posttoday
ธุรกิจขยาด ม็อบขยับนายกฯชูปรองดอง

ธุรกิจขยาด ม็อบขยับนายกฯชูปรองดอง

03 สิงหาคม 2556

การชุมนุมทางการเมืองวันที่ 4 ส.ค.นี้ โดนจับตาขึ้นมาทันที เมื่อรัฐบาลให้น้ำหนักถึงกับประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ออกมาคุม 3 พื้นที่

การชุมนุมทางการเมืองวันที่ 4 ส.ค.นี้ โดนจับตาขึ้นมาทันที เมื่อรัฐบาลให้น้ำหนักถึงกับประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ออกมาคุม 3 พื้นที่เขตดุสิต เขตพระนคร และเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ระหว่างสภาผู้แทนราษฎรประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม วันที่ 110 ส.ค. พร้อมกับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมาแถลงทางโทรทัศน์เมื่อเวลา 20.30 น. ของวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ถึง “การหาทางออกประเทศไทย”

เมื่อผสมกับกระแสข่าวว่าการชุมนุมครั้งนี้จะมีความรุนแรงเกิดขึ้นหรือไม่ ในสังคมโซเชียลมีเดียมีการส่งข้อความเตือนให้เตรียมอาหาร น้ำดื่ม และเงินสด รับมือ

บรรยากาศไม่มั่นใจดังกล่าวยังได้สะท้อนผ่านตลาดหุ้นไทย โดยวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยเป็นเพียงตลาดเดียวในเอเชียที่ปรับตัวลงแรง โดยระหว่างวันดัชนีหุ้นดิ่งลงแรงถึงลบ 28.94 จุด เกือบหลุดระดับ 1,400 จุด ก่อนฟื้นตัวในช่วงท้ายตลาดปิดที่ 1,420.94 จุด รูดลงลบ 16.57 จุด คิดเป็น 1.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขายบางตา 37,950.67 ล้านบาท

ท่ามกลางความคุกรุ่น พงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานอาวุโสหอการค้าไทย ให้ความเห็นว่า รู้สึกเป็นห่วงหากจะมีการออกมาประท้วงหรือมีม็อบขึ้นมา แต่ก็หวังว่าจะไม่มีความรุนแรง หรือการปะทะของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะตอนนี้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาแล้วหากมีเหตุการณ์รุนแรงอีกก็จะกลับไปเป็นเหมือนเมื่อ2 ปีก่อน ทั้งนี้ไทยเป็นประเทศทีมีระบอบประชาธิปไตย ทุกคนมีเสรีภาพทางความคิด การคัดค้านเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ควรทำให้เกิดความรุนแรง เพราะไม่เป็นผลดีกับประเทศ อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังไม่ทราบชัดเจนว่า การประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงฯที่ออกมา มีเนื้อหาอะไรบ้าง มีการจำกัดอะไรกันบ้าง เป็นแบบไหน ดังนั้นผลกระทบต่อภาคธุรกิจจึงยังไม่ประเมินไม่ได้ชัดเจน แต่ยอมรับว่าหากมีความรุนแรงเกิดขึ้นก็ส่งผลกระทบต่อการค้าขายและความเชื่อมั่นแน่นอน มีผลเสียมากกว่าผลดี และก็หวังว่าอย่าให้มีอะไรเกิดขึ้นเลย

บุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า การชุมนุมครั้งนี้ทำให้ภาครัฐต้องพิจารณา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพราะหากเกิดการชุมนุมการเมืองยืดเยื้อ จะกระทบกับเศรษฐกิจไทยโดยรวม จีดีพีจะลดลงอีกแน่นอน จากก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังได้ปรับเป้าการเติบโตจีดีพีปีนี้ลงจากกว่า 5% เหลือ 4% เนื่องจากการชุมนุมที่ยืดเยื้อจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นเสถียรภาพทางการเมือง และภาวะเศรษฐกิจ การลงทุน รวมถึงอัตราการบริโภค ซึ่งผู้บริโภคจะระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย

พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การชุมนุมในครั้งนี้คงจะดำเนินการโดยสงบ ส่วนนักธุรกิจมีความกังวลต่อสถานการณ์ในภาพรวมมากกว่า เพราะในช่วง 23 เดือนที่ผ่านมาการเมืองไม่นิ่ง รวมถึงมีเหตุการณ์วุ่นวายติดต่อกันมาหลายปี ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาที่ส่งผลด้านลบ ย่อมทำให้เกิดการสะดุดหรือชะลอดูสถานการณ์ของนักลงทุนอย่างแน่นอน ซึ่งประเทศไทยควรจะก้าวข้ามสถานการณ์แบบนี้ได้แล้ว แต่กลับพบว่ามีสถานการณ์ด้านลบขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แหล่งข่าวจากสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ หรืออาร์เอสทีเอ เปิดเผยว่า กรณีม็อบวันที่ 4 ส.ค.นี้ สมาคมไม่กังวลปัจจัยลบดังกล่าว โดยยังคงเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยเหมือนกับตอนที่เกิดม็อบเสื้อแดง และจะอัพเดตข้อมูลสถานการณ์ต่างๆ กับสมาชิกเป็นระยะเพื่อเตรียมพร้อมหากมีสถานการณ์ไม่คาดคิด

ด้าน สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า สศค.ยังเร็วเกินไปที่จะปรับลดการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ปัจจุบันอยู่ที่ 4.5% ที่จะได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง และการประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ใน 3 เขตกรุงเทพมหานคร ช่วงวันที่ 110 ส.ค.นี้ โดย สศค.ขอติดตามสถานการณ์การเมืองอย่างใกล้ชิด เชื่อว่าจะมีผลกระทบต่อจิตวิทยานักลงทุนและนักท่องเที่ยวบ้าง แต่ไม่น่ามีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม

นายสมชัย กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองของไทย โดยเฉพาะนักลงทุนญี่ปุ่น ที่ยังยืนยันใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการผลิตต่อไป เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานด้านเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะกลางและระยะยาวยังแข็งแกร่ง และมีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า สถานการณ์การเมือง เชื่อว่า ไทยจะสามารถผ่านไปได้ เนื่องจากเคยเกิดเหตุการณ์มาแล้วหลายครั้ง โดยมองว่า จีดีพีปีนี้จะขยายตัวได้ใกล้เคียง 4%ทั้งนี้ แผนรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุมทางการเมืองวันที่ 4 ส.ค.นี้ พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ในฐานะโฆษก บช.น. แถลงกำหนด 12 เส้นทางห้ามเข้าออกโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมความพร้อมในการรักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุมทางการเมืองในวันที่ 4 ส.ค.นี้ โดย

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศอ.รส.) ประกาศ ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ลงวันที่ 1 ส.ค.2556 จำนวน 3 ฉบับ คือ 1.ห้ามบุคคลใดหรือกลุ่มบุคคล เข้าหรือออกจากบริเวณพื้นที่และอาคารที่กำหนด คือ ทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภา เว้นแต่ผู้ที่ได้รับอนุญาต ฉบับที่ 2.ห้ามบุคคลหรือกลุ่มบุคคล เข้าหรือออกจากบริเวณพื้นที่ต่างๆ 12 เส้นทาง เว้นแต่ได้รับอนุญาต ฉบับที่ 3 กำหนดให้ผอ.ศอ.รส. ผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย เป็นผู้ดำเนินการตามประกาศนี้ และบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.2556

