
จำลองไม่สนรัฐประกาศพรบ.มั่นคง
“จำลอง”เมินรัฐประกาศพรบ.มั่นคง ย้ำไม่เคลื่อนไหวตอนนี้แต่ช่วงวาระ 2 และ 3 ไม่แน่ ขณะที่“สนธิ”ไม่ค้านมวลชนร่วมชุมนุม หวั่นมาแล้วการเมืองไม่เปลี่ยน
“จำลอง”เมินรัฐประกาศพรบ.มั่นคง ย้ำไม่เคลื่อนไหวตอนนี้แต่ช่วงวาระ 2 และ 3 ไม่แน่ ขณะที่“สนธิ”ไม่ค้านมวลชนร่วมชุมนุม หวั่นมาแล้วการเมืองไม่เปลี่ยน
พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) กล่าวว่า การที่รัฐบาลเตรียมประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงช่วงการชุมนุมของกองทัพประชาชนโค่นทักษิณนั้น เป็นเรื่องของรัฐบาล ซึ่งยอมรับว่าไม่มีใครสามารถระบุได้ว่าจะเกิดเหตุรุนแรงหรือไม่ แต่ก็ไม่ห่วงเหตุการณ์ดังกล่าว เพราะจะเห็นได้ว่าทั้งหมดเกิดจากการกระทำของรัฐบาลที่สร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นกับบ้านเมืองขณะนี้ จนมีหลายส่วนทนต่อไปไม่ได้
ส่วนการที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ประกาศเดินหน้าเต็มที่ ก็คงรอให้ถึงตอนนั้นก่อน ซึ่งพธม.ยืนยันมาก่อนหน้านี้ว่า จะตัดสินใจและพิจารณาไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อวันนั้นยังไม่มาถึง ก็ยังไม่สามารถตอบได้ ทั้งนี้ อยากให้รัฐบาลถอนกฎหมายนิรโทษกรรมที่ค้างอยู่ในสภาทั้งหมด เพราะเข้าไปแล้วก็สามารถแปรญัตติออกมาในรูปแบบไหนก็ได้ หากใครจะค้านก็ไม่ทัน และยืนยันว่าช่วงนี้พธม.จะยังไม่มีการเคลื่อนไหวมวลชนแน่นอน
สำหรับปัจจัยที่จะให้พธม.ออกมาชุมนุมมีหลายเรื่อง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ และยืนยันว่าการจะเคลื่อนไหวทุกครั้งจะมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ดังนั้น การที่ไม่เคลื่อนไหวขณะนี้ คือ คำสั่งศาลที่ได้ประกาศไว้ การห้ามทำให้ประชาชนละเมิดกฎหมาย และยังมีอีกหลายเรื่องรวมกัน ดังนั้น จึงเห็นว่ายังไม่ควรเคลื่อนไหวช่วงนี้ และหากจะเคลื่อนไหวในช่วงวาระ 2 และ 3 ก็อาจมีความเป็นไปได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า หากรัฐบาลไม่ถอนออกพธม.จะมีการเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป พล.ต.จำลอง กล่าวยืนยันว่า แกนนำมีการพูคคุยปรึกษากันตลอดและได้มีการติดตามสถานการณ์การเมืองอย่างใกล้ชิด ดังนั้น หากตัดสินดำเนินการอะไรไม่ช้าแน่นอน ทั้งนี้ ไม่อยากคาดการณ์ว่าการชุมนุมของกองทัพประชาชนจะสามารถล้มรัฐบาลได้หรือไม่ แต่เป็นความพยายามของกลุ่มรักบ้านรักเมืองปราถนาไม่อยากให้บ้านเมืองเกิดความเสียหายไปมากกว่านี้
ทั้งนี้ แม้แกนนำจะไม่เข้าร่วมการชุมนุม แต่มวลชนจะไปเข้าร่วมหรือขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ แกนนำไม่ได้บังคับห้ามให้ไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มใด แต่ขอให้อยู่ในความระมัดระวัง อย่าดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ รวมถึงการใช้คำหยาบคาย หรือใช้ความรุนแรงในการชุมนุม
ขณะที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพธม. กล่าวว่า การเกิดขึ้นขององค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) เพราะความไม่พอใจการทำงานของรัฐบาล และเคยชักชวนให้พธม.เข้าร่วมในครั้งแรก แต่เห็นว่าชุมนุมไม่ได้อะไร เพราะหลายคนคิดว่าเมื่อมีคนออกมาเยอะ แล้วทหารจะออกมาช่วย แต่พธม.ไม่เชื่อเช่นนี้ เพราะเชื่อว่าสังคมต้องได้บทเรียนจากความเสียหายของบ้านเมือง จากการกระทำของนักการเมืองทุกฝ่าย
“วันนี้ก็ได้เห็นตัวอย่างมามากแล้ว ใครที่คิดจะออกมาประท้วงรัฐบาลหรือหวังโค่นล้มระบอบทักษิณ เราเห็นด้วยและไม่ขัดข้อง เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นตัวปัญหาที่คอยชักใยในทุกทุกเรื่อง เรามีนายกฯที่ไปต่างประเทศ เพื่อหนีปัญหาและคอยทำตามคำสั่งพี่ชาย มีสส.ที่ไม่ฟังใครนอกจากพ.ต.ท.ทักษิณ มีตำรวจ ข้าราชการที่ต้องไปพบทักษิณถึงจะได้ตำแหน่ง ถือเป็นประชาธิปไตยลวงโลก แต่คำถาม คือ จะทำได้หรือ และหากทำได้แล้วจะทำอย่างไรต่อ ล้มรัฐบาลชุดนี้แล้วจะเป็นอย่างไร จะต้องมีการเลือกตั้งได้เสียงข้างมากเข้ามา เขาจะทำอะไรก็ย่อมทำได้เพราะมีเสียงข้างมาก”นายสนธิ กล่าว
ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้น ก็มาจากรัฐบาลซึ่งเป็นพรรคการเมืองทั้งสิ้น แต่หากพธม. คนไหนจะไปร่วมชุมนุมก็ขอให้ระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม แกนนำพธม.มีความเชื่อมั่นว่า หากมีการนำมวลชนออกมาแล้วมีการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้นทั้งระบบไม่ใช้เปลี่ยนจากพรรคหนึ่งเป็นอีกพรรค อย่างนั้นถือว่าคุ้มค่าที่จะออกไปต่อสู่
อย่างไรก็ตาม หากมีการแปรญัตติแล้ว ให้ผู้ที่กระทำผิดตามป.อาญา มาตรา 112 พ้นความผิด คำถามจะไปถึงทหาร เช่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ว่าหากมีการแปรญัตติอย่างนั้นแล้ว จะทำอย่างไร และหากมีการแปลญัตติให้ พ.ต.ท.ทักษิณพ้นผิด จะมีคำถามไปยังผู้พิพากษาทุกศาล และสังคมนักกฎหมายว่า หากมีเสียงข้างมากในสภาสามารถยกมือให้ผู้ที่รับโทษจากศาลฎีกาแล้ว ไม่มีความผิดได้ สังคมไทยต้องการเช่นนี้หรือไม่ หากสื่อมวลชน เจ้าของสื่อมวลชนต้องการเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นก็เอาไปเลย







