
ทึ่ง!ยายตาบอดสู้ชีวิต
ไม่เคยย่อท้อต่อชะตากรรมชีวิตที่แสนอาภัพ คุณยายศรีนวล อารีย์ วัย 62 ปี ซึ่งตาบอดทั้งสองข้างเพราะจอประสาทตาเสื่อมเมื่อ 14 ปีที่แล้ว
ไม่เคยย่อท้อต่อชะตากรรมชีวิตที่แสนอาภัพ คุณยายศรีนวล อารีย์ วัย 62 ปี ซึ่งตาบอดทั้งสองข้างเพราะจอประสาทตาเสื่อมเมื่อ 14 ปีที่แล้ว แต่คุณยายไม่คิดงอมืองอเท้ารอเงินเบี้ยเลี้ยงชีพคนชราจากรัฐบาล อีกทั้งไม่อยากสร้างภาระให้กับสังคมและครอบครัว
คุณยายจึงลุกขึ้นสู้ชีวิตเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยวที่ใต้ถุนบ้านเลขที่ 17 หมู่ 4 ต.เสนา อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา ราคาถูกชามละ 15 บาท แต่มากด้วยปริมาณแถมรสชาติอร่อย กินแล้วอิ่มท้องเป็นที่ชื่นชอบของเด็กนักเรียนและครูอาจารย์โรงเรียนวัดบ้านข่อยโทน และชาวบ้านใกล้เคียงแห่มาอุดหนุนคับคั่งทุกวัน ทำให้คุณยายพอมีกำไรเจือจุนครอบครัวและเลี้ยงตัวเองอย่างไม่ขัดสน
“ลูกๆ ไม่อยากให้ทำหรอก ไม่อยากให้ลำบาก บอกว่าจะขอเลี้ยงคุณยายเอง แต่เมื่อยังมีลมหายใจอยู่จึงอยู่เฉยๆ ไม่ได้ ขอทำอะไรสักอย่างให้เป็นประโยชน์ต่อตัวฉันเองและชาวบ้าน ดีกว่าอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย” คุณยายศรีนวล กล่าว
แม้ว่าคุณยายตาบอดสนิททั้งสองข้าง แต่ใจของคุณยายสว่างยิ่งกว่าคนปกติทั่วๆ ไป ทุกๆ เช้าคุณยายตื่นขึ้นมาจะสาละวนอยู่กับการลงมือปรุงน้ำก๋วยเตี๋ยว เสร็จแล้วก็จะนั่งหั่นเนื้อเป็นชิ้นเล็กๆ อย่างคล่องแคล่ว ทั้งๆ ที่มองไม่เห็นอะไรเลย แต่ด้วยความชำนาญบวกกับปลายนิ้วสัมผัสถึงความรู้สึกดีเลิศ ทำให้คุณยายหั่นเนื้อได้ขนาดตามที่ต้องการเหมือนกับคนตาดีหั่นไม่ผิดเพี้ยน
ที่สำคัญคุณยายลงมือปรุงก๋วยเตี๋ยวขายคล่องแคล่วเหมือนกับพ่อค้าแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวตาดีทั่วไป
แต่จะแตกต่างจากพ่อค้าแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวตาดีก็ตรงที่เวลาจะหยิบหรือจะลวกเส้นก๋วยเตี๋ยว คุณยายจะต้องใช้ความชำนาญเฉพาะตัวในการลวกเส้นและตักน้ำก๋วยเตี๋ยวในหม้อให้ถูกช่อง ไม่เช่นนั้นน้ำก๋วยเตี๋ยวก็จะตักมั่วปนกับน้ำลวกเส้นลวกถั่วงอก
เรื่องนี้คุณยายเฉลยว่า ไม่ต้องกลัวสับสน เครื่องปรุงทุกอย่างต้องอยู่ประจำที่ รู้ตำแหน่งวางไว้ทั้งหมดห้ามขยับย้ายที่เด็ดขาด เช่นเดียวกับหม้อก๋วยเตี๋ยวจะต้องตั้งในตำแหน่งประจำ จะตักน้ำ หรือลวกเส้น ลวกถั่วงอก คุณยายจะใช้มือนำทางก่อนตักก่อนลวกเส้นทุกครั้ง แต่หากลูกค้าคิดพิเรนทร์ย้ายสลับตำแหน่งกันคุณยายก็สับสนแน่ๆ แถมอาจได้กินไม้ตะพดแทนก๋วยเตี๋ยวด้วยซ้ำ
คุณยายศรีนวลตาบอดทั้งสองข้างแต่ใจไม่บอด ลุกขึ้นมาสู้ชีวิตที่คนปกติอวัยวะครบ 32 ประการ ที่ควรเอาแบบอย่าง แม้ว่าจะตาบอดพิการแต่ไม่ได้เป็นภาระของสังคมแต่อย่างใด







