
ถึงแพ้แต่ต้องสู้
ถนนการเมืองทุกสายกำลังพุ่งเป้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ภายหลังพรรคร่วมรัฐบาลมีความชัดเจนเตรียมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
ถนนการเมืองทุกสายกำลังพุ่งเป้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ภายหลังพรรคร่วมรัฐบาลมีความชัดเจนเตรียมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับ วรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แม้จะไม่ใช่ฉบับสุดซอย แต่ถือเป็นชนวนความร้อนแรงที่กำลังรอวันปะทุ
ขณะเดียวกัน “กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ” นำโดย พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ ในฐานะคณะเสนาธิการร่วมกองทัพประชาชนฯ และอดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เปิดใจกับ “โพสต์ทูเดย์” ถึงเหตุผลในการออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านในวันที่ 4 ส.ค.นี้ ไว้อย่างน่าสนใจ
“ผมเป็นประชาชน ผมเป็นลูกไล่รัฐบาลอยู่แล้ว แต่ว่าผมเหนือกว่ารัฐบาลตรงที่ผมเป็นประชาธิปไตยมากกว่ารัฐบาล เพราะผมทำอยู่ในกรอบประชาธิปไตยทั้งหมด” คำยืนยันแรกจากปาก พล.ร.อ.ชัย ต่อการเคลื่อนไหวที่กำลังจะเกิดขึ้น แม้ยอมรับว่าความคาดหมายของกลุ่มไม่สามารถตั้งตายตัวได้
“ลักษณะการทำงานของกลุ่มเป็นรองรัฐบาล และรู้ว่ารัฐบาลไม่ได้มองประชาชนว่าได้ใช้เสรีตามระบอบประชาธิปไตยที่จะแสดงความเห็นได้ และพอมีความเห็นต่างก็ใช้วิธีการแบบศัตรู คือ กดดันเหมือนคราว เสธ.อ้าย (พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์) ชุมนุม เหตุนี้จำเป็นต้องระมัดระวังในการกำหนดเป้าหมาย”
คำว่า “การกำหนดเป้าหมาย” พล.ร.อ.ชัย ขยายความว่า การทำงานครั้งนี้จำเป็นต้องกำหนดตามสถานการณ์ แม้เป้าหมายสูงสุด คือ ล้มระบอบทักษิณ แต่อาจไม่ใช่วันนี้ เพราะรัฐบาลมีพลังมาก แต่เชื่อว่าในอนาคตต้องล้ม
“เราต้องมีความพร้อม คือ กองทัพประชาชน ดังนั้น มันขึ้นอยู่กับประชาชน ถ้ามาร่วมมาก จะสอดคล้องกับผลงานและแนวความคิด จึงสามารถชุมนุมได้เป็นปึกแผ่น มีพละกำลังในการเดินได้มากขึ้น หากมาน้อยก็ต้องปรับแผน ลดขีดความสามารถลง วิธีการอาจเปลี่ยนไป แต่เป้าหมาย คือ ไม่ให้ระบอบทักษิณอยู่ในประเทศไทย เพราะเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ”
พล.ร.อ.ชัย เล่าอีกว่า ก่อนการเคลื่อนไหวทั้งหมด ได้มีการหารือกับภาคประชาชนมานาน พร้อมดูกระแสสังคมว่าคิดอย่างไรกับรัฐบาล ปรากฏว่ากลุ่มส่วนใหญ่มีความคิดตรงกัน คือ ทนไม่ไหว และมีความกดดันเจ็บแค้นจากการบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลทุกเรื่อง ทั้งหลักธรรมาภิบาล การนำประเทศไทยไปสู่การเสียหายต่อสังคมโลก
“เรามีคนทำงานร่วมอยู่เยอะ ทั้งกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย ถ้าเอาให้ชัดเจน คือ กลุ่มทุกกลุ่มเหมือนกันหมด ใครก็แล้วแต่ที่มีเป้าหมายเดียวกันก็จะสนับสนุน เพียงแต่การสนับสนุนไม่ได้หมายความว่ามาร่วมมือลักษณะทำงานร่วมกัน พอถึงเวลาก็จะมา จะมาร่วมกันเลยคงทำงานในชั้นต้นลำบาก เนื่องจากกังวลว่าจะเกิดความขัดแย้ง”
ทั้งนี้ ได้ปฏิเสธเสียงแข็งว่าการชุมนุมในครั้งนี้ไม่ได้มีกลุ่มทุนอยู่เบื้องหลังตามที่มีการกล่าวหาจากฝ่ายตรงข้ามว่ารับเงินมา 3,000 ล้านบาท
“จุดเด่นของกลุ่ม คือ ประชาชนกับอุดมการณ์ ผมไม่ได้ใช้เงินสักแดงเดียว ผมมีเพียงแค่ประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ การกล่าวหาแบบนี้เป็นวิธีการเดิมๆ ภาพรวมนักการเมืองเวลานี้ นอกจากไม่เป็นคุณแล้วยังเป็นภัยแก่ชาติ ความแตกแยกของคนในชาติก็สูงขึ้น ถึงขั้นแบ่งฝ่ายฆ่ากันเอง”
จะล้มรัฐบาลได้หรือไม่? พล.ร.อ.ชัย ยืนยันเสียงแข็งว่า “ในหลักการบอกว่าเป็นรอง ล้มได้หรือไม่แล้วแต่ประชาชน แต่อย่างน้อยที่สุดสังคมทั่วโลกจะรับรู้ว่าประชาชนที่ออกมาต่อต้านมันมากน้อยขนาดไหน และจะไม่พาประชาชนไปตาย หรือไปสู้กับตำรวจที่จ้องจะฆ่าประชาชน”
เช่นกันกับการประกาศไม่เข้าร่วมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพราะไม่ต้องการฝ่าฝืนคำสั่งศาล ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ทำให้กองทัพประชาชนฯ เสียเปรียบ แต่มั่นใจว่าจะไม่กระทบการเคลื่อนไหวในวันที่ 4 ส.ค.
“พันธมิตรฯ เป็นองค์กรที่เกิดมาก่อน มีความแข็งแรงในตัว จะไม่ดึงเข้ามา แต่มีเป้าหมายเดียวกัน ส่วนจะเคลื่อนไม่เคลื่อน คนของเขาก็มา แกนนำไม่มาไม่เป็นไร แต่ถ้าเขาออกมาเคลื่อนไหวทั้งหมดก็ดี ไม่มีข้อขัดข้องใดๆ เพราะมีเป้าหมายเดียวกัน ส่วนกลุ่มคนหน้ากากขาวก็มีติดต่อมาขอเข้าร่วมเยอะ”
แม้การต่อสู้ยกนี้ พล.ร.อ.ชัย จะสารภาพว่าเป็นเรื่องยากที่จะล้มรัฐบาล แต่ยืนยันว่าในอนาคตการต่อสู้จะต้องยกระดับนำไปสู่การกดดันให้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง เพียงแต่ตอนนี้ขอกดดันให้นายกฯ ลาออกจากตำแหน่ง รมว.กลาโหมก่อน
“ตอนนี้ดูแค่นี้ก่อน เพราะยังไม่ถึงเวลานั้น แต่ไม่ใช่ไม่เรียกร้องให้ท่านลาออกจากนายกฯ คือท่านเป็น รมว.กลาโหม ไม่เวิร์กอะไรเลย นายกฯ อยู่สูงกว่า ไม่อยากไปแตะ ถ้าแตะนายกฯ ทุกเรื่องเละหมด เรื่องใหญ่ ใจเย็นๆ เอาแค่ตำแหน่ง รมว.กลาโหมก่อน...
...การมาเป็นรัฐบาล 2 ปี ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น ไปต่างประเทศเป็นว่าเล่น เอาเงินพวกผมทั้งนั้น เคยมาแถลงไว้บ้างหรือไม่ว่าทำอะไรให้ชาติได้ประโยชน์ ที่บินไปมา บ้านเมืองจ่ายเงินไปตั้งเยอะแยะกับรัฐบาลชาติได้อะไรบ้าง ผมไม่รู้นะ ใครรู้ช่วยบอกที ผมเสียดายตังค์ผม เพราะว่าผมเสียภาษี”
สำหรับข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล พล.ร.อ.ชัย บอกว่า มีมากกว่า 6 ข้อที่เสนอไปก่อนหน้านี้ เช่น การให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องปากท้องของประชาชน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก แต่เพราะรัฐไม่เคยฟังเสียงประชาชน เห็นเป็นศัตรู ไม่ได้ฟังเสียงประชาชนที่แสดงสิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตย
“รัฐบาลสองมาตรฐานมาตลอด เห็นได้จากหน้ารัฐสภา เสื้อแดงเข้าได้ แต่คนอื่นเข้าไม่ได้ ถ้าเราเข้าไปก็โดนกั้น ฉะนั้น ลักษณะต่างๆ มันชัดเจน โดยเฉพาะคลิปที่เชียงใหม่ ประชาชนโกรธแค้นมาก หน้ากากขาวถูกเสื้อแดงทำร้าย ตำรวจอยู่แต่ยืนเฉย ดังนั้น ชัดเจนว่ารัฐบาลสนับสนุนการทำร้ายประชาชน”







