
ปชป.ตั้งกระทู้ซัดรัฐไร้แผนรับมือน้ำมันรั่ว
ปชป. ตั้งกระทู้อัด ไร้แผนรับมือน้ำมันรั่ว "เพ้ง" แจง ตั้งกรรมการสอบรายละเอียดจำนวนน้ำมัน "ทส."แจงเหลือคราบน้ำมันแค่ 10 %
ปชป. ตั้งกระทู้อัด ไร้แผนรับมือน้ำมันรั่ว "เพ้ง" แจง ตั้งกรรมการสอบรายละเอียดจำนวนน้ำมัน "ทส."แจงเหลือคราบน้ำมันแค่ 10 %
นายสาธิต ปิตุเตชะ สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ตั้งกระทู้ถามสดในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรกรณีเหตุคราบน้ำมันดิบรั่วส่งผลกระทบพื้นที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง โดยระบุว่า หลังเกิดเหตุเช้าวันที่ 27 ก.ค. จนสามวันแรกยังไม่เห็นมีรัฐมนตรีสักคนลงพื้นที่ มี นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล รมว.พลังงานลงพื้นที่เมื่อผ่านไปสามวันแล้ว โทรหาผู้มีอำนาจ หารัฐมนตรีรับผิดชอบไม่ได้ และจากการที่ได้ลงพื้นที่และประสานไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องบอกว่าเอาอยู่ แต่สุดท้ายคราบน้ำมันก็เคลื่อนตัวไปยังอ่าวพร้าว
นอกจากนี้ ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันแลขจัดมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมัน ให้รมว.คมนาคม เป็นหน้าบัญชาการ แต่ยังไม่เห็น รมว.คมนาคม โดยส่วนตัวเชื่อว่า ถ้าบริหารจัดการตั้งแต่วันแรกจะกำกับดูแลทำได้ดีกว่านี้ และอยากถามว่าหลังเกิดเหตุนายกฯยิ่งลักษณ์ชินวัตรอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ และมียางอายบ้างหรือไหมที่ปล่อยให้เกิดความเสียหายหนักขนาดนี้ และอยากทราบข้อเท็จจริงเรื่องจำนวนน้ำมันรั่วว่าเท่าหไหร่กันแน่
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน ชี้แจงว่า ในขณะที่เกิดเหตุ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ติดภาระกิจเยือนโมซัมบิก ซึ่งถือเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญ ระหว่างนั้นได้มีการประชุมวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ร่วมกับภาคเอกชนคือบริษัท พีทีทีโกลบอล เคมิคอล ซึ่งมีการรายงานสถานการณ์ตลอด
รวมทั้งมีการสั่งการ โดยหน้างานได้รายงานว่าควบคุมสถานการณ์ได้ในวันที่ 27 ก.ค. แต่กลับยังมีน้ำมันเข้ามาใกล้ชายฝั่ง ประมาณ20.30 น. จึงเตรียมเครื่องมือ และตรวจการอย่างเต็มที่
ส่วนประเด็นเรื่องคราบน้ำมันรั่วไหล หลุดมาอ่าวพร้าวนั้น ขณะนี้ได้ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่ามีจุดใดบกพร่องล้มเหลว ซึ่งทาง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอลจะต้องรับผิดชอบความเสียหาย แต่ไม่ใช่เรื่องเงินอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงเรื่องความความรู้สึก แต่ขณะนี้ ยังเร่งปฏิบัติงานแก้ไขเหตุการณ์ลุล่วงก่อน จากน้ันต้องมาดูว่าจะรักษาสิ่งแวดล้อมให้คินสภาพเดิมอย่างไร และรวมทั้งเรื่องเยียวยาความเสียหาย ส่วน น้ำมันรั่วประมาณ 5 หมื่นลิตรนั้นเป็นการคำนวณจากท่อจ่ายน้ำมันระเบิด ประมาณ 3.5 หมื่นลิตร และระหว่างช่วงปิดวาล์รวมแล้วไม่เกิน 5 หมื่นลิตร โดยได้ตั้งกรรมการบุคคลภายนอก 5 ท่าน มาตรวจสอบและจะชี้แจงข้อเท็จจริงเร็วนี้ หากมีจุดใดแก้ไขข้อบกพร่องต่อไป
นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ลงพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค. แต่ไม่ได้ประสานไปยังสส.ในพื้นที่ เพราะส่วนตัวสนิทกับทาง อบจ. ระยองจึงได้ประสานไปทางนั้น และลงไปช่วยกันแก้ไข กับกองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากร กรมอุทยาน แม้กระทั่ง บริษัทปตท. ที่มีบุคลากรมาแก้ไข ประมาณ 300 คน ใช้เรือ 6 ลำ ทหารเรือ 2 ลำ กรมเจ้าท่า 1ลำ นอกจากนี้ ปตท. ยังใช้เครื่องบิน ซี130มาพ่นสารเคมี
ส่วนประเด็นเรื่องความเป็นห่วงทรัพยากรทางทะเล ขณะนี้ได้สั่งตั้งคณะทำงานติดตามประเมินผลมาแก้ไขสถานฟื้นทรัพยากทางทะเลชายฝั่ง โดยมีนักวิชาการ อาจารย์จากสถาบันต่างๆ บ. ปตท. มาร่วมกรรมการวิเคราะห์ผลกระทบ เบื้องต้น ได้สั่งอธิบดีกรมควบคุมมลพิษใช้ ภาพถ่ายดาวเทียม และบินสำรวจ พื้นที่อ่าวเพ อ่าวคลองแกลง ซึ่งไม่พบคราบน้ำมัน เหลืออ่าวพร้าว ที่ ยังเหลือคราบเจือจางหรือที่เรียกว่า ฟิล์ม โดยกรมควบคุมมลพิษ รวมทั้งอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ทำงานใกล้ชิด ปตท.ทราบว่าเหลือคราบน้ำมันเหลือ 10 %
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบ คุณภาพอากาศไม่เป็นอันตราย ส่วนน้ำได้เก็บตัวอย่างไปวิเคราะห์ส่วนจะได้ผลประมาณ 10 วัน ส่วนกรมทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งนักประดาน้ำ บริเวณห่างจากอ่าวพร้าวออกไป ลึกประมาณ 8 เมตร พบประการังสมบูรณ์ ปลาอาศัยเพียงแต่มีตะกอน เนื่องจากการใช้สารเคมีขจัดคราบน้ำมัน ซึ่งจะสลายไป จากแบคทีเรีย แสงอาทิตย์ โดยกระทรวงมีแผนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมคราบน้ำมันคู่มือประเมินความเสียหาย จากคราบน้ำมันทางกระทรวงจะดำเนินการตามแผน คาดว่าไม่กี่วันจะเข้าสู่สภาพปกติ
ด้าน นายนริศ ขำนุรักษ์ สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)พัฒนาที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ในวันที่ 7 สค.นี้ เวลา 09.30 น. กมธ.พัฒนาที่ดินฯ ร่วมกับ กมธ.การพลังงาน และกมธ.การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร จะประชุมเพื่อพิจารณากรณีการจัดการปัญหาน้ำมันดิบรั่ว ของบริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ทะเล และอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยจะเชิญ ผวจ.ระยอง กรมเจ้าท่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช บริษัท ปตท. และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)หรือจิสด้า เพื่อมาร่วมพูดคุยถึงปัญหาและหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน
ทั้งนี้ ปริมาณน้ำมันดิบที่รั่วออกมาอาจมีปริมาณมากกว่าที่บริษัทปตท.เปิดเผย เนื่องจากภาพถ่ายจากดาวเทียมแสดงคราบน้ำมันในพื้นที่ 15 ตารางกิโลเมตร และการทำประกันภัยของบริษัทปตท. วงเงิน1,500 ล้านบาท เชื่อว่าจะไม่เพียงพอต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะตัวอย่างจากประเทศเม็กซิโกกรณีเดียวกัน ก็มีวงเงินความเสียหายถึงแสนล้านบาท อย่างไรก็ดีเรื่องความเสียหายและปริมาณน้ำมันที่รั่วไหลก็จะได้ให้จิสด้าร่วมคำนวณ







