posttoday
ฟองสบู่โตวันโตคืนจีนต้องเข้มเอาจริงก่อนสาย

ฟองสบู่โตวันโตคืนจีนต้องเข้มเอาจริงก่อนสาย

22 เมษายน 2553

ภาวะฟองสบู่สินทรัพย์ในจีนเป็นปัญหาที่ใหญ่ จริงจัง และต้องการการควบคุมเร่งด่วนอย่างแท้จริง ก่อนที่การแตกตัวกลายเป็นวิกฤตครั้งใหญ่

ภาวะฟองสบู่สินทรัพย์ในจีนเป็นปัญหาที่ใหญ่ จริงจัง และต้องการการควบคุมเร่งด่วนอย่างแท้จริง ก่อนที่การแตกตัวกลายเป็นวิกฤตครั้งใหญ่

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

หากความสนใจของตลาดทุนตะวันตก อยู่ที่การตั้งข้อหาธนาคารโกลด์แมน แซคส์ ท่ามกลางแนวโน้มที่รัฐบาลจะเข้าไปควบคุมตลาดอนุพันธ์ และยกเครื่องตลาดการเงินวอลสตรีตครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีแล้ว การเข้าไปควบคุมภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่องตลอด 1–2 สัปดาห์ที่ผ่านมาของทางการจีน ก็เป็นความเคลื่อนไหวที่สำคัญที่สุดในตลาดทุนเอเชีย ซึ่งทั่วโลกไม่อาจละสายตาได้เช่นกัน

สัปดาห์ที่แล้ว จีนปรับเพิ่มวงเงินดาวน์ขั้นต่ำสำหรับบ้านหลังแรกขนาดกว้างกว่า 90 ตารางเมตร เป็น 30% จากเดิมที่ 20% และยังเพิ่มวงเงินดาวน์ขั้นต่ำสำหรับบ้านหลังที่ 2 เป็น 50% จากเดิมที่ 40%

ฟองสบู่โตวันโตคืนจีนต้องเข้มเอาจริงก่อนสาย

วันจันทร์ที่ 19 เม.ย. ทางการจีนมีคำสั่งให้ธนาคารพาณิชย์ สามารถปฏิเสธการปล่อยกู้ผู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 ขึ้นไป พร้อมตั้งเงื่อนไขอื่นๆ เพื่อจำกัดการซื้อบ้านเพื่อเก็งกำไร

ถัดมาวันอังคารที่ 20 เม.ย. ทางการจีนเพิ่มความเข้มงวดอีกขั้นกับบรรดาผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยห้ามบริษัทรับเงินดาวน์เด็ดขาดหากอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ ยังไม่แล้วเสร็จ หรือจนกว่าทางการจะยินยอมก่อน

นับเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า ภาวะฟองสบู่สินทรัพย์ในจีนเป็นปัญหาที่ใหญ่ จริงจัง และต้องการการควบคุมเร่งด่วนอย่างแท้จริง ก่อนที่การแตกตัว จะกลายวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ซ้ำภาวะเศรษฐกิจโลก ชนิดที่ไม่น้อยหน้าวิกฤตการณ์ซับไพรม์ในสหรัฐ เมื่อปี 2550
ผลกระทบจากวิกฤตการณ์ภาคการเงินในซีกโลกตะวันตกนั้น ไม่ได้ตลาดทุนตะวันตกอ่อนแอ และภาวะเศรษฐกิจโลกย่ำแย่แต่เพียงอย่างเดียว

ในทางตรงกันข้ามกระแสทุนตะวันตกที่ขับเคลื่อนโดยนโยบายดอกเบี้ยต่ำและโครงการความช่วยเหลือต่างๆ ของรัฐนั้น ได้ทะลักเข้าสู่ตลาดทุนของประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะในจีนอย่างมหาศาล ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ร้อนแรงอย่างถึงขีดสุดในช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมา

ร้อนแรงจนกลายเป็นความกังวลมากกว่าความยินดี ในวันนี้

ที่จริงแล้ว รัฐบาลกรุงปักกิ่งได้เล็งเห็นถึงผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ร้อนแรงมากเกินไป (Overheating Economy) มาตั้งแต่ปลายปี 2552 ที่ผ่านมา และเริ่มดำเนินมาตรการควบคุมความร้อนแรงอย่างเห็นได้ชัดมาตั้งแต่เดือน ม.ค. ปีนี้

รัฐบาลกรุงปักกิ่งเริ่มต้นกับการปล่อยกู้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ในประเทศก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อหวังควบคุมการเก็งกำไรในสินทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์จีน และยังได้สั่งให้ธนาคารพาณิชย์ปรับเพิ่มทุนสำรองขั้นต่ำขึ้นอีกด้วย หลังจากที่ตัวเลขการปล่อยกู้ทั้งหมดในปี 2552 ที่ผ่านมา ทุบสถิติเป็นประวัติการณ์ที่ 9.6 ล้านล้านหยวน (ราว 45.2 ล้านล้านบาท)

ทว่า จากตัวเลขราคาบ้านในจีนเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา กลับให้ภาพตรงกันข้าม เมื่อราคาอสังหาริมทรัพย์ใน 70 เมือง พุ่งขึ้นทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 11.7% จากช่วงเดียวกันของเมื่อปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นภายในหนึ่งเดือนที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 5 ปี
ขณะที่อสังหาริมทรัพย์ระดับราคาแพงในกรุงปักกิ่ง และนครเซี่ยงไฮ้ ศูนย์กลางทางการเงินของจีน ก็ยังมีราคาเพิ่มสูงขึ้นจากเมื่อปีก่อนถึง 50%

ทั้งที่ทางการจีนเริ่มดำเนินนโยบายเบื้องต้นเพื่อควบคุมฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์มาตั้งแต่ต้นปี กับการขึ้นดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน และกลับมาตั้งภาษีการขายบ้านอีกครั้งในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้

นอกจากนี้ ยังกำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้นสำหรับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในการซื้อที่ดิน และมีคำสั่งให้ธนาคารพาณิชย์ ห้ามปล่อยกู้ให้บริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าข่ายเก็งกำไร

หลี่ วี เลียต นักวิเคราะห์จากบริษัท โนมูระ โฮลดิงส์ อิงก์ ในฮ่องกง ได้กล่าวกับบลูมเบิร์ก|ไว้ว่า ภาษีอสังหาริมทรัพย์อาจเป็นมาตรการต่อไป แต่หากยังไม่ได้ผลอีก จีนอาจต้องประกาศมาตรการอื่นๆ ที่เข้มงวดต่อไป จนกว่าจะสามารถควบคุมตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้

ล่าสุด คณะกรรมการกำกับดูแลภาคการธนาคารของจีน ก็ได้มีคำสั่งให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินต่างๆ ดำเนินการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ในด้านสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ทุกๆ ไตรมาส ขณะที่รัฐบาลกำลังพยายามควบคุมเรื่องการปล่อยสินเชื่อ และการเก็งกำไรในภาคอสังหาริมทรัพย์

ภายใต้การประเมินล่าสุดนี้ สถาบันการเงินทุกแห่งจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของทางการจีน ในการควบคุมการปล่อยกู้สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ และต้องควบคุมความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยภายในเดือน เม.ย. นี้ ธนาคารทุกแห่งจะต้องรายงานการประเมินสินเชื่อทั้งหมดเป็นโครงการๆ ต่อทางการท้องถิ่น

มีการมองกันว่า นอกจากจีนจะเร่งควบคุมตลาดอสังหาริมทรัพย์ อย่างหนักเพื่อป้องกันภาวะฟองสบู่สินทรัพย์แตกตัวแล้ว ยังมีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นการเตรียมตัวเพื่อรับอนาคตอันใกล้ที่จีน อาจพิจารณาปรับขึ้นค่าเงินหยวนตามแรงกดดันของทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลให้กระแสทุนจากตะวันตกไหลเข้ามาเก็งกำไรสินทรัพย์จีนกันอย่างมหาศาลอีกครั้ง

หากไร้ซึ่งการควบคุมที่มากเพียงพอ จีนเองก็อาจต้องกลายเป็นเหยื่อของตลาดทุนยุคโลกาภิวัตน์ ที่หากแตกตัวเมื่อไร ผลกระทบที่ตามมาอาจรุนแรงไม่แพ้วิกฤตในวอลสตรีต เพราะนอกจากจีนในวันนี้จะมีการขยายตัวของเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วที่สุดแล้ว ก็ยังเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจใหม่ ที่อยู่ในฐานะผู้นำการฟื้นตัวของโลกด้วย

จีนเจ๊ง โลกก็เน่า ตรรกะนี้สหรัฐพิสูจน์ให้เห็นมาแล้ว

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน