
สุเทพ สั่งเสริมกำลังกันแดงปะทะคนสีลม
“สุเทพ”สั่งเสริมกำลังป้องกันเหตุปะทะม็อบ แดง-สีลม ยันม็อบธรรมชาติปัดจัดตั้ง เผยกำลังตรวจสอบเสื้อแดง สะสมอาวุธหรือไม่ หลังมีจรวด อาร์พีจี ยิงใส่คลังน้ำมัน
“สุเทพ”สั่งเสริมกำลังป้องกันเหตุปะทะม็อบ แดง-สีลม ยันม็อบธรรมชาติปัดจัดตั้ง เผยกำลังตรวจสอบเสื้อแดง สะสมอาวุธหรือไม่ หลังมีจรวด อาร์พีจี ยิงใส่คลังน้ำมัน
นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศอฉ.ให้สัมภาษณ์ ถึงเหตุปะทะระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงกับประชาชนชาวสีลมค่ำวานนี้ (21 เม.ย.) ว่า ตนรับทราบรายงานตั้งแต่เมื่อคืนที่เกิดเหตุ ซึ่งน่าเสียดายว่าไม่ควรเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น เพราะมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่ได้รับบาดเจ็บ เกิดความเสียหายเสียใจกันทุกฝ่าย โดยเฉพาะชาวต่างชาติคงรู้สึกต่อประเทศไทยไม่ดี อย่างไรก็ตาม ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุ ตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 21 เม.ย.จนถึงเช้าวันที่ 22 เม.ย.ได้ย้ำให้ตำรวจวางแผนเสริมกำลังเพิ่มเติมเนื่องจากเกรงว่าจะ มีการยกระดับความขัดแย้งเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น
ส่วนกรณีที่กลุ่มคนเสื้อหลากสีได้ชุมนุมตามที่ต่างๆโดยรอบกทม.เกรงว่าจะ เกิดการปะทะกับกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่นั้น นายสุเทพ กล่าวว่า คิดว่าประชาชนชาวกทม.จำนวนมาก ทนไม่ได้กับพฤติกรรมของคนเสื้อแดงจึงลุกขึ้นมา แสดงความไม่เห็นด้วย ต่อต้าน ตามที่ต่างๆมากมาย ซึ่งตนอยากขอร้องให้ประชาชนช่วยกับระมัดระวังว่าการแสดงออกซึ่งความไม่เห็นด้วยนั้น สามารถกระทำได้ แต่ต้องระวังไม่ให้เป็นชนวนจนเกิดการ ปะทะกัน
เมื่อถามว่า รัฐบาลยืนยันได้หรือไม่ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมที่เกิดขึ้นที่สีลมนั้น เกิดขึ้นโดยธรรมชาติไม่ใช่การจัดตั้งโดยรัฐบาลตามที่กลุ่มคนเสื้อแดงกล่าวหา นายสุเทพ กล่าวว่า คนเสื้อแดงกล่าวหาได้ทุกเรื่อง แต่ประชาชนสามารถใช้วิจารณญาณไตร่ตรองได้ รัฐบาลไม่มีความจำเป็นที่ต้องไปจัดตั้งม็อบออกมาสู้กับคนเสื้อแดง แต่มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย การที่ประชาชนมีความรู้สึกและคิดออกมาอย่างนี้ถือเป็นธรรมชาติของ คนที่ถูกกดดันนานๆย่อมทำให้เกิดอารมณ์ขึ้นบ้าง ในเมื่อคน เสื้อแดงมายึดถนนใจกลางกทม.นานกว่า 2 เดือนทำให้คนกทม.เดือดร้อน จึงเป็นธรรมดาที่เขาต้องแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาบ้าง แต่ทุกคนต้องมีสติ ไม่ใช่แสดงออกจนทำให้เกิดปัญหามากขึ้นไปอีก
เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างคนเสื้อแดงกับฝ่ายที่ไม่ เห็นด้วยจะเกิดขึ้นอีกเป็นจำนวนมากนาย สุเทพ กล่าวว่า ต้องช่วยกันเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงาน ตนเองก็กดดันตำรวจเพาะตำรวจต้องทำให้แข็งแรงและเข้มแข็งกว่านี้ ในเมื่อตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบ ประชาชนมีเรื่องกัน ตำรวจจะยืนเฉยอยู่ไม่ได้ ส่วนกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงประกาศฝ่าทุกด่าน ของเจ้าหน้าที่นั้น ตนได้สั่งการตำรวจไปแล้วว่าต้องรักษา สถานการณ์ให้ได้ ต้องอยู่ตรงกลาง ไม่ให้ประชาชนเขาทำร้ายกัน
เมื่อถามว่า จะบังคับใช้กฎหมายกับม็อบกลุ่มอื่นนอกจากคนเสื้อแดงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องไปศึกษารายละเอียดของพ.ร.ก.ฉุกเฉินให้ดี เพราะในกฎหมายดังกล่าวระบุห้ามการชุมนุม 4 ประเภท อาทิ ชุมนุมแล้วกีดขวางจราจร ชุมนุมลักษณะปลุกปั่นยุยง ทำให้คนมีพฤติกรรม เป็นภัยต่อความมั่นคง ข่มขู่ ทำให้บุคคลเสียอิสรภาพ เมื่อถามว่าเหตุที่เกิดขึ้น ที่สีลมเข้าข่ายกระทำผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ที่นั่นไม่ใช่การชุมนุมถาวร แต่เกิดกรณีวูบวาบมากกว่า ส่วนจะสามารถเอาผิดกับกลุ่มคนที่ปะทะกับคนเสื้อแดงที่สีลมได้หรือ ไม่นั้น คงต้องดูตามคดีไป เมื่อถามย้ำว่าจะดำเนินการอย่างไรกับตำรวจที่เกียร์ว่าง นายสุเทพ กล่าวว่า สั่งการไปตามกฎหมาย และถ้าไม่ทำหน้าที่ ก็เข้าข่ายละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งนั่นก็ต้องดำเนินคดีกับตำรวจ เมื่อถามว่าจะมีการปรับเปลี่ยนตำรวจส่วนหัวที่รับผิดชอบหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องดูตามเหตุผล จะใช้อารมณ์ไม่ได้
ส่วนสถานการณ์ที่กลุ่มคนเสื้อแดงขอนแก่นยึดรถทหารนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ตนสั่งให้ตำรวจรายงานความคืบหน้าอยู่เป็นระยะๆ ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ที่กีดขวางทหารนั้นคงต้องใช้เวลา ซึ่งคนที่มีหน้าที่ก็ติดตามรวบรวมพยานหลักฐาน เมื่อถามว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงขอนแก่นเกิดขึ้นซ้ำ 2 หนแล้วศอฉ.จะมีมาตรการใดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก นายสุเทพ กล่าวว่า ใช้มาตรการในการรักษากฎหมายตามปกติ และเมื่อเกิดเรื่องขึ้น ตำรวจก็ต้องเข้าระงับเหตุ ในเมื่อมีการกักกันหน่วยเหนี่ยวทำให้บุคคล เสียอิสรภาพ ตำรวจก็ต้องเข้าไปช่วยเหลือ ส่วนการจะส่งกำลังไปขัดขวางไม่ให้ คนเสื้อแดงทำอีก คงจะทำไม่ได้ เพราะเราคาดเดาไม่ได้ว่า คนเสื้อแดงเขาคิดจะทำอะไรมากไปกว่านี้ อย่างไรหรือไม่ จะไปคอยตามขัดขวางทั้งหมดคงไม่ได้ แต่มีหน้าที่ต้องไปแก้ไขเมื่อเกิด เหตุ
เมื่อถามว่าศอฉ.ประเมินการ ก่อวินาศกรรมอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะกรณีที่มีการยิงอาร์พีจีไปที่ ถังบรรจุน้ำมันขนาดใหญ่ย่านลำลูกกา จ.ปทุมธานี ผอ.ศอฉ.กล่าวว่า ตนเคยบอกแล้วว่าคนเหล่านี้เป็นผู้ก่อการร้าย เพราะมีการใช้จรวจอาร์พีจียิงเข้าไปที่ถังน้ำมัน ซึ่งเป็นบริษัทที่ส่งน้ำมันไปให้สนามบินสุวรรณภูมิทั้งหมด ทำให้เห็นชัดเจนและเห็นธาตุแท้ของพฤติกรรมของกลุ่มผู้ก่อการร้ายชุด นี้ได้ชัดเจนขึ้น เนื่องจากเขาตั้งใจที่จะให้กทม.