
กร้าวหนัก
จากผลการเลือกตั้งสภาสูงในญี่ปุ่นเมื่อสัปดาห์ก่อนที่พรรคแอลดีพีของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ชนะไปได้และสามารถควบคุมสภาสูงได้ในที่สุดในรอบหลายปี
จากผลการเลือกตั้งสภาสูงในญี่ปุ่นเมื่อสัปดาห์ก่อนที่พรรคแอลดีพีของนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ชนะไปได้และสามารถควบคุมสภาสูงได้ในที่สุดในรอบหลายปี
ชัยชนะดังกล่าวของอาเบะ ทำให้นักวิเคราะห์มองกันว่าเป็นการเปิดทางให้อาเบะ ลุยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ พูดง่ายๆ ไม่มีใครมาขวางอีกแล้ว
แต่อีกกระแสหนึ่ง ก็คือความหวาดกลัวว่า อาเบะ จะลุกขึ้นใช้นโยบายชาตินิยมสุดโต่ง แก้ไขกฎหมายให้กองทัพญี่ปุ่นทำอะไรๆ ได้มากขึ้น
โดยประเด็นที่สำคัญก็คือ การแก้ไขกฎหมายให้กองทัพญี่ปุ่นสามารถเปิดฉากโจมตีศัตรูได้ก่อนที่ภัยจะถึงตัว คล้ายๆ กับนโยบายพรีเอ็มทีฟ สไตรค์ ของสหรัฐนั่นแหละครับ ซึ่งพรีเอ็มทีฟ สไตรค์ ที่โด่งดังของสหรัฐก็คือการชิงบุกถล่มอิรักก่อนที่อิรักจะกลายมาเป็นภัยคุกคามถึงแผ่นดินสหรัฐ
ดังนั้น ในความหมายนี้ ถ้าหากกฎหมายได้รับการแก้ไข จะทำให้ญี่ปุ่นรุกไปโจมตีศัตรูได้ถึงถิ่นก่อนที่ภัยจะมาถึงตัว ซึ่งอาจจะหมายถึงเกาหลีเหนือ
แต่ทว่าใครเป็นเพื่อนบ้านญี่ปุ่นก็คงจะไม่สบายใจนัก ไม่ว่าจะเป็นจีนหรือเกาหลีใต้ ที่อยู่ๆ ญี่ปุ่นก็จะลุกขึ้นมากร่างได้ขนาดนี้
ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นก็เพิ่งจะแก้รัฐธรรมนูญไปเมื่อปี 2005 ยกระดับกองทัพของตัวเองจากการเป็นแค่ทบวงป้องกันตัวเองไปสู่การเป็นกระทรวงกลาโหมมาไม่นานนี่เอง
ดังนั้น การขึ้นครอบครองอำนาจในสภาสูงของแอลดีพีและชินโสะ อาเบะ จึงทำให้เกิดความหวาดหวั่นไปทั่วเอเชียพอสมควร ว่าญี่ปุ่นกำลังลุกขึ้นมาเบ่งกล้ามแยกเขี้ยวกันชัดๆ
เพราะต้องไม่ลืมว่า บาดแผลที่ญี่ปุ่นสร้างเอาไว้กับเพื่อนบ้านเอเชียช่วงสงครามโลกนั้น ลึกและร้าวมากเพียงใด







