
สว.เชื่อถกกม.นิรโทษก่อความขัดแย้ง
สว.เชื่อเปิดสมัยประชุม1ส.ค.การเมืองแรง เหตุปมขัดแย้งนิรโทษกรรมและแก้รัฐธรรมนูญ หวั่นเกิดขบวนการปล่อยเสือเข้าป่ายกเข่ง
สว.เชื่อเปิดสมัยประชุม1ส.ค.การเมืองแรง เหตุปมขัดแย้งนิรโทษกรรมและแก้รัฐธรรมนูญ หวั่นเกิดขบวนการปล่อยเสือเข้าป่ายกเข่ง
นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา ให้สัมภาษณ์กับรายการโพสต์ทูเดย์ เรดิโอ ทอล์ค ทางคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม 101ถึงสถานการณ์ทางการเมืองภายหล้งการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญทั่วไปตั้งแต่วันที่1ส.ค.ว่า ในสมัยประชุมนี้จะมีกฎหมายสำคัญ 2ฉบับที่่สภาจะต้องพิจารณาร่วมกัน คือ 1.ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของนายวรชัย เหมะ สส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และ 2.ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นายสมชาย กล่าวว่า การพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรมจะก่อให้เกิดความขัดแย้งอย่างแน่นอน เพราะเมื่อกฎหมายสภาไปแล้วมีความเป็นไปได้สูงที่จะอาศัยการตีความทางกฎหมายเพื่อนำไปสู่การนิรโทษกรรมแบบยกเข่งให้กับผู้ใช้อาวุธสงครามในระหว่างการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี2553 ผู้กระทำความผิดในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา112 และรวมไปถึงบุคคลที่ต้องคำพิพากษาในคดีทุจริต
"ที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่ได้ทำความจริงให้ปรากฎชัดตามแนวทางของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ(คอป.) ดังนั้นการยกร่างกฎหมายย่อมก่อให้เกิดความขัดแย้งได้ และที่สำคัญจะมีการอาศัยถ้อยคำของกฎหมายที่ระบุในทำนองว่าให้นิรโทษกรรมการกระทำความผิดที่มีเหตุจูงใจจากการเมือง มาเป็นข้ออ้างเพื่อขอการนิรโทษกรรม โดยเฉพาะคดีทุจริตที่จะมีการอ้างว่าการสอบคดีดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการรัฐประหาร" นายสมชาย กล่าว
นายสมชาย กล่าวอีกว่า สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้กำหนดวันประชุมรัฐสภาออกมาแล้วในวันที่ 19-20ส.ค.โดยจะพิจารณาลงมติวาระที่2ในร่างแก้ไขที่มาของสว.ก่อน ทั้งนี้ในร่างแก้ไขที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วได้กำหนดให้สว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 200คน และเปิดโอกาสให้บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้มีตำแหน่งทางการเมืองลงสมัครรับเลือกตั้งได้ ซึ่งการกำหนดแบบนี้จึงก่อให้เกิดรูปแบบสภาเดียวเพราะสว.และสส.จะมาจากฐานการเมืองเดียวกัน
"ส่งผลให้การตรวจสอบถ่วงดุลของวุฒิสภามีปัญหา อย่าลืมว่าวุฒิสภามีหน้าแต่งตั้งบุคคลเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ คณะกรรมการการเลือกต้ั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ จึงเกรงว่าอาจจะนำไสู่กระบวนการแทรกแซงในส่วนนี้ได้" นายสมชาย กล่าว
นายสมชาย กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยเคยมีบทเรียนมาแล้วจากการปล่อยเกิดกระบวนการแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบและการเป็นเผด็จการัฐสภา จนเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้เกิดการรัฐประหารปี2549 ทำให้ส่วนตัวมีความเป็นห่วงอย่างยิ่งกับการเมืองในอนาคต