ทั้งเมืองไม่มีไฟฟ้า ใช้จากกรณีที่ไปวางระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูง และยังต้องการให้เที่ยวบินที่มา ลงสุวรรณภูมิขึ้นไม่ได้เพราะขาดน้ำมัน จึงทำลายคลังและท่อส่งน้ำมัน เมื่อถามว่าศอฉ.ได้ตรวจสอบข่าวเรื่องการที่คนเสื้อแดงสะสมอาวุธ หนักไว้หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า กำลังพยายามตรวจสอบอยู่ ซึ่งน่าเสียดายที่เจ้าหน้าที่ ตั้งด่านไว้มากมายแต่ตำรวจปล่อยให้มีการ ขนไม้ไผ่ ยางรถยนต์ มาเป็นจำนวนมาก จนสามารถนำมาสร้างประตูค่าย ซึ่งศอฉ.ต้องหาทางแก้ไขต่อไป
เมื่อถามย้ำ ว่าแสดงว่าตำรวจเกียร์ว่างต่อคำสั่งรัฐบาลโดยสิ้นเชิงเลยใช่หรือ ไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ก็ไม่ชัดนัก แต่ไม่แข็งแรง จึงต้องทำให้ตำรวจทำงานเข้มแข็งมากกว่านี้ เมื่อถามว่าเป็นเพราะตำแหน่งผบ.ตร.นั้นยังเป็นเพียงรักษาการอยู่ใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร แต่เชื่อว่าตำรวจจะต้องพิจารณาและชั่งใจให้ดีว่า เราเป็นผู้รักษากฎหมาย และรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง จึงต้องทำหน้าที่ของตำรวจ ผู้สื่อข่าวถามว่าจำเป็นต้องมีการคาดโทษต่อ ระดับผบช.ของตำรวจหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้คาดโทษใคร แต่พยายามให้ความคิดว่าในเมื่อมีหน้าที่ ก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ เมื่อถามว่าจำเป็นต้องมอบอำนาจรักษาความสงบให้ทหารเป็นหลักหรือ ไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “ไม่ หน้าที่ตำรวจ ตำรวจก็ต้องทำ” เมื่อถามว่า สถานการณ์ขณะนี้มาถึงจุดที่ต้องประการกฎอัยการศึกแล้วหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ยังครับ
เมื่อถามถึง กรณีพล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯในฐานะประธานพรรคเพื่อไทย ทำหนังสือขอเข้าเฝ้าฯเพื่อขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณแก้ไขปัญหา ของบ้านเมือง นายสุเทพ กล่าวว่า ตนเคยบอกแล้วว่าการขอเข้าเฝ้าของ พล.อ.ชวลิตเป็นเรื่องไม่บังควรและไม่ควรกระทำ เพราะสิ่งที่พล.อ.ชวลิตพยายาม จะทำนั้น กระทบต่อจิตใจคนไทยเป็นอย่างยิ่ง ตนพูดได้เพียงเท่านี้ เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาเพื่อแจ้งมติของ พรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนมีหน้าที่ประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งความจริงไม่ได้มีปัญหาใดๆ ตนได้พบกับพรรคร่วมมาก่อนแล้วเมื่อวัน ที่ 11 เม.ย.และตกลงร่วมกันว่า เราร่วมกันเป็นรัฐบาล เรามีภาระหน้าที่ร่วมกัน ที่ต้องปฏิบัติงานเพื่อให้ประเทศชาติพ้นวิกฤตไปให้ได้ และนำความร่วมเย็นผาสุก สงบสุข มาให้ประชาชนให้ได้ พรรคร่วมรัฐบาลเขาคิดกันอย่างนี้ ส่วนกรณีที่จะพูดคุยเรื่องการ แก้รัฐธรรมนูญนั้น ได้พูดคุยกันไว้ว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์จะช่วยส่งเสริมสนับสนุนก็มีน้ำใจให้หน่อย เผื่อการเลือกตั้งคราวหน้าพรรคร่วมจะได้มีโอกาสมากขึ้น แต่ไม่ได้นำมาปะปนกับเรื่องการแก้ไขวิกฤตการณ์