นอกจากนี้ได้แบ่งระดับพื้นที่คุมม็อบห้ามเข้าไว้ 3 ระดับ คือ 1.พื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด ได้แก่ พระบรมมหาราชวัง โรงพยาบาลศิริราช เขตพระราชฐาน ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา และพื้นที่สัญลักษณ์ สถานที่สำคัญในเขตที่ประกาศพื้นที่ 2.พื้นที่หวงห้าม ได้แก่ เส้นทางและพื้นที่เชื่อมต่อกับพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด และ 3.พื้นที่เฝ้าระวัง ได้แก่ พื้นที่ส่วนที่เหลือ ซึ่งต้องห่างจากพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาด และพื้นที่หวงห้ามระยะ 400 เมตรนายทนง พิทยา อดีตรมว.คลัง กล่าวว่าสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ มองว่า ไม่น่าเป็นห่วงเท่าใดนัก เนื่องจากการชุนนุมที่จะเกิดขึ้น ยังอยู่ในกรอบของกฎหมายและยังอยู่ในกลไกของสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่กองทัพยังไม่มีท่าทีออกมาให้การสนับสนุนหรือมีส่วนร่วมใดๆกับการชุมนุมในครั้งนี้ ดังนั้นจึงมั่นใจว่าไม่น่าจะเกิดเหตุความวุ่นวายขึ้นในการชุมนุม นอกจากนี้ยังเชื่อว่าไทยจะไม่สูญเสียโอกาสในการเป็นศูนย์กลางการผลิตในภูมิภาคอาเซียน เพราะ ที่ผ่านมาปัญหาการเมืองของไทยไม่เคยเป็นปัจจัยในการทำลายธุรกิจของไทย

อย่างไรก็ตามนายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บล.เอเชียพลัสกล่าวว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้ไม่น่ากังวล เพราะที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้มาหลายครั้ง ฉะนั้นเรื่องปัจจัยการเมืองให้ตัดทิ้งไปได้เลย ไม่ได้เป็นเหตุผลที่ทำให้ตลาดปรับตัวลง

ปัจจัยทางการเมืองยังไม่แน่นอน และตอนนี้มี พ.ร.บ.มั่นคง ออกมาแล้ว เหมือนในอดีต มองว่าไม่น่าห่วง นักลงทุนควรโฟกัสที่ตลาดทุนโลกที่กำลังฟื้นตัว เช่น สหรัฐ ตัวเลขผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนหลายบริษัทดีขึ้นเกินคาดการณ์ อัตราการว่างงานลดลง ปัญหายุโรปผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว กำลังจะฟื้นตัวดีขึ้น ทำให้ตลาดหุ้นต่างประเทศน่าสนใจกว่าตลาดหุ้นไทย แม้ว่ายังมีหุ้นไทยหลายตัวที่ราคาถูกก็ตาม

นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า การชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งนี้ จะไม่กระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวไทย เพราะเป็นการแสดงออกในระบอบประชาธิปไตย ขณะที่การประกาศใช้พระราชบัญญัติความมั่นคงในราชอาณาจักร (พ.ร.บ.) ใน 3 พื้นที่ ได้แก่ เขตดุสิต เขตพระนคร และเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เป็นเครื่องมือที่รัฐบาลใช้ควบคุมสถานการณ์ เชื่อว่านักท่องเที่ยวต่างชาติมีความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยที่จะได้รับจากเจ้าหน้าที่รัฐ ขณะที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว สามารถวางแผนหลีกเลี่ยงเส้นทางทัวร์ในพื้นที่ดังกล่าวได้

ทั้งนี้ สทท.จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีความรุนแรงเกิดขึ้น ก็จะต้องประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวอีกครั้งถึงผลกระทบที่จะตามมา

นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ฟอร์เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส กล่าวว่าการชุมนุมของม็อบที่จะเกิดขึ้นนั้น เชื่อว่าไม่น่าจะมีความรุนแรง เพราะว่าก่อนหน้านี้ประเทศไทยเคยผ่านการชุมนุมที่รุนแรงมาตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งคงจะเป็นบทเรียนครั้งสำคัญ มองให้เห็นถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นว่าส่งผลร้ายต่อประเทศมากเพียงไหน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท