนอื่น ความสุขที่แท้จริงจึงหายไป

ชายหนุ่มบางคนเอาความสุขไปฝากไว้กับตำแหน่งหน้าที่การงานและตัวเลขเงินเดือน เขาทุ่มเททุกอย่างกับการทำงานเพียงเพื่อหวังว่าอีกไม่นานจะได้รับการปรับไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น ได้รับการปรับเงินเดือนที่เพิ่มมากขึ้น แต่เมื่อสิ่งเหล่านั้นไม่เป็นอย่างที่หวัง เขาจึงทำความสุขที่เคยมีตกหล่นไปโดยไม่รู้ตัว

สำหรับบางคนความสุขของพวกเขาขึ้นอยู่กับระดับชั้นทางสังคม เขาจึงวนเวียนอยู่กับการไต่ระดับชั้นเหล่านั้นให้ขึ้นไปสู่จุดสูงมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่เมื่อไม่อาจไต่ขึ้นไปถึงระดับที่ต้องการ ความสุขที่เคยมีจึงหายไปและถูกแทนที่ด้วยความทุกข์

ขณะที่ความสุขของใครหลายคนดูจะกลายเป็นเรื่องเหนื่อยยากเหลือประมาณ แต่กับอีกหลายคนความสุขก็เป็นเรื่องเรียบง่ายจนไม่น่าเชื่อ

ผมจำได้ว่าขณะขึ้นรถเมล์กลับบ้านในคืนหนึ่ง ก็พบกับความสุขเรียบๆ แต่ยิ่งใหญ่มหาศาลในความรู้สึก

ระหว่างที่รถเมล์กำลังวิ่งไปตามเส้นทางของมันพร้อมกับจำนวนผู้โดยสารในรถที่โหรงเหรงนั้น คุณลุงที่นั่งอยู่เบาะคนละฝั่งกับผม ก็หยิบถุงพลาสติกบรรจุขึ้นมาจากกระเป๋าและล้วงไปหยิบบ๊วยสองลูกในถุงพร้อมร้องเรียกกระเป๋ารถเมล์เพื่อที่จะมอบบ๊วยให้และคะยั้นคะยอให้เอาไปแบ่งให้คนขับรถ

เมื่อเห็นกระเป๋ารถเมล์ทำสีหน้าอึกอัก คุณลุงก็บอกเพียงว่า “ไม่มีอะไรหรอก ให้เพราะอยากให้ เห็นดึกๆ กลัวว่าจะง่วงกัน”

ด้วยเหตุผลง่ายๆ กระเป๋ารถเมล์หนุ่มรับบ๊วยจากมือคุณลุงด้วยความเกรงใจ ก่อนที่จะนำไปแบ่งให้กับคนขับรถพร้อมกับกล่าวคำขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความยินดีที่ปรากฏอยู่บนใบหน้า ขณะที่คุณลุงก็ยิ้มน้อยๆ ด้วยความสุขที่ไม่ต่างกัน

เหตุการณ์ตรงหน้าทำให้ผมรู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด ผมลองมองไปยังเพื่อนร่วมทางที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กัน ก็เห็นว่าหลายคนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน และกำลังอมยิ้มอย่างมีความสุข

จริงๆ แล้วความสุขเกิดขึ้นจากสิ่งใดกันแน่?

ใครบางคนนิยามความสุขเอาไว้ว่า ความสุข ที่แท้จริงควรเกิดขึ้นได้ด้วยตัวเราเอง ฉะนั้นจึงไม่ควรนำความสุขไปผูกติดอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพราะนั่นเป็นแค่ความสุขเทียมที่ถูกควบคุมด้วยสิ่งที่เรานำความสุขไปผูกติดด้วย สิ่งเหล่านั้นเป็นอย่างที่หวัง เราก็เป็นสุข หากไม่เป็นเรา ก็โดนความทุกข์ครอบงำ

จริงๆ แล้วความสามารถในการสร้างความสุขให้กับตนเองติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด เมื่อยังเด็กเราสามารถนั่งเล่นคนเดียวและก็เพลิดเพลินไปกับความสุขที่เราสร้างขึ้นเอง หากลองนึกย้อนกลับไป เราจะพบว่า แค่การนั่งมองดูต้นไม้ใบหญ้า หรือพบว่าท้องฟ้าเช้านี้แจ่มใสเหมาะแก่การออกไปเล่นนอกบ้าน แค่นั้นก็ทำให้เรามีใบหน้าเปื้อนยิ้มไปได้ตลอดวัน

แต่เมื่อรู้จักโลกมากขึ้น เหตุใดเราจึงนำเอาความสุขที่สามารถสร้างขึ้นได้เองไปฝากเอาไว้กับสิ่งอื่น และปล่อยให้สิ่งนั้นกำหนดว่าขณะนี้ เวลานี้ เราควรมีความสุขหรือความทุกข์ หรือไม่ก็ทำความสุขให้กลายเป็นของมีราคาที่ต้องแลกมาด้วยอะไรบางอย่าง

หากค้นพบว่ากำลังปล่อยให้ความสุขถูกควบคุมอยู่ภายใต้สิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วละก็ อย่าลืมดึงความสุขที่กำลังจะหายไปกลับมาสู่ตัวเราเอง

การสร้างความสุขให้กับตัวเองนั้นไม่ใช่เรื่องยากถึงขนาดที่ต้องให้คนอื่นหรือสิ่งอื่นเข้ามาช่วย ที่สำคัญความสุขนั้นไม่มีราคาค่างวด และไม่ต้องใช้สิ่งใดไปแลกทั้งสิ้น เพราะความสุขเป็นของฟรี เพียงแค่เราคิดจะมีความสุข เมื่อนั้นความสุขที่แท้จริงก็ได้เกิดขึ้นแล้ว

ขอให้มีความสุขครับ

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์