
วัชระขอพร้อมพงศ์เลิกเป็นโทรโข่งดีเอสไอ
วัชระขอพร้อมพงศ์เลิกเป็นโทรโข่งดีเอสไอแจงเงินบริจาคไม่เข้าข่ายคดีพิเศษท้าแจ้งกองปราบเอาผิดบัญญัติ
วัชระขอพร้อมพงศ์เลิกเป็นโทรโข่งดีเอสไอแจงเงินบริจาคไม่เข้าข่ายคดีพิเศษท้าแจ้งกองปราบเอาผิดบัญญัติ
นายวัชระ เพชรทอง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวตอบโต้ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาแถลงข่าวปกป้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หลังเตรียมไปแจ้งความต่อกองบังคับการกองปราบปราม เพื่อเอาผิด นายบัญญัติ บรรทัดฐาน สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ กรณีไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ให้ชี้มูลความผิด ดำเนินคดีอาญา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ นายธาริต ในฐานะเลขานุการฯ และหัวหน้าพนักงานสอบสวน และพ.ต.อ.นิรันดร์ อดุลยาศักดิ์ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานสอบสวน เรื่องเงินบริจาคพรรคประชาธิปัตย์ เพราะถือเป็นการข่มขู่เจ้าพนักงานกระบวนการยุติธรรม
ทั้งนี้ ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นข่มขู่หรือขัดขวางการทำหน้าที่ของเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมตามนายพร้อมพงศ์กล่าวอ้าง แต่เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากคดีเงินบริจาคพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ที่มีอำนาจตรวจสอบ คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งกกต.ก็ได้ออกมาระบุแล้วว่าเรื่องดังกล่าวไม่เข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.พรรคการเมือง มาตรา 71 วรรค 1 อีกทั้ง สส.ทั้ง 7 คน ที่บริจาคเงินให้กับพรรค แม้ไม่ได้สั่งจ่ายเป็นเช็คขีดคร่อมแต่สั่งจ่ายผ่านสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงเห็นว่าไม่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 57 วรรค 2
นอกจากนี้ การที่นายธาริต ระบุว่าคดีดังกล่าวเป็นเรื่องซับซ้อนและอาจกระทบต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน แต่ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง รองอัยการสูงสุด ได้มาชี้แจงต่อคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน สภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีความสลับซับซ้อนตามที่ได้มีกล่าวอ้าง ดังนั้น อยากเรียกร้องให้นายพร้อมพงศ์ เลิกทำตัวเป็นโฆษกดีเอสไอ และหากนายธาริตต้องการไปแจ้งความต่อกองปราบฯ เพื่อดำเนินคดีกับนายบัญญัติพร้อมพวก ก็สามารถทำได้เลย







