
สาทิตย์ เผย รัฐบาลขอเลื่อนประชุมร่วมออกไปยังไม่มีกำหนด
สาทิตย์ ระบุ รัฐบาลขอเลื่อนการประชุมร่วมออกไปยังไม่มีกำหนด ขอเวลาดูสถานการณ์
สาทิตย์ ระบุ รัฐบาลขอเลื่อนการประชุมร่วมออกไปยังไม่มีกำหนด ขอเวลาดูสถานการณ์
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลขอเลื่อนการประชุมวุฒิสภานัดพิเศษในวันศุกร์ที่ 23 เม.ย. เพื่อเปิดอภิปรายทั่วไปให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงข้อเท็จจริง หรือชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับปัญหาการบริหารราชการแผ่นดิน โดยไม่มีการลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 ตามที่ส.ว.ร่วมกันลงชื่อไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของสมาชิกทั้งหมด ว่า มีข้อสรุปแล้วว่า ในวันพรุ่งนี้ (23 เม.ย.) จะงดการประชุมดังกล่าว ซึ่งทางรัฐบาลได้ประสานไปยังวุฒิสภา เพื่อขอเวลาในการประเมิณสถานการณ์ในขณะนี้ จึงขอเวลาอีกระยะหนึ่ง ทั้งนี้ ส.ส.เองก็มีความประสงค์ที่จะอภิปรายเช่นเดียวกัน ซึ่งก็ได้เสนอให้เปิดอภิปราย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 179 ซึ่งจะนำไปหารือในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนจึงจะสามารถระบุได้ ส่วนจะเปิดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อใดจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
"ที่น่าเป็นห่วงคือสถานการณ์จะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น เพราะที่บริเวณสีลมมีการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมเสื้อแดงกับเสื้อหลากสีเมื่อวานนี้ และการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ยืดยาวจะส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไป และนายกฯ นายกรัฐมนตรีติดตามสถานการณ์ตลอดทั้งคืน พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ดูแลไม่ให้เกิดความรุนแรงป้องกันความสูญเสีย"นายสาทิตย์ กล่าว
สาทิตย์ เชื่อเหตุบึ้มคลังน้ำมันโยงการเมืองตั้งรัฐไทยใหม่
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในการประชุมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) เมื่อคืนวันที่ 21 เม.ย. ที่ประชุม ศอฉ. มีการหยิบยกกรณีการยิงระเบิดใส่คลังน้ำมัน จ.ปทุมธานี โดยสันนิษฐานการก่อเหตุครั้งนี้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อวินาศกรรมก่อนหน้านี้ เช่น การยิงจรวจอาร์พีจีใส่กระทรวงกลาโหม การยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่สถานที่ต่างๆ และเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. ที่มีการยิงระเบิดเอ็ม 79 ใส่ทหาร 15 ลูก ระเบิดสังหาร 2 ลูก ระเบิดควันอีกหลายสิบลูก ทำให้บางฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า การยิงระเบิดใส่คลังน้ำมันมีความเชื่อมโยงกับทุกเหตุการณ์ที่กล่าวมา เพราะสถานการณ์มันต่อเนื่องกัน ศอฉ.จึงให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ไปหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีต่อไป หลังจากนี้ยอมรับว่า ต้องเฝ้าระวังหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง และหน่วยงานด้านสาธารณูปโภค เพราะทราบว่า มีกลุ่มที่ต้องการซ้ำเติมสถานการณ์







