posttoday
สร้างมาตราฐานสังคมให้ลูกหลาน

สร้างมาตราฐานสังคมให้ลูกหลาน

01 สิงหาคม 2556

จากการที่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยจะผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรมและปรองดองเข้าสภาในต้นเดือน ส.ค. 2556 นั้น ชื่อกฎหมายเป็นการ “เล่นคำ” ทางการเมืองเท่านั้น ความจริงเป็นกฎหมายฟอกคนทำผิดนั่นเอง หากพูดอย่างไม่อ้อมค้อม เป้าหมายหลักในการฟอกผิดก็คือ ทักษิณ รองลงมาคือ แกนนำเสื้อแดง ซึ่งหลายคนมีหลักฐานมัดตัวจนดิ้นไม่ออกในคดีการก่อการร้าย แต่ใช้วิธีเอาเสื้อแดงคนอื่นเป็นตัวประกัน และเพื่อให้ดูดีมีความชอบธรรม ก็รวมไปถึงพวกเสื้อเหลืองด้วย แต่เป็นเพียงตัวประกอบเท่านั้น และกดดันต่อรองกับ อภิสิทธิ์สุเทพ และทหาร ให้ยอมตามความต้องการ ดังนั้น ไม่ว่าจะใช้ชื่อกฎหมายว่า “นิรโทษกรรม” หรือ “ปรองดอง” แต่จริงๆ แล้วก็คือกฎหมายที่ทำให้คนเผาบ้านเผาเมือง ก่อการร้าย ฯลฯ พ้นผิดนั่นเอง ดีไม่ดีอาจรวมไปถึงคดีคอร์รัปชั่น คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คดีอาชญากรรมอื่นๆ ด้วย

จากการที่รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยจะผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรมและปรองดองเข้าสภาในต้นเดือน ส.ค. 2556 นั้น ชื่อกฎหมายเป็นการ “เล่นคำ” ทางการเมืองเท่านั้น ความจริงเป็นกฎหมายฟอกคนทำผิดนั่นเอง หากพูดอย่างไม่อ้อมค้อม เป้าหมายหลักในการฟอกผิดก็คือ ทักษิณ รองลงมาคือ แกนนำเสื้อแดง ซึ่งหลายคนมีหลักฐานมัดตัวจนดิ้นไม่ออกในคดีการก่อการร้าย แต่ใช้วิธีเอาเสื้อแดงคนอื่นเป็นตัวประกัน และเพื่อให้ดูดีมีความชอบธรรม ก็รวมไปถึงพวกเสื้อเหลืองด้วย แต่เป็นเพียงตัวประกอบเท่านั้น และกดดันต่อรองกับ อภิสิทธิ์สุเทพ และทหาร ให้ยอมตามความต้องการ ดังนั้น ไม่ว่าจะใช้ชื่อกฎหมายว่า “นิรโทษกรรม” หรือ “ปรองดอง” แต่จริงๆ แล้วก็คือกฎหมายที่ทำให้คนเผาบ้านเผาเมือง ก่อการร้าย ฯลฯ พ้นผิดนั่นเอง ดีไม่ดีอาจรวมไปถึงคดีคอร์รัปชั่น คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คดีอาชญากรรมอื่นๆ ด้วย

อดีตที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ตาม ไม่มีใครไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ แม้อาจใช้กฎหมายแก้ไข แต่ความจริงก็ยังคงเป็นความจริงตลอด จริงอยู่ กฎหมายอาจนำมาใช้ฟอกผิดได้ แต่กฎหมายก็ไม่อาจ “ล้างอดีต” ได้ ความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประเทศชาติ ทั้งที่คิดเป็นมูลค่าได้และที่คิดเป็นมูลค่าไม่ได้ เช่น ชีวิตของคนไทยจำนวนหนึ่งที่สูญเสียไป หรือชีวิตที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปเพราะพิการ ซึ่งทำโดยกลุ่มเสื้อแดงเป็นหลักนั้น ได้เกิดขึ้นสำเร็จรูปแล้ว อย่างไรก็ดี แม้อดีตลบไม่ได้ แต่สามารถใช้เป็นบทเรียนไม่ให้เหตุการณ์ทำนองเดียวกันเกิดขึ้นอีก

เราจะสอนสังคมอย่างไรในเรื่องนี้ เพราะบ้านเมืองมีกติกา เป็นกติกาของสังคมที่สอนให้รู้ว่าผู้ใหญ่ควรทำอะไร เด็กควรทำอะไร เป็น “มาตรฐานของสังคม” ที่ได้รับการยอมรับ หากจะมีการแก้ไขและกำหนดมาตรฐานของสังคมใหม่ ก็ต้องให้เป็นที่ยอมรับของสังคมได้ และต้องเป็นมาตรฐานที่ดีกว่า เพราะสิ่งที่เราทำวันนี้ ลูกหลานจะเป็นคนใช้และอยู่ภายใต้มาตรฐานนี้ในอนาคต ดังนั้น มาตรฐานทางสังคมจะต้องเป็นกติกาที่ลูกหลานยอมรับได้ ไม่เช่นนั้นเด็กจะถามว่า ผู้ใหญ่ตีกัน ทำร้ายกัน ฆ่ากันตาย ทำไมไม่ผิด แล้วทีพวกเด็กต่อยตีกันบ้างทำไมผิด

เรากำลังจะยอมรับว่า การทำร้ายบ้านเมืองเสียหายยับเยิน ชื่อเสียงประเทศชาติเสียหาย เช่น ทำลายการประชุมสุดยอดที่พัทยา แบบนี้รับได้ใช่ไหม การมุ่งทำร้ายหรือแม้กระทั่งเอาชีวิตของผู้นำของประเทศ เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายและทำได้ใช่ไหม การยิงชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องตายที่นางเลิ้ง ไม่ผิดกฎหมายใช่ไหม การใช้อาวุธสงคราม เช่น เอ็ม 79 จรวดอาร์พีจี ระเบิดขว้าง เอ็ม 16 เอ็ม 79 ฯลฯ ยิงสถานที่ราชการและทหารที่เข้ามารักษาความสงบ ทำให้ทหาร ตำรวจ พลเรือนที่บริสุทธิ์เสียชีวิต บาดเจ็บ ไม่ผิดกฎหมายใช่ไหม ในการชุมนุมโดยใช้ความรุนแรง ยุยง ปลุกระดมให้คนไทยฆ่ากันเอง หรือเผาบ้านเผาเมือง เผาศาลากลาง เผาร้านค้า ทำให้เศรษฐกิจ ธุรกิจของประเทศเสียหายร้ายแรง การปิดสนามบิน ฯลฯ ต่อไปสังคมจะรับได้ใช่ไหม

เรากำลังจะบอกลูกหลานของเราว่า ต่อไปหากใครใช้ความรุนแรงแบบนี้ ไปยุยง ปลุกปั่น ปลุกระดม ปิดถนน สร้างค่ายคูประตูหอรบสร้างพื้นที่ปลดปล่อยของตัวเอง สะสมอาวุธสงคราม นึกอยากจะยิงใครก็ยิง นึกอยากจะยิงวัดพระแก้ว ยิงโรงแรมที่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศพำนัก ฯลฯ ก็ทำได้อย่างนั้นหรือ

แล้วหลักนิติรัฐ นิติธรรม ที่เราพยายามพร่ำพูดเสมอว่า กฎหมายเป็นสิ่งสูงสุดในการปกครองประเทศ ไปอยู่ที่ไหน มิเป็นการส่งเสริมให้พรรคการเมืองใช้วิธีการทุกอย่าง แม้กระทั่งใช้ความรุนแรงหรือทำผิดกฎหมายเพื่อเข้าสู่อำนาจให้ได้ แล้วใช้อำนาจนั้นมาฟอกความผิดของตนอย่างนั้นหรือ แล้วความยุติธรรมอยู่ที่ไหน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2552-2553 มีทั้ง “ผู้กระทำ” และ “ผู้ถูกกระทำ” คนที่เป็นฝ่ายกระทำ (รัฐบาลปัจจุบัน คนเสื้อแดง) ต่อคนอื่น นั้นความจำสั้น พวกนี้พยายามพร่ำบอกว่า เลิกกันไปก็แล้วกัน ลืมกันไปเถิด ให้อภัยซึ่งกันและกัน มาปรองดองกันดีกว่า แต่ผู้ที่เป็นฝ่ายถูกกระทำเขาจำได้นานกว่า ลืมยากกว่า เพราะเขาเจ็บช้ำกว่า ดังนั้น ต้องให้คนที่ถูกกระทำออกมาพูดแสดงความเห็นบ้างว่า พวกเขาต้องการอะไร เวลานี้เป็นเสียงจากผู้กระทำฝ่ายเดียวเพราะกุมอำนาจรัฐ มีการเสนอว่าควรเปิดเวทีให้ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วม เพราะทุกคนเป็น “ผู้มีส่วนได้เสีย” ในเดิมพันครั้งนี้ด้วยกันทั้งนั้น ต้องให้ทุกคนมีโอกาสพูดว่าเขาคิดอย่างไร จะทำอย่างไร เวลานี้

บางคนเสนอว่า เรื่องใหญ่ๆ และสำคัญต่อชาติบ้านเมืองแบบนี้ จะให้ สส. และ สว. แค่ 650 คน มาตัดสินแทนคนทั้งประเทศคงไม่ได้ ไม่ใช่ใช้เสียงข้างมากยกมือตาม “ธง” ที่กำหนดไว้ ต้องให้คนที่มีส่วนได้เสีย คือประชาชนทุกคนยินยอมด้วย เรื่องใหญ่ๆ แบบนี้ซึ่งเป็นการออกแบบมาตรฐานทางสังคมใหม่ให้กับลูกหลานของเรา ต้องให้ประชาชน “มีส่วนร่วม” ตามหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย เช่น การทำประชามติ แต่ก่อนจะทำสิ่งใดก็ต้องให้ประชาชนได้รู้ความจริงเสียก่อน โดยอาจใช้ความจริงจากรายงานของคณะกรรมการ คอป. ที่มี ศ.ดร.คณิต ณ นคร เป็นประธาน ก็ได้ เพื่อให้รู้ว่าใครถูกใครผิด คนทำผิดต้องยอมรับว่าตนเองทำผิดจริง สำนึกผิด และสัญญาว่าจะไม่ทำอีก หรืออาจต้องรับโทษระดับหนึ่งก่อนถึงจะไปสู่ขั้นนิรโทษกรรมว่าจะเอากันแค่ไหน นักรัฐศาสตร์ นักนิติศาสตร์ นักสิทธิมนุษยชน ต้องออกมาบอกกับสังคมว่า สิ่งที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร ช่วยกันหารูปแบบที่เหมาะสม มาตรฐานสังคมที่เหมาะสมรับได้

“เกมปรองดองแห่งชาติ” ที่รัฐบาลพยายามจุดขึ้นผ่านกฎหมายฟอกผิดไม่ทราบว่าจะจุดติดหรือไม่ เพราะแทนที่จะปรองดอง รัฐบาลกลับใช้วิธีการข่มขู่ไม่ให้คนออกมาค้าน ตำรวจขู่ว่าจะใช้แก๊สน้ำตากับคนที่ออกมาค้าน เตรียมรถขังผู้ต้องหาไว้แล้ว รัฐมนตรีมหาดไทยออกมาขู่ว่าจะเอาจริง ฯลฯ เมื่อรัฐบาลขู่มาก จะมีปฏิกิริยาตอบโต้ คนกลุ่มหนึ่งอาจกลัว แต่คนอีกกลุ่มหนึ่งกลับฮึดสู้ จะออกมาท้าทาย ถ้าเกิดอะไรขึ้น รัฐบาลและ สส.รัฐบาลต้องรับผิดชอบ

ความปรองดองนั้นเป็นเพียงนามธรรม แต่เราต้องรู้ว่าเราจะปรองดองกับใคร ปรองดองในเรื่องอะไร ปรองดองกันเมื่อไร ปรองดองกันอย่างไร หลายอย่างปรองดองกันได้ แต่บางอย่างปรองดองกันไม่ได้ เช่น ความดีกับความชั่ว ความถูกกับความผิด ธรรมกับอธรรม เทพกับมาร ไม่ใช่เรื่องซ้ายกับขวาจะมาพบกันตรงกลางได้ กฎหมายไม่สามารถบังคับให้คนปรองดองกันได้ การปรองดองต้องอยู่ที่ใจของทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่เป็นการปรองดองของผู้ชนะฝ่ายเดียว หรือปรองดองโดยเสียงข้างมากในสภา ผู้นำประเทศ ผู้นำฝ่ายการเมือง ต้องเริ่มทำเป็นตัวอย่างให้เห็น โดยถือประโยชน์ของประเทศชาติมาก่อน ถ้าทำได้ ความปรองดองก็จะเกิดขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท