posttoday
รายได้รัฐง่อนแง่นประเทศไทยติดหล่ม

รายได้รัฐง่อนแง่นประเทศไทยติดหล่ม

01 สิงหาคม 2556

จนถึงขณะนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เศรษฐกิจไทยที่รัฐบาลเคยคาดการณ์ไว้จะขยายตัวได้ถึง 5-6% อย่างเก่งที่สุดก็โตได้แค่ 4% เท่านั้น

โดย...บากบั่น บุญเลิศ/เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

จนถึงขณะนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า เศรษฐกิจไทยที่รัฐบาลเคยคาดการณ์ไว้จะขยายตัวได้ถึง 5-6% อย่างเก่งที่สุดก็โตได้แค่ 4% เท่านั้น จากพิษการขยายตัวส่งออกหดตัวรุนแรง การบริโภคหยุดชะงัก และการใช้จ่ายติดขัดไม่เป็นไปตามเป้า

ผลที่ตามมา เมื่อเศรษฐกิจไทยไม่สามารถขยายตัวได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ ทำให้การจัดเก็บรายได้ของประเทศที่เป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจที่สำคัญทั้งประเทศ มีแนวโน้มที่จะทำไม่ได้ตามเป้าไปด้วย

โปรดอย่าลืมว่าการเก็บรายได้ของรัฐบาลปี 2556 ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 5-6% แต่เมื่อเศรษฐกิจหายไป 1-2% คิดเป็นเม็ดเงินก็ตก 1.3-2.6 แสนล้านบาท ย่อมทำให้รายได้ของรัฐบาลหายไปก้อนโตตามรอบการหมุนใช้จ่ายของเม็ดเงินด้วยเช่นกัน

แม้รัฐบาลและกระทรวงการคลังจะยังดี๊ด๊ากับการเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีงบประมาณ 2556 ที่ผ่านมา 9 เดือน ยังออกมาดูดี มีการเก็บรายได้ 1.61 ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 8.19 หมื่นล้านบาทก็ตาม

แต่ทว่า ในช่วงที่เหลือโค้งสุดท้ายของปีงบประมาณ การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลจะมีปัญหารุนแรง เนื่องจากผู้ประกอบการ ผู้ผลิต ประชาชน ได้รับผลกระทบจนมีรายได้น้อยลง จำนวนเงินที่ต้องเสียภาษีก็ลดลงเป็นเงาตามตัวไปด้วย

ยิ่งเมื่อพิจารณาจากข้อมูลที่ สาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร ออกมาระบุตั้งแต่เดือน พ.ค. 2556 ว่า แม้ว่าการเก็บภาษีของกรมสรรพากรที่เป็นการเก็บรายได้ส่วนใหญ่ของประเทศในงวดเดือน เม.ย. 2556 จะเกินเป้าอยู่กว่า 4 หมื่นล้านบาท แต่เชื่อว่าการเก็บภาษีของกรมที่เหลือ 5 เดือนของปีงบประมาณจะติดลบทั้งหมด เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจหดตัว ทำให้การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ได้ตามเป้า และการลดอัตราภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ในปี 2555 และลดลงเหลือแค่ 20% ในปี 2556 ย่อมทำให้รัฐบาลต้องสูญเสียเงินภาษีมากตามไปด้วย

การคาดการณ์ของอธิบดีกรมสรรพากรต้องถือว่า แม่นยิ่งกว่าจับวาง

เพราะการเก็บภาษีของกรมสรรพากรในเดือน พ.ค. 2556 ที่ออกมานั้น ปรากฏว่ากรมสรรพากรเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้า 1.3 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนั้นการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มต่ำกว่าเป้า 4,500 ล้านบาท ส่วนภาษีนิติบุคคลต่ำกว่าเป้าถึง 2.5 หมื่นล้านบาท สะท้อนได้ว่า กำลังซื้อทรุดตัว

เมื่อภาษีของกรมสรรพากรทรุดลง ภาษีของกรมสรรพสามิต กรมศุลกากร หรือแม้แต่การส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจ ก็ต้องควงแขนกันทำได้ต่ำกว่าเป้าหมด ทำให้การเก็บรายได้ภาพรวมของรัฐบาลในงวดเดือน พ.ค. 2556 ต่ำกว่าเป้าหมายถึงกว่า 2 หมื่นล้านบาท

แม้แต่ในงวดเดือน มิ.ย. 2556 การเก็บภาษีของกรมสรรพากรก็ยังต่ำกว่าเป้ากว่า 5,000 ล้านบาท จากภาษีมูลค่าเพิ่มต่ำกว่าเป้า 4,000 ล้านบาท ภาษีนิติบุคคลต่ำกว่าเป้า 3,000 ล้านบาท

ขณะที่กรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรก็ยังนอนซมกับพิษเศรษฐกิจ ไม่สามารถเก็บภาษีได้ตามเป้าเช่นกัน ส่งผลให้การเก็บรายได้ของรัฐบาลในเดือนนี้ต่ำกว่าเป้าไปอีกกว่า 3,000 ล้านบาท

ทั้งหมดทั้งปวงก็พอจะประเมินได้ว่า แม้ฉากหน้าของการเก็บรายได้ดี แต่ฉากหลังที่คนมองไม่เห็นนั้นมีปัญหาเข้าขั้นวิกฤต

โดยเฉพาะใน 3 เดือนที่เหลือของปีงบประมาณ 2556 ที่ผู้ประกอบการ ผู้ผลิต ประชาชน ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจหดตัวเต็มที่มากขึ้น ย่อมทำให้รายได้หาย กำไรลดลงมากกว่าที่ผ่านมาอีกมาก ซึ่งจะส่งผลเป็นลูกโซ่ให้การเก็บรายได้ของรัฐบาลหนีไม่พ้นต้องต่ำกว่าเป้าเพิ่มมากขึ้น

ไม่แน่ว่าบุญเก่าที่จัดเก็บได้เกินกว่าเป้าอยู่ 8 หมื่นกว่าล้านบาท อาจจะไม่สามารถรองรับรายได้ที่ลดลงจนทำให้รัฐบาลพลาดเป้าได้

การพลาดเป้าการจัดเก็บรายได้ปี 2556 จะส่งผลกระทบกับรายจ่ายของรัฐบาลเป็นลูกโซ่ต่อมา เพราะเมื่อรายได้ไม่เข้าเป้า ก็ไม่มีเงินพอให้เบิกจ่าย โดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบลงทุนที่มีจำนวนน้อยอยู่แล้ว อาจจะต้องชะลอออกไปเพราะไม่มีเงิน ก็ยิ่งทำให้เศรษฐกิจไทยที่อยู่ในช่วงขาลงอยู่แล้วดิ่งลงเหวมากขึ้น

อย่างที่รู้กันว่า เศรษฐกิจที่ชะลออย่างมากในช่วงนี้ เพราะไทยพึ่งการส่งออกไม่ได้ การบริโภคภาคเอกชนก็หมดแรงกลางคัน การลงทุนก็จอดไม่ต้องแจว นักลงทุนก็ยังกล้าๆ กลัวๆ จากทั้งปัญหาเศรษฐกิจภายนอกประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวและปัญหาภายในประเทศจากความไม่แน่นอนทางการเมือง

ครั้นจะหวังได้ในเรื่องของการใช้จ่ายภาครัฐ แต่ปรากฏว่าไส้ในของการใช้จ่ายภาครัฐก็กลับพึ่งพาได้ยาก การใช้จ่ายงบปกติก็มีปัญหาชักหน้าไม่ถึงหลัง การใช้จ่ายจากเงินกู้ทั้ง พ.ร.ก.ลงทุนน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ก็ล่าช้า การจะหวังใช้เงินจาก พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ก็ยังต้องลุ้นว่าจะคลอดออกมาได้หรือเปล่า

นอกจากนี้ ปัญหาการเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2556 ยังส่งผลกระทบปีงบประมาณ 2557 เพราะเมื่อแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจในปีนี้ไม่ดี ทำให้กำลังที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีหน้าไม่ดีตามไปด้วย และเมื่อเศรษฐกิจในปีหน้าไม่เข้าเป้าอีก ก็ทำให้รายได้มีปัญหาเป็นปีที่สองติดต่อกัน

ขนาดงบประมาณปี 2556 รัฐบาลตั้งงบรายจ่ายไว้ 2.4 ล้านล้านบาท ขณะที่คาดว่าจะเก็บรายได้ 2.1 ล้านล้านบาท เป็นงบประมาณแบบขาดดุล 3 แสนล้านบาท ภายใต้สมมติฐานเศรษฐกิจขยายตัวได้ 56% ยังทำให้รัฐบาลอยู่ในจุดเสี่ยงว่าจะทำไม่ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ที่มีรายจ่ายสูงถึง 2.525 ล้านล้านบาท มีเป้าหมายว่าจะสร้างรายได้ถึง 2.275 ล้านบาท เป็นงบประมาณแบบขาดดุล 2.5 แสนล้านบาท ภายใต้สมมติฐานเศรษฐกิจไทยโต 4-5% เงินเฟ้อ 2.6-3.7% จึงเป็นเรื่องยากมากขึ้นเป็นทวีคูณ

ยิ่งเมื่อเผชิญกับปัญหาใหญ่ในการนำส่งรายได้เข้าคลังของบริษัท ทีโอที กับบริษัท กสท โทรคมนาคม ที่ประเมินว่าตั้งแต่ปี 2557-2559 จะไม่มีขีดความสามารถในการส่งเงินเข้าคลังถึงปีละ 1 หมื่นล้านบาท ยิ่งสะท้อนภาพของความอัตคัดขัดสน

ไม่ต้องบวกลบคูณหารกับการลดภาษีบุคคลธรรมดาลงมา 7 ขั้น ที่จะเริ่มบังคับใช้ในปีหน้า ที่มีการประเมินว่ารายได้ของรัฐจะหายไปไม่น้อยกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท อาการชักหน้าไม่ถึงหลังกำลังคืบคลานมาหาแล้ว

ยิ่งหากย้อนหลังไปดูในปี 2555 ที่เศรษฐกิจขยายตัวได้สูงถึง 6.4% แต่ปรากฏว่าไม่มีแรงส่งเศรษฐกิจปี 2556 ให้ฝ่าวิกฤตขยายตัวได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ ขนาดจะดันให้โตไม่ต่ำกว่า 4% ก็เหนื่อยจนหืดขึ้นคอแล้ว

ดังนั้น เมื่อเศรษฐกิจปี 2556 คาดว่าจะออกมาไม่ดี ย่อมส่งผลให้ไม่มีแรงส่งให้เศรษฐกิจปี 2557 ขยายตัวได้ไม่ดีตามไปด้วย

เมื่อเศรษฐกิจหลุดเป้า การเก็บรายได้ก็ไม่เพียงพอ รายจ่ายของประเทศที่จะเป็นแรงสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ทำไม่ได้ กลายเป็นปัญหางูกินหางที่รัฐบาลหาทางแก้ไม่ได้

ปัญหารายได้ของประเทศที่อยู่ในภาวะซวนเซ ทำให้รัฐบาลต้องทบทวนนโยบายการดำเนินเศรษฐกิจยกใหญ่ ต้องมีการรื้อนโยบายประชานิยมที่ใช้เงินภาษีไปหว่าน แต่ได้ผลช่วงสั้นๆ ไม่ได้ส่งผลดีกับเศรษฐกิจระยะยาว จำเป็นต้องตัดทอนออกไปให้มากที่สุด

นอกจากนี้ นโยบายประชานิยมที่สร้างหนี้ก้อนโต และทำให้เกิดความเสียหายก้อนใหญ่ อย่างเช่น โครงการรับจำนำข้าว ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องคิดใหม่ทำใหม่ เพราะหากยังดื้อด้านเดินหน้าต่อไปในภาวะที่รายได้ของประเทศอ่อนแอ ยิ่งเป็นการซ้ำเติมฐานะการคลังของประเทศ

เพราะเงินภาษีที่เก็บได้จะไม่พอให้นำไปใช้หนี้และชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น

ปรากฏการณ์ที่รายได้ของรัฐบาลมีอาการง่อนแง่น จึงเป็นสัญญาณร้ายของฐานะการคลังที่เป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อรายได้ภาษีที่เก็บได้ไม่พอกับรายจ่ายมาผสมโรงกับการก่อหนี้ก้อนโตเพราะมือเติบเกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจขาลงเช่นนี้

มองไปทางไหน ก็เห็นวิกฤตยืนรออยู่ข้างหน้า...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท