posttoday
แพ้ศึก แพ้สงคราม

แพ้ศึก แพ้สงคราม

22 เมษายน 2553

.....ภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์

ภาพยนตร์ม้วนนี้เป็นหนังยาวแบ่งเป็นหลายตอนและยังไม่จบง่ายๆ มีการสู้รบในหลายสนามรบ แต่เมื่อมองภาพรวมแล้วแนวโน้มความสำเร็จของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทย กลุ่ม นปช. หรือเสื้อแดง กองกำลังติดอาวุธ ภายใต้คำจอมบงการจากนอกประเทศ ทำท่าจะเพลี่ยงพล้ำในสนามรบหลังเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย.

ยิ่งอดีตนายกรัฐมนตรีเสื้อแดงสองคนออกมาเหิมเกริม จาบจ้วง ข่มขู่ กดดันสถาบันสูงสุด เพื่อมุ่งปิดเกมให้ได้ ทำให้กลุ่มต่อต้านนอกจากแพ้ศึกแล้ว อาจแพ้สงครามครั้งนี้ก็ได้ หากรัฐบาลรู้จัก บริหารสถานการณ์อย่างถูกต้อง พอเหมาะพอดี

การต่อสู้ของกลุ่ม นปช. ทั้งสนามรบในประเทศ สนามรบต่างประเทศดูจะเพลี่ยงพล้ำหลังเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. 2553 เพราะการใช้กองกำลังเข้ามาถล่มทหารและประชาชนให้บาดเจ็บล้มตาย เพื่อให้คนเข้าใจผิดว่าทหารยิงประชาชน และแห่ศพประชาชนให้เป็นข่าวไปทั่วโลก ไม่ได้ผลอย่างที่คิด เพราะทั้งสื่อต่างประเทศและสื่อไทยส่วนใหญ่ต่างเห็นว่า กองกำลังติดอาวุธของม็อบต่างหากที่เป็นฝ่ายเปิดฉากระดมยิงทหารก่อน และใช้ประชาชนเป็นเหยื่อจนบาดเจ็บล้มตาย ความพยายามก่อให้เกิดสงครามกลางเมืองโดยก่อวินาศกรรมเสาไฟฟ้าเพื่อตัดไฟใน กทม. ถูกประณาม

ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อข้อมูลของทางการและสื่อเอกชนมากกว่าข้อมูลจากฝ่ายเสื้อแดง ทำให้“ความชอบธรรม” ของการชุมนุมและการเรียกร้องหมดสิ้นไป ยกเว้นว่าจะมีข้อมูลใหม่ที่พลิกข้อมูลเก่าโดยสิ้นเชิง

ปฏิกิริยาของประชาชนจากเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย. สะท้อนให้เห็นว่า สังคมเชื่อว่ากองกำลังติดอาวุธเริ่มยิงทหารและประชาชนก่อน การที่ประชาชนไปให้กำลังใจทหารที่ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวทหารที่เสียชีวิต รวมทั้งให้กำลังใจแก่ทหารที่กำลังปฏิบัติการในพื้นที่ โดยรู้สึกอุ่นใจที่ทหารเข้ามาคุ้มครอง มากกว่าจะรังเกียจทหาร นับว่าแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 หรือ 6 ตุลา 2519 หรือพฤษภาทมิฬ 2535 เป็นการสะท้อนให้เห็นความรู้สึกของประชาชนต่อเหตุการณ์ 10 เมษา และที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ว่า ทหารทำถูก แต่กลุ่ม นปช. ทำผิด

กระแสของคน กทม. ในปัจจุบันที่ต่อต้านการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ขณะนี้ขึ้นสูงมาก สูงจนกระทั่งพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติการของทหารต่อกลุ่ม นปช. และการใช้อาวุธป้องกันตัว คน กทม. เรียกร้องให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังด้วยการจับกุมแกนนำและสลายการชุมนุมทันที

รัฐบาลเล่นเกมก่อการร้ายได้ถูกจังหวะ เพราะเหตุการณ์คืนวันที่ 10 เมษา เป็น “พฤติกรรมก่อการร้าย” อย่างชัดเจน ที่ประเทศมหาอำนาจไม่ว่าสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี รัสเซีย จีน หรือแม้แต่ประเทศกลุ่มอาเซียน รับไม่ได้กับพฤติกรรมนี้ เนื่องจากประเทศดังกล่าวต่างเผชิญกับภัยคุกคามด้านการก่อการร้ายด้วยกันทั้งสิ้น จึงสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลไทยในการต่อต้านพฤติกรรมก่อการร้ายดังกล่าว

การที่ทักษิณ พรรคฝ่ายค้าน และ นปช. เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ ปรากฏว่ามีประชาชนทั้งใน กทม. และต่างจังหวัดทยอยออกมาคัดค้าน เรียกร้องรัฐบาลอย่ายุบสภาหรือลาออกขณะนี้ บางฝ่ายเสนอทางลงให้ นปช. โดยรัฐบาลนิรโทษกรรมแก่แกนนำ นปช. ซึ่งแต่ละคนโดนกันคนละหลายคดี แต่คำถามคือ ทักษิณจะยอมให้กลุ่ม นปช. สลายตัวหรือรับการนิรโทษกรรมหรือไม่ เพราะเขาเสียเงินไปแล้วหลายร้อยหรือพันล้านบาท แต่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย แล้วอยู่ๆ จะมานิรโทษกรรมและให้กลุ่ม นปช. เลิกการชุมนุม ทักษิณคงไม่เอาด้วย

เมื่อทดลองวิธีการต่างๆ ทั้งหมดแล้วไม่ได้ผล ที่พยายามดึงสถาบันสูงสุดมาเกี่ยวข้อง ด้วยเหตุนี้อดีตนายกรัฐมนตรี สมชายและชวลิต ซึ่งเป็นแกนนำพรรคฝ่ายค้านจึงใช้ไม้ตายสุดท้ายที่ถูกสังคมมองว่า เป็นการ ข่มขู่ คุกคาม ต่อสถาบันสูงสุดให้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ตนต้องการ โดยอ้างสูตรพ่อกับลูก ตามที่ สส. พรรคฝ่ายค้านหลายคนถูกส่งขึ้นเวทีเสื้อแดงไปปูทางไว้ก่อนแล้ว ทำให้สังคมออกมาต่อต้านและเห็นว่า เป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรและไม่บังควร สังคมมองว่า การแก้ปัญหาดังกล่าวง่ายนิดเดียว เพียงแค่สมชายและชวลิตขอให้ทักษิณบอก นปช. เท่านั้นทุกอย่างก็เรียบร้อยโดยไม่ต้องไปรบกวนเบื้องสูง

พฤติกรรมของสองอดีตนายกรัฐมนตรี ที่คิดว่าจะเป็น “ไม้ตาย” สนองคำบงการจากนอกประเทศ กลายเป็นไม้ที่ทำให้พรรคฝ่ายค้าน แนวร่วมกลุ่ม นปช. “ตาย” จริงๆ ซึ่งจะนำไปสู่การแพ้ “สงคราม”ขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงตัวตนที่แท้จริงของชวลิตที่มีตรา “สภาเปรสิเดียม” ที่ในอดีต ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช แปะติดไว้ที่หน้าผาก เพื่อกันผีประธานสภาเปรสิเดียมอาละวาดอีกไม่นานอาจมีสติกเกอร์ชวลิตกับประธานเปรสิเดียมเพิ่มจากสติกเกอร์ทักษิณกับประธานาธิบดีคนแรกของไทยก็ได้

มีข่าวว่า ถ้าเกมนี้ยังไม่ได้ผล หากทหารสลายม็อบและม็อบล้มตาย มีการวางแผนว่าครั้งนี้จะแห่ศพม็อบไปยังโรงพยาบาลศิริราช เพื่อเรียกร้องให้ “พ่อ” ลงมาช่วย ถ้าข่าวนี้เป็นจริง เพียงแค่ข้ามสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าหรือสะพานอรุณอัมรินทร์ พวกนี้จะเจอกับพลังประชาชนจากทั่วทุกสารทิศ ที่พร้อมที่จะเป็นปราการล้อมโรงพยาบาลศิริราช และสู้กับม็อบกลุ่ม นปช. ให้ตายกันไปข้าง

คราวนี้จะเป็นการ “ฝัง” พรรคฝ่ายค้านและม็อบกลุ่ม นปช. แบบไม่ผุดไม่เกิด แต่มีเงื่อนไขว่า รัฐบาลและกองทัพต้องรู้จักบริหารจัดการเกมนี้อย่างเหมาะสม ถูกจังหวะเวลา โดยเฉพาะในการทำสงครามข่าวสารนำความจริงสู่ประชาชน ส่วนกลุ่ม นปช. ก็ต้องหาทางพลิกเกม โดยมีประชาชนเป็นคนตัดสิน

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน