
ยิ่งลักษณ์หาทางออกซื้อเวลา
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 คุมทั้ง 3 เขต คือ เขตดุสิต ป้อมปราบศัตรูพ่าย และเขตพระนคร
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 คุมทั้ง 3 เขต คือ เขตดุสิต ป้อมปราบศัตรูพ่าย และเขตพระนคร ตั้งแต่วันที่ 110 ส.ค. 2556 เพื่อเป็นเครื่องมือให้กับตำรวจควบคุมการชุมนุมของคณะเสนาธิการร่วม กองทัพประชาชน โค่นระบอบทักษิณ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 4 ส.ค.
ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ประกาศปิดเส้นทาง 12 เส้นทางรอบทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภา ห้ามเข้าออก พร้อมคุมเข้มพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย โดย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ยืนยันว่า ตำรวจจะไม่มีการทำร้ายผู้ชุมนุมเด็ดขาด แต่หากฝ่าฝืนกฎหมายก็ต้องดำเนินคดี พร้อมกำชับให้คุมเข้มมือที่สาม
ตั้งเวทีเจรจาหาทางออก
ขณะที่ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ออกแถลงการณ์ “ข้อเสนอทางออกประเทศไทย” เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเชิญทุกฝ่ายเข้ามาร่วมหาทาง ออกกับรัฐบาล
“ต้องการให้ทุกฝ่ายจัดเวทีหาทางออกประเทศ สร้างความปรองดองอย่างสร้างสรรค์ หยุดความขัดแย้งในสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมรวมความคิดเห็นในการพัฒนาประเทศในอนาคตให้เป็นไปตามความต้องการอย่างมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานซึ่งเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ” นายกฯ ระบุ
อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของนายกฯ ไม่เป็นผล เมื่อแกนนำกลุ่มคณะเสนาธิการร่วม กองทัพประชาชนฯ ยืนยันเดินหน้าจัดการชุมนุมตามกำหนดการปกติ
สถานการณ์ใต้ป่วนไม่เลิก
เหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้ในช่วงโค้งสุดท้ายของเทศกาลรอมฎอนยังคงรุนแรงต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มคนร้ายดักซุ่มยิงทหารบาดเจ็บ 3 นาย ที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา วันถัดมาคนร้ายก่อเหตุวางระเบิดและซุ่มโจมตี 4 จุด ที่ จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา ทำให้ทหารชุดคุ้มครองครูบาดเจ็บ 5 นาย ที่ จ.ปัตตานี และตำรวจตระเวนชายแดนเสียชีวิต 2 นาย ที่ จ.ยะลา
นอกจากนี้ ล่าสุดกลางดึกค่อนเช้าวันที่ 2 ส.ค. กลุ่มคนร้ายก่อเหตุความไม่สงบ ปูพรมก่อเหตุถึง 13 จุด ทั้งลอบวางระเบิด ไล่ยิงเจ้าหน้าที่รัฐเสียชีวิตและบาดเจ็บอีกหลายราย รวมถึงเผาโรงงานยางพาราเสียหายกว่า 100 ล้านบาท ขณะที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาฯสมช.ระบุว่าเป็นฝีมือกลุ่มวัยรุ่น รวมตัวก่อเหตุ จ้องล้มโต๊ะเจรจาสันติภาพ







