posttoday
กมธ.วุฒิสภา จี้ ปตท.เร่งซับน้ำมันรั่ว

กมธ.วุฒิสภา จี้ ปตท.เร่งซับน้ำมันรั่ว

02 สิงหาคม 2556

ชี้ หากปล่อยถึงกลางเดือนจะจัดการน้ำลำบาก เหตุอิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลงและคลื่นสูง เตรียมเชิญชี้แจงสัปดาห์หน้า

ชี้ หากปล่อยถึงกลางเดือนจะจัดการน้ำลำบาก เหตุอิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลงและคลื่นสูง เตรียมเชิญชี้แจงสัปดาห์หน้า

นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา ในฐานะประธาน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) เสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายสุรจิต ชีรเวทย์ ส.ว.สมุทรสงคราม ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ร่วมกันแถลงถึง การลงพื้นที่เกาะเสม็ด เพื่อตรวจสอบกรณีน้ำมันดิบ ของบริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) รั่วไหล
 
นายประสาร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบว่าน้ำทะเลที่อยู่ตรงชายหาดยังขุ่นอยู่มาก คราบน้ำมันยังจับอยู่บนโขดหิน ซึ่งคิดว่าข้อมูลที่ ปตท. แถลงว่ามีน้ำมันรั่ว  50,000 ลิตร นั้นยังไม่มีความกระจ่างชัด เพราะ ปตท. ยอมรับแล้วว่าใช้สารเคมีละลายคราบน้ำมัน 35,000 ลิตร  ซึ่งโดยอัตราส่วนการใช้ 1 ต่อ 10 แล้ว  แสดงว่าต้องมีน้ำมันรั่วไหลมากกว่า 350,000  ลิตร 

“หาก ปตท.มีความใจกว้าง และต้องการรับผิดชอบต่อสังคมจริง ก็ต้องแสดงความรับผิดชอบที่เป็นรูปธรรม  ไม่ใช่เพียงแค่จัดโครงการปลูกป่า โฆษณา ประชาสัมพันธ์ เพียงอย่างเดียว เช่น อาจมีการตั้งกองทุนขึ้นมาสัก  1,000 ล้านบาท เพื่อเป็นงบประมาณในการช่วยเหลือเยียวยาชดเชย มิเช่นนั้นจะเป็น ปตท.เองที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากตามหลักการแล้วไม่ว่าจะเกิดเหตุโดยสุดวิสัยจากธรรมชาติ หรือมนุษย์ แต่ผู้ก่อมลพิษจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ” นายประสาร กล่าว

ด้าน นายสุรจิต กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นต้องใช้หลักกฎหมายส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ  ซึ่งมีหลักนิยามชัดเจนว่า ผู้ก่อมลพิษจะต้องรับผิดชอบเต็มจำนวน  อย่าไปสับสนกับคดีทางแพ่ง  ที่อ้างว่าต้องไปพิสูจน์ว่าเกิดจากความเลินเล่อหรืออุบัติเหตุ  และไม่ต้องรอการชดเชยของบริษัทประกันภัยซึ่งเขาจะชดใช้ค่าเสียหายโดยมีเงื่อนไข
นายสุรจิต กล่าวว่า เมื่อพิจารณาดูแล้วจะพบว่าเป็นการกระทำผิดต่อ พ.ร.บ.ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องประมาณ 51 ฉบับ ซึ่งหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการฟ้องร้องทุกหน่วยงาน ไม่ใช่ปล่อยให้กรมอุทยานไปห้องอยู่หน่วยงานเดียว  ทั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการปกป้องความเสียหาย และอยากขอเตือนให้ ปตท. รีบเร่งแก้ปัญหา เพราะหากปล่อยไปถึงกลางเดือนส.ค.ระดับน้ำขึ้นสูงสุดจะอยู่ที่ 2 เมตร ทำให้เกิดกระจายไปในบริเวณกว้างมากขึ้นอีก

“รัฐบาลไม่จำเป็นจะต้องตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาดูแล เพราะมีระเบียบประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 3 ฉบับ ประกอบด้วย 1. ระเบียบฯ ว่าด้วยการป้องกัน และขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน พ.ศ.2547 2. ระเบียบฯ ว่าด้วยนโยบายและการฟื้นฟูทะเลไทย พ.ศ.2539 และ 3. ระเบียบฯ ว่าด้วยการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ พ.ศ.2543   ซึ่งมีทั้งโครงสร้างกรรมการที่มีนายก ฯ เป็นประธาน  และมีกลไกการทำงานอย่างเป็นระบบเอาไว้แล้ว และถ้าหากรัฐบาลตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาแล้วแต่งตั้งกรรมการอย่างไม่เป็นกลาง ก็จะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือในการตรวจสอบ สังคมก็จะเกิดความสงสัยต่อไป” นายสรุจิต กล่าว

ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าคณะกมธ. ทรัพยากรธรรมและสิ่งแวดล้อม และคณะกมธ.ศึกษาตรวจสอบฯ วุฒิสภา จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เพื่อตรวจสอบวิธีปฏิบัติว่าหน่วยงานรัฐละเลย ละเว้น การทำหน้าที่หรือไม่ เพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไป หากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นมาอีก 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท