
ดวลปืนกลางกรุงไล่ล่าแก๊งค้ายายี่เซ
ดวลปืนกลางกรุงตร.ไล่ล่าแก๊งค้ายาเครือข่ายยี่เซ ตาย 1 เจ็บ 1 นศ.สาวโชคร้ายถูกกระสุนเฉี่ยวแก้ม ส่วนทารก 5 เดือนรอดปาฏิหาริย์
ดวลปืนกลางกรุงตร.ไล่ล่าแก๊งค้ายาเครือข่ายยี่เซ ตาย 1 เจ็บ 1 นศ.สาวโชคร้ายถูกกระสุนเฉี่ยวแก้ม ส่วนทารก 5 เดือนรอดปาฏิหาริย์
เมื่อวันที่ 30 ก.ค. เวลา13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นกลางกรุง เมื่อตำรวจบช.ปส. ไล่ล่าติดตามคนร้ายเครือข่ายของ พ.ท.ยี่เซ บริเวณแยกเทวกรรม ถนนนครสวรรค์ แขวงสี่แยกมหานาค เขตดุสิต กทม. โดยไม่ห่างจากทำเนียบรัฐบาลเท่าใดนัก ก่อนเจ้าหน้าที่และคนร้ายจะยิงปะทะกันอยู่นานหลายนาที ซึ่งเหตุดวลปืนดังกล่าวทำให้คนร้ายเจ็บ 1 ตาย 1 และมีนศ.หญิงถูกลูกหลง 1 ราย นอกจากนี้ยังพบทารกวัย 5 เดือนที่มากับคนร้ายรอดตาย ภายหลังเหตุปะทะตำรวจได้ค้นของกลางในรถพบยาบ้าและยาไอซ์ มูลค่าร่วม 70 ล้านบาท
พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวภายหลังเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ชุดสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ได้ติดตามกลุ่มคนร้ายที่มารับกล่องพัสดุที่บริษัท นิ่มซี่เซ็ง เมื่อคนร้ายขนลังกล่องกระดาษใส่ท้ายรถยนต์อีซูซุ มิวเซเว่น ทะเบียน กค 7586 นครนายก จึงได้ติดตามมาจนกระทั่งถึงก่อนถึงแยกเทวกรรม ประมาณ 10 เมตร เจ้าหน้าที่พยายามให้คนร้ายจอดรถ แต่คนร้ายกลับใช้อาวุธปืน ขนาด 11 มม.ยิงสวนออกมาจากรถ จนทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยิงต่อสู้ ทำให้คนร้ายเสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 1 คน โดยทราบชื่อ 1 คนในภายหลังคือ นายพิเชษฐ์ ดอกไม้พุ่ม อายุ 37 ปี หนึ่งในผู้ต้องหาถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าที่ต้นแขนขวา 4-5 นัด และมีแผลฉกรรจ์ที่ขากรรไกร 1 แผล
อย่างไรก็ตาม ในรถของคนร้ายเจ้าหน้าที่ พบ เด็กทารกเพศชายไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 3-5 เดือน ถูกเศษกระจกรถยนต์บาดที่หน้าผากถลอกเล็กน้อย ซึ่งเด็กปลอดภัยไม่ได้ถูกกระสุนปืนแต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังมีประชาชนถูกลูกหลงกระสุนเฉี่ยวแก้ม 1 ราย ขณะนั่งรับประทานอาหารกับเพื่อน อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร ทราบชื่อคือ น.ส.สมฤดี วรรรา อายุ 23 ปี ชั้นปี 4 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้รับบาดเจ็บถูกอาวุธปืนยิงถากเข้าที่ปากด้านซ้าย ซึ่งได้นำตัวส่งรพ.หัวเฉียว อาการปลอดภัยแล้ว
ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการ ปปส. เปิดเผยภายหลังให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นกล่องกระดาษ 2 กล่องที่อยู่ในรถคนร้าย พบ ยาบ้าจำนวน 218,000 เม็ด ยาไอซ์ 12 ก.ก. ซึ่งถูกซุกซ่อนมาลำโพง(ขนาดใหญ่) ทั้งสองกล่อง มูลค่ารวม 70 ล้านบาท ว่าเป็นความพยายามของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดที่จะลำเลียงยาเสพติดเข้ามาในกรุงเทพ ผ่านระบบโลจิสติกส์ ก่อนนำมากระจายขายต่อให้กับลูกค้าภายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม น.ส.ณัฏฐา พิมพ์สดใส อายุ 19 ปี รุ่นน้องผู้บาดเจ็บที่เห็นเหตุการณ์ เล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุเป็นเวลาเลิกเรียนในวิชาภาคเช้า นักศึกษาทุกคนลงมาหาข้าวทาน โดยตนพร้อมด้วย น.ส.สมฤดี และกลุ่มเพื่อนไปหาข้าวกินอาหารตามสั่งที่ร้านเจ๊เหวี่ยง ซึ่งอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยห่างจากจุดปะทะประมาณ 200 เมตร ซึ่งขณะกำลังยืนสั่งอาหารอยู่นั้น จู่ๆได้ยินเสียงปืนลั่นขึ้นฝั่งตรงข้ามถนน 3-4 นัด ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างพากันวิ่งหลบกันโกลาหล ซึ่งตนรู้สึกว่ามีกระสุนผ่านหน้าตนไป 1 นัด พอเสียงปืนเงียบไปพบว่า น.ส.สมฤดี มีบาดแผลที่แก้มด้านซ้าย และเลือดไหลเต็มปาก ทางเจ้าของร้านจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มารับตัวไปส่ง รพ.หัวเฉียวดังกล่าว
ด้าน นพ.ไพโรจน์ ชัยกิตติศิลป์ แพทย์หัวหน้าแผนกศัลยกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้แพทย์ได้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บทั้งหมดค่อนข้างปลอดภัยดีแล้ว ที่หน้าเป็นห่วงมีเพียงจะต้องผ่าตัดขากรรไกร นายพิเชษฐ์ ก่อนจะต้องดูอาการต่อไป ส่วน น.ส.สมฤดี ขณะนี้ต้องผ่าตัดเนื่องจากบาดแผลที่ปากนั้นส่งผลให้ท่อน้ำลายฉีกขาดจึงต้องผ่าตัดเร่งด่วน และทารกวัย 3-4 เดือน บาดเจ็บเล็กน้อยอยู่ระหว่างรอญาติมารับกลับบ้าน







