posttoday
พรบ.มั่นคง บัตรเชิญถล่มรัฐบาล

พรบ.มั่นคง บัตรเชิญถล่มรัฐบาล

01 สิงหาคม 2556

เป็นไปตามคาดเมื่อคณะรัฐมนตรีชุดเล็กได้มีมติให้ประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551

โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย

เป็นไปตามคาดเมื่อคณะรัฐมนตรีชุดเล็กได้มีมติให้ประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 เป็นเวลาถึง 10 วัน ระหว่างวันที่ 1-10 ส.ค. ครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร 3 เขต (เขตดุสิต เขตพระนคร และเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย)

เหตุผลไม่ได้มีอะไรนอกจากควบคุมการชุมนุมทางการเมือง

โดยเวลานี้ได้ปรากฏให้เห็นสองกลุ่มด้วยกัน ประกอบด้วย 1.กลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) หนึ่งในเครือข่ายแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งได้มาปักหลักจองพื้นที่ด้านหน้ารัฐสภาเพื่อสนับสนุนพรรคเพื่อไทยก่อนใครเพื่อน และ 2.องค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) แม้จะยังไม่ประกาศว่าวันที่ 4 ส.ค. จะนัดรวมพลที่จุดใด แต่ก็มีการคาดว่าอาจจะเคลื่อนไหวใกล้กับบริเวณรัฐสภา ทำให้รัฐบาลต้องหามาตรการป้องกันเอาไว้ก่อน

ตามขั้นตอน หากรัฐบาลเห็นว่าสถานการณ์มีแนวโน้มบานปลายสามารถใช้อำนาจในมาตรา 17 ของกฎหมายจัดตั้งศูนย์อำนวยการเพื่อปฏิบัติภารกิจเป็นการเฉพาะ พร้อมกับออกข้อกำหนด 6 ข้อ เพื่อควบคุมให้สถานการณ์อยู่ในความสงบได้

ประกอบด้วย 1.ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถปฏิบัติหรืองดเว้นการปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดได้ 2.ห้ามเข้าหรือให้ออกจากบริเวณพื้นที่ที่กำหนด 3.ห้ามออกนอกเคหสถาน 4.ห้ามนำอาวุธออกนอกเคหสถาน 5.ห้ามการใช้เส้นทางคมนาคมหรือการใช้ยานพาหนะ และ 6.ให้บุคคลปฏิบัติหรืองดเว้นการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

สถานะของกฎหมายความมั่นคงถือว่าเป็นยาเบาที่สุดของการใช้กฎหมายเพื่อรักษาความสงบภายในประเทศรองจาก พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และกฎอัยการศึก แต่ถึงจะเป็นยาเบา ทว่ารัฐบาลก็เคยใช้ได้ผลมาแล้วเมื่อครั้งสลายการชุมนุมของ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธาน อพส. เมื่อปี 2555

มาในปีนี้รัฐบาลก็คาดหวังไว้อย่างนั้นเช่นกัน แต่ใช่ว่าจะได้ผลเหมือนในอดีต เพราะมีหลายปัจจัยได้เปลี่ยนไป

ไม่ว่าจะเป็น การออกมาเคลื่อนไหวนอกสภาของพรรคประชาธิปัตย์ ไปจนถึงการใช้สภาผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมที่มีความขัดแย้งเข้าสภาของพรรคเพื่อไทย ซึ่งล้วนเป็นหัวเชื้อให้การชุมนุมขับไล่รัฐบาลลากยาวได้อย่างไม่สิ้นสุด

แม้ในด้านหนึ่งจะมองได้ว่าการประกาศความพร้อมของตำรวจและการใช้กฎหมายความมั่นคงนั้นเป็นไปเพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันจากมือที่สาม โดยเฉพาะการบุกรุกสถานที่ราชการ แต่สิ่งที่ช่วยให้ม็อบวันที่ 4 ส.ค.นี้ เข้มข้นจนกฎหมายความมั่นคงไม่มีความหมาย คือ ท่าทีของรัฐบาล

ปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐบาลเองที่เป็นคนเรียกแขก หลังจากได้แสดงความไม่เป็นมิตรกับมวลชนฝ่ายตรงข้ามเท่าไรนัก ดังจะเห็นได้จากการประกาศพร้อมใช้แก๊สน้ำตาของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อวันที่ 21 ก.ค. คล้อยหลังการประกาศชุมนุมของ อพส.เพียงไม่กี่วัน

ตามมาติดๆ ด้วยการจัดกำลังตำรวจ 45 กองร้อยเพื่อดูแลการชุมนุม พร้อมกับการประกาศมาตรการสลายม็อบแบบครบวงจรภายใต้แผนกรกฎ 52 ซึ่งเป็นที่มาของข้อสงสัยว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุหรือไม่ ทั้งที่ตำรวจและรัฐบาลเองต่างมั่นใจว่าการเมืองนอกสภาไม่มีอะไรน่ากลัว

ที่สำคัญการทำงานของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ในสายตาม็อบ อพส. ถูกมองว่าไม่มีความเป็นกลาง ด้วยเหตุที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จึงไม่แปลกที่ม็อบ อพส.อยากจะชุมนุมท้าทายอำนาจตำรวจ

อย่างไรก็ตาม การทำงานตำรวจยังไม่ได้สร้างปัญหาเท่ากับท่าทีของรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย เนื่องจากบรรดาขุนพลฝีปากกล้าต่างออกแถลงข่าวผ่านสื่อมวลชนแบบรายวัน

แต่ละคำพูดล้วนดูแคลนและดิสเครดิตมวลชนฝ่ายตรงข้ามมากเกินไป เช่น การออกมาบอกว่าเป็นกลุ่มขาประจำ หรือเป็นม็อบที่มีนายทุนหนุนหลังและจ่ายค่าจ้างประชาชนมาร่วมชุมนุมหัวละ 2,000 บาท เป็นต้น

ทั้งหมดเป็นความต้องการของพรรคเพื่อไทยที่จะทำลายความชอบธรรมของมวลชนฝ่ายต่อต้าน โดยไม่รู้ว่าคำพูดที่ออกมายิ่งตอกย้ำความบาดหมางให้รุนแรงมากขึ้น

เมื่อทุกอย่างมาประจวบเหมาะทำให้ม็อบ อพส.ไม่รีรอที่จะประกาศปฏิเสธกฎหมายความมั่นคงและเดินหน้าชุมนุมตามกำหนดเดิม พร้อมกับเล่นสงครามประสาท โดยการไม่ยอมบอกถึงกำหนดการและสถานที่เพื่อปลุกกระแสเรียกมวลชนให้มาร่วมกับ อพส. ในวันที่ 4 ส.ค. ให้มากที่สุด

“เราจะดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามที่แถลงข่าวไว้ก่อนทุกประการ เราทำตามนั้นแน่ แต่รอเวลาที่เหมาะสมอยู่ว่าพร้อมเมื่อใด” คำประกาศล่าสุดจาก พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ ประธาน อพส.

ดังนั้น ถ้าการชุมนุมของ อพส.ที่กำลังจะเกิดในอีกไม่กี่วันข้างหน้าสามารถสร้างแรงกดดันจนยืนระยะ ได้เขย่าเสถียรภาพรัฐบาล ถึงเวลานั้นรัฐบาลคงโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเองในฐานะที่เป็นผู้ออกบัตรเชิญให้มาร่วมงาน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท