
DSIจับผู้ต้องหาคดีส่งจดหมายลวงเลขล็อค
ดีเอสไอรวบ 2 ผู้ต้องหาส่งจดหมายหลอกลวงให้สมัครสมาชิกรับเลขล็อคสลากกินแบ่งรัฐบาล
ดีเอสไอรวบ 2 ผู้ต้องหาส่งจดหมายหลอกลวงให้สมัครสมาชิกรับเลขล็อคสลากกินแบ่งรัฐบาล
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พล.ต.ต. อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ,พ.ต.อ.บุญส่ง จันทรีศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมนายสานิต ศรีสุวงศ์ และนางศิริมาศ สุขสมาน ผู้ต้องหาส่งจดหมายหลอกลวงเลขล็อคสลากกินแบ่งรัฐบาล
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 2 อยู่ในคดีพิเศษที่ 157/2556 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1296/2556 ลงวันที่ 31 ก.ค.2556 ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม, ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ และร่วมกันใช้เครื่องหมายครุฑพ่าห์โดยไม่ได้รับอนุญาต และพระราชบัญญัติเครื่องหมายครุฑพ่าห์ พ.ศ.2534 มาตรา 13 และเป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดไม่ว่าด้วยการใช้ บังคับขู่เข็ญ จ้างวานหรือยุยงส่งเสริมหรือด้วยวิธีอื่นใด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 84
โดยในวันที่ 31 ก.ค. คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นำโดย พ.ต.ท. ปกรณ์ สุชีวกุล ผอ.ส่วนตรวจ 2 สทศ., พนักงานสอบสวนคดีพิเศษและเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ ส่วนตรวจ 2 สทศ.รวม 10 นาย และเจ้าหน้าที่จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รวม 10 นาย ได้นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการที่ 962/2556 ลงวันที่ 30 ก.ค.2556 เข้าไปทำการตรวจค้นที่บ้านพักของผู้ต้องหาทั้ง 2 ที่บ้านเลขที่ 299/38 หมู่ที่ 4 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทร์เจดีย์ จ.สมุทรปราการ เพื่อหาหลักฐานการปลอมจดหมายหลอกลวงที่มีตราสัญลักษณ์และลายมือชื่อของผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้ที่บ้านพักดังกล่าว พร้อมยึดอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการทำปลอมจดหมายหลอกลวงที่บ้านพัก
ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การรับสารภาพว่าได้รับจ้างนายสัมฤทธิ์หรือพรหมชัย ภูทะ ซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนีการจับกุม นำจดหมายหลอกลวงที่นายสัมฤทธิ์ ส่งมาให้และจดหมายหลอกลวงผู้ต้องหาทั้ง 2 ร่วมกันจัดทำขึ้นมาเอง แล้วนำไปตระเวนส่งตามตู้ไปรษณีย์และที่ทำการไปรษณีย์ในเขตพื้นที่จ.สมุทรปราการและกรุงเทพฯ เพื่อใช้หลอกลวงประชาชนทั่วประเทศให้หลงเชื่อยอมจ่ายเงินค่าสมัครเป็นสมาชิกรับหมายเลขล็อครางวัลตามที่แอบอ้าง
นอกจากนี้ผู้ต้องหาทั้ง 2 ยังรับว่าได้รับจ้างนายสัมฤทธิ์ ไปหาคนมารับจ้างเปิดบัญชีพร้อมทำบัตรเอทีเอ็มแล้วส่งไปให้กับนายสัมฤทธิ์ เพื่อใช้ในการรับเงินที่ได้จากมาจากการหลอกลวงประชาชน โดยทำมาตั้งแต่ปี 2553 สำหรับจดหมายหลอกลวงที่รับจ้างส่งได้ค่าจ้างจากนายสัมฤทธิ์ นั้น ได้รับค่าจ้างส่งจดหมายซองละ 2 บาท ค่าจ้างทำจดหมายหลอกลวงที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 ทำขึ้นเองพร้อมค่าส่ง ได้รับค่าจ้างซองละ 5 บาท โดยค่าอากรแสตมป์นายสัมฤทธิ์ เป็นคนจัดหาและส่งมาให้เอง







