
แห่แจ้งความถูกตุ๋นสูญเงินกว่า24ล.
ชาวสุรินทร์แห่แจ้งความถูกฉ้อโกงหลอกให้ปล่อยเงินกู้สูญเงินกว่า 24 ล้านบาท
ชาวสุรินทร์แห่แจ้งความถูกฉ้อโกงหลอกให้ปล่อยเงินกู้สูญเงินกว่า 24 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ชาวสุรินทร์จำนวน 7 คนได้นำเอกสารหนังสือสัญญากู้ยืมเงินซึ่งทำขึ้นกับนางนภารัตน์ อนงชัย อยู่บ้านเลขที่ 54/1 ต.สังขะ อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นผู้ขอกู้ เดินทางเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันกับ ร.ต.ท.อาคม สุขแล้ว พงส. สภ.สังขะ เพื่อให้ดำเนินคดีกับนางนภารัตน์ ผู้กู้ โดยผู้เสียหายทั้งหมดระบุ ว่านางนภารัตน์ ฉ้อโกงเงิน ในลักษณะหลอกกู้เงินและสัญญาว่าจะให้ดอกเบี้ย ร้อยละ 1 บาท-4.50 บาท ต่อวันหรือต่ออาทิตย์แล้วแต่ข้ออ้างของผู้กู้ในแต่ละครั้งรวมเป็นเงินทั้งหมดกว่า 24 ล้านบาท
ทั้งนี้ในชวงแรกๆก็มีการจ่ายดอกเบี้ยให้ตามปรกติ พร้อมกับขอกู้เงินเพิ่มเติมจากเดิมเพื่อปล่อยเงินกู้ให้ลูกค้าซึ่งเป็นประชาชนที่ติดหนี้เงินกู้จาก ธกส.กู้ไปใช้หนี้ ธกส.และจะนำเงินดอกเบี้ย มาจ่ายให้กับกลุ่มผู้เสียหาย จนผู้เสียหายหลงเชื่อหาหยิบยืมเงินและชักชวนญาติพี่น้องร่วมลงทุนหาเงินให้กับนางนภารัตน์ฯกู้ แต่หลังจากนั้นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาผู้กู้กลับไม่มีเงินดอกเบี้ยจ่ายคืนให้ โดยกลุ่มผู้เสียหายแต่ละคนมียอดเงินสะสมที่นางนภารัตน์ กู้ไปรายละตั้งแต่ 5 แสน จนถึง 10 กว่าล้านบาทต่อราย แม้ที่ผ่านมาทาง อ.สังขะได้นัดไกล่เกลี่ยมาครั้งหนึ่งแล้วก็ตาม โดยทางกลุ่มผู้เสียหายเคยเข้าไปทวงถามหลายครั้ง แต่นางนภารัตน์ผู้กู้ได้มีการบ่ายเบี่ยงผลัดวันมาโดยตลอด ทำให้กลุ่มผู้เสียหายตัดสินใจรวมตัวกันเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฏหมายในวันนี้ดังกล่าว
นางจารุวรรณ ดูเรืองรัมย์ เจ้าหน้าที่บัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์ พนักงานสหกรณ์สุรินทร์ จำกัด 1 ใน ผู้เสียหาย กล่าวว่า ครั้งแรกเมื่อประมาณเดือนธ.ค.นางนภารัตน์ เข้ามาที่ทำงานของเธอ ถามว่ามีเงินหรือเปล่า ใครมีเงินบ้างก็ให้ยืมเงินไป 1 แสนบาท เขาให้ดอกเบี้ย ร้อยละ 1 บาท รวม 3 พันบาทต่อวัน แต่ก็นัดจ่ายเป็นอาทิตย์ หลังจากนั้นก็ขอกู้เพิ่ม ก็หลงเชื่อโอนเงินให้อีก จนมียอดรวมจำนวน 2 ล้าน 8 หมื่นกว่าบาท ตอนนี้ยังไม่ได้เงินทั้งต้นทั้งดอกคืน ตั้งแต่เดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ที่ผ่านมานางนภารัตน์ได้นัดผู้เสียหายหลายว่าจะให้ทั้งต้นทั้งดอกช่วงเดือนมิ.ย. แต่ก็เลื่อนเวลาอีก และเมื่อ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา เขาก็โทรบอกว่าฝากบอกพี่ๆน้องๆที่ให้กู้เงิน ว่าตอนนี้ไม่มีเงินคืนให้แล้ว เงินที่ได้จากพวกเขาไปไม่ได้ไปจ่ายให้กับลูกค้า ธกส.หรอก แต่เอาไปให้นายทุนคนอื่นที่ทำธุรกิจเหมือนกันจำนวน 4-5 คนๆละ 4-5 ล้านบาท
นอกจากนี้มีรายงานเพิ่มเติมว่ายังมีผู้เสียหายอีกหลายรายซึ่งเป็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดเทศบาลตำบลสังขะ ถูกหลอกกู้เงินในลักษณะดังกล่าวอีกหลายราย ตั้งแต่หลักแสนไปจนถึง 10 กว่าล้านบาท ซึ่งบางคนได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีไปแล้วก่อนหน้านี้ คาดว่ามีเงินที่ถูกฉ้อโกงไปในครั้งนี้ในพื้นที่ อ.สังขะฯเกือบร้อยล้านบาท ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้มีการสอบปากและคำรวบรวมพยานหลักฐานสัญญากู้ยืมเงินเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป







