
แจงสภาใช้กม.มั่นคงไม่ได้มุ่งปราบม็อบ
"ประชา" ย้ำ ชุมนุมสงบปราศจากอาวุธทำได้ช่วงประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงมั่นคง ยันไม่ต้องการปราบปราม-ระงับสิทธิผู้ชุมนุม
"ประชา" ย้ำ ชุมนุมสงบปราศจากอาวุธทำได้ช่วงประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงมั่นคง ยันไม่ต้องการปราบปราม-ระงับสิทธิผู้ชุมนุม
พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างการตอบกระทู้ถามสดในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า การประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงในราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 1-10 ส.ค.นั้น เป็นเรื่องของการเตรียมพร้อม เจตนาป้องกันระงับเหตุ มิได้ป้องปราบ ระงับสิทธิประชาชน แต่ถ้าเป็นการชุมนุมด้วยความสงบปราศจากอาวุธ สามารถทำได้ตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครอง ซึ่งจะมีการเตรียมอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัย การชุมนุม โดยประสานงานกับทั้ง กทม. สตช. ซึ่งได้ตั้ง ศอ.รส.ขึ้นมากำกับดูแล สถานการณ์ โดยมอบ ผบ.ตร. และจะปฏิบัติตามยึดหลักสากล และยืนยันจะไม่ใช้อาวุธในการปฏิบิัติงานเด็ดขาดเพราะจะเป็นการนำมาสู่ความสุูญเสีย
ด้าน พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รองผบช.น. ในฐานะโฆษกบช.น. เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ชุมนุมองค์การพิทักษ์สยาม หรืออพส.ที่จะมาชุมนุมกันในวันที่ 4 ส.ค.นี้นั้น จะต้องไม่เข้ามาชุมนุมในพื้นที่ซึ่งได้ประกาศตามพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 รวม 3 เขต คือ เขตพระนคร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และเขตดุสิต อย่างเด็ดขาด และจะมีการแจ้งให้ทราบในวันที่ 2 ส.ค.เพื่อให้ผู้ชุมนุมที่เริ่มเข้ามาในพื้นที่ ทั้งรัฐสภา และทำเนียบรัฐบาล ออกไป
พล.ต.ต.อดุลย็ กล่าวว่า ข้อกำหนดดังกล่าวเป็นไปตามพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ มาตรา 18 ที่ระบุไว้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ป้องกัน ปราบปราม ระงับ ยับยั้ง และแก้ไขหรือบรรเทาเหตุการณ์ในพื้นที่ได้ โดยอำนาจของข้อกำหนดดังกล่าวคือ 1.ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการหรืองดเว้นการปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใด 2.ห้ามเข้าหรือให้ออกจากบริเวณพื้นที่อาคาร หรือสถานที่ที่กำหนดในห้วงเวลาที่ปฏิบัติการ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้น
3.ห้ามออกนอกเคหะสถานในเวลากำหนด 4.ห้ามนำอาวุธออกนอกเคหะสถาน 5.ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ หรือกำหนดเงื่อนไขการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ และ 6.ให้บุคคลปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใดอันเกี่ยวกับเครื่องมืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น โดยหากผู้ใดฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการประเมินผู้มาชุมนุมไว้จำนวนเท่าใด พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า ฝ่ายการข่าวยังอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์และจำนวนคน แต่เบื้องต้นคาดว่าคงไม่เกิน 2 หมื่นคน และผู้ชุมนุมจะมากยิ่งขึ้นในวันที่ 4 ส.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนกำลังของตำรวจที่จะลงพื้นที่เพื่อควบคุมและดูแลความปลอดภัยผู้ชุมนุมนั้น ยังคงบอกไม่ได้ เพราะถือเป็นความลับ แต่ยืนยันว่าตำรวจมีการเตรียมพร้อมในทุกๆ ด้านแล้ว
ถามว่า มีอุปกรณ์พิเศษที่จะใช้ในการดูแลผู้ชุมนุมหรือไม่ พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวว่า บช.น.จัดเตรียมอุปกรณ์ไว้พร้อมอยู่แล้ว ทั้งกล้องถ่ายภาพทั้งภาพนิ่งและเคลื่อนไหว ที่จะติดตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงยังมีการนำเครื่องบินบังคับที่ติดกล้องซีซีทีวีบันทึกภาพเหตุการณ์ ถ่ายทอดสดมายังศูนย์ปฏิบัติการบช.น.ทันที
“ขณะนี้รายละเอียดของตำรวจต่างๆ ทั้งด้านกำลังพล และแผนการปฏิบัติยังคงแจ้งให้ทราบไม่ได้ เพราะเกรงว่าผู้ไม่หวังดีจะนำไปใช้ประโยชน์ อย่างไรก็ตาม ตำรวจก็พยายามเก็บข้อมูลของกลุ่มผู้ที่จะมาชุมนุมให้มากที่สุด เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนรับมือ”โฆษก บช.น. กล่าว
พล.ต.ต.อดุลย์ กล่าวอีกว่า สำหรับสถานการณ์ขณะนี้มีผู้ชุมนุมมาที่รัฐสภาจำนวนไม่มาก และกลุ่มที่สนามหลวงซึ่งตอนแรกคาดว่าจะมาร่วมชุมนุมด้วยนั้น ขณะนี้ก็ออกจากพื้นที่ไปแล้ว และคาดว่าคงจะไม่มาร่วมกับกลุ่มอพส.







