
ให้มันเป็นไป
....แม่ไม้มวยวัด
ชัดเสียยิ่งกว่าชัด! “สติกเกอร์” เจ้ากรรมปลิวว่อนเกลื่อนเมือง ระบุข้อความที่อ่านแล้วขนลุกเกรียว ปลุกปั่นให้มีการรื้อระบอบการปกครองแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
ข้อความที่ว่านั้น เรียกร้องให้มีการสถาปนารัฐไทยใหม่ โดยมี “คนที่คุณก็รู้ว่าใคร” ขึ้นเป็นประธานาธิบดี ในฐานะองค์ประมุขของรัฐไทยใหม่
ฝีมือใครไม่ทราบ แต่ทุกครั้งที่เกิดเรื่องทำนองนี้ แกนนำ นปช. ก็มักจะมีคำตอบสำเร็จรูปมาอธิบายอยู่เสมอว่าสงสัยจะเป็นฝีมือ “แดงเทียม?”
ฝ่ายที่ถูกพาดพิงถึงกับออกอาการดิ้นพล่านเหมือนแมวถูกน้ำร้อนลวก รีบออกแถลงการณ์ปฏิเสธพัลวัน
“
ตัวผมและครอบครัวเทิดทูนในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และมีความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ดังนั้นไม่มีวันที่จะมีใครคิดไปดำเนินการดังที่ระบุในข้อความใส่ร้ายดังกล่าว”เอาเถอะ...ในเมื่อคุณทักษิณปฏิเสธชัดเจนแล้วว่าไม่เคยมีความคิดแบบนี้ในหัวสมองสี่เหลี่ยม ฉะนั้นก็อย่าไปยัดเยียดตำแหน่งที่ว่านี้ให้อีก
ปล่อยให้คุณทักษิณเป็นที่ปรึกษาของนายกฯ เขมร ต่อไปน่ะดีแล้ว
อย่างไรก็ดี ไม่ว่าใครก็ตามที่มีพฤติกรรมจงใจใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นก็สมควรต้องประณาม เพราะพฤติกรรมแบบนี้เหมือนเป็นการชกใต้เข็มขัด ไร้ความสง่างาม (เว้นแต่ว่าเจ้าตัวจะเต็มใจยอมรับข้อเสนอของแดงเทียมแต่โดยดี ... ก็ค่อยว่าไปอย่าง)
หันกลับมามองเกมการสู้รบทางการเมืองในขณะนี้ อาจทำให้หลายคนรู้สึกเครียด ถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ อยากเร่งให้จบๆ เจ๊าๆ กันไป
แต่
“แม่ไม้มวยวัด” ขอสารภาพตามตรงว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ได้เฝ้าติดตามชมสถานการณ์ด้วยความเพลิดเพลินย้ำอีกครั้งว่า
“เพลิน”ไม่ใช่ว่าใจดำอำมหิตที่เห็นหลายชีวิตต้องบาดเจ็บล้มตายไปต่อหน้า
แต่ความเพลิดเพลินในที่นี้หมายความว่า หากถอยออกมามองจากระยะไกล ในฐานะของผู้สังเกตการณ์ ไม่ใช่ผู้เล่น จะทำให้เห็นอาการของสังคมไทยที่แสดงออกในรูปแบบต่างๆ นานา
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่ปกติจะเผยให้เห็นสันดานของนักการเมือง เห็นธาตุแท้ของกลุ่มผู้มีผลประโยชน์ เห็นถึงการเคลื่อนไหวแสดงพลังของกลุ่มเครือข่ายพลเมืองต่างๆ ที่พยายามดิ้นรนหาทางออก ช่วยกันคิดช่วยกันทำ โดยมีทั้งข้อเสนอที่สร้างสรรค์และไม่สร้างสรรค์ แต่อย่างน้อยก็ทำให้เกิดการสั่งสมบทเรียน เกิดวุฒิภาวะและการเติบโตทางปัญญา
ส่วนความรุนแรงย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา ไม่มีการเรียกร้องทางการเมืองใดๆ ที่ได้มาด้วยการแบมือขอ แต่ต้องแลกมาด้วยเลือดและน้ำตาทั้งสิ้น
ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะในระบบสภาหรือนอกสภา ต้องปล่อยให้เคลื่อนตัวไปตามกลไกและเต้นไปตามจังหวะ ซึ่งในที่สุดจะเกิดการจัดสมดุลใหม่ตามครรลองของธรรมชาติ
นี่คือความงดงามของการต่อสู้ทางการเมือง
ทุกปัญหาต้องมีทางออก เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมย่อมมีรูระบาย
สายลมแห่งความเปลี่ยนแปลงกำลังจะมา...ไม่วันใดก็วันหนึ่ง







