posttoday
ดีเอสไอแจ้งความกลับศิษย์เณรคำแจ้งเท็จ

ดีเอสไอแจ้งความกลับศิษย์เณรคำแจ้งเท็จ

30 กรกฎาคม 2556

ดีเอสไอแจ้งความกองปราบกลับ”สุขุมและพวก”แจ้งเท็จ-หมิ่นเจ้าพนักงานคดีอดีตพระเณรคำ เตรียมคุยทูตสหรัฐ ล่าตัว กลับ

ดีเอสไอแจ้งความกองปราบกลับ”สุขุมและพวก”แจ้งเท็จ-หมิ่นเจ้าพนักงานคดีอดีตพระเณรคำ เตรียมคุยทูตสหรัฐ ล่าตัว  กลับ

เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายมหิธร กลั่นนุรักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือกฎหมายแก่ประชาชน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมคณะทำงาน รับมอบอำนาจจาก นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายสุขุม วงประสิทธิ ประธานเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม กลุ่มลูกศิษย์ของอดีตหลวงปู่เณรคำ หรือนายวิรพล สุขผล อดีตประธานสำนักสงฆ์ขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ และดูหมิ่นเจ้าพนักงาน โดยทำหนังสือร้องทุกข์และเอกสารที่เกี่ยวข้อง มอบให้กับพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี

นายมหิธร กล่าวว่า เหตุที่เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ป.ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายสุขุม ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ (บก.ปปป.) กล่าวหา นายธาริต อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ในการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับอดีตหลวงปู่เณรคำ หรือนายวิรพล ซึ่งพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เห็นว่าการกระทำของนายสุขุม เข้าข่ายแจ้งความเท็จและกล่าวอ้างข้อความอันเป็นเท็จ จึงนำหลักฐานเข้าแจ้งความดังกล่าว

นายมหิธร กล่าวต่อว่า การดำเนินคดีกับอดีตหลวงปู่เณรคำ หรือนายวิรพล นั้น ทางผู้กระทำความผิดสามารถใช้สิทธิตามกฎหมาย โดยตั้งทนายความเพื่อต่อสู้คดีได้ แต่การที่ นายสุขุม เข้าแจ้งความกล่าวหาเจ้าพนักงานในระหว่างการทำคดีทั้งที่ยังไม่สิ้นกระแสความนั้น ถือเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งที่ต้องการจะทำให้คดีสะดุด หรือเป็นการเปิดเผยข้อมูลทางคดี รวมทั้งขณะนี้สำนวนคดียังไม่มีการชี้ชัดว่า นายสุขุม เกี่ยวข้องกับอดีตหลวงปู่เณรคำ หรือนายวิรพล อย่างไรบ้าง

“หลังจากนี้ทางดีเอสไอ จะเฝ้าติดตามพฤติการณ์ของนายสุขุม หากพบว่ายังคงเคลื่อนไหว แถลงข่าว หรือให้สัมภาษณ์ โดยมีการพาดพิงการทำงานของพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ก็จะพิจารณาแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมเป็นรายกรณีไป ส่วนกรณีของ พ.ต.ท.วิชิต อุปะลา รอง ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งถูกนายสุขุม กล่าวหาด้วยนั้น ขณะนี้ท่านยังอยู่ระหว่างประมวลเรื่อง ยังไม่ได้แจ้งความกลับ ซึ่งคงเป็นเรื่องของรายบุคคล แต่ที่แจ้งความวันนี้มาในนามของดีเอสไอ” นายมหิธร กล่าว

ขณะที่ พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า สำหรับกรณีการร้องทุกข์ครั้งนี้ก็เหมือนกับคดีทั่วไป ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะพิจารณาดำเนินการอย่างรอบคอบ และพร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ด้าน นายธาริต กล่าวว่า ส่วนตัวแล้วเชื่อว่านายวิรพล จะไม่เดินทางกลับไทย เพราะถ้าจะมาวันที่ 31 ก.ค.นี้ ก็ต้องมีการซื้อตั๋วแล้วซึ่งตอนนี้ไม่เหมาลำแล้ว เพราะเหลือแค่ 4 คน แต่ไม่ว่าจะมาอย่างไรได้ประสานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ไว้แล้ว ถ้ามาถึง ตม. ก็จะจับกุมทันที

“น่าจะไม่มา เพราะไม่มีสัญญาณอะไร ทางเราได้ประสานกับหน่วยงานในประเทศสหรัฐแล้วก็ไม่มี แต่ก็ไม่แน่ ถ้ามาก็เป็นเรื่องที่ดี ก็จะได้เข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะไม่ว่าจะเต็มใจมามอบตัวหรือไม่เต็มใจเข้ามาด่าน ตม.ไม่ว่าจะสุวรรณภูมิหรือดอนเมือง ตม.ก็ต้องกักตัวอยู่แล้ว เพราะเขามีหมายจับ ส่วนถ้าอยู่ในสมณเพศก็จะประสานสำนักพุทธสึกให้เรียบร้อย”นายธาริตกล่าว

วันเดียวกัน นายสงกรานต์  อัจฉริยะทรัพย์  ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เดินทางเข้าพบนายธาริต เพื่อยื่นเอกสารหลักฐานที่ระบุถึงกรณีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกรุงศรีอยุธยา  สำนักงานใหญ่  มีพฤติกรรมช่วยเหลือด้วยการหน่วงเหนี่ยวประวิงเวลาพนักงานสอบสวนกองบังคับการกองปราบปรามและเจ้าหน้าทีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)จนเป็นเหตุให้การอายัดเงินในบัญชีของนายวิรพล  สุขผล  หรืออดีตวิรพล  ฉัตติโก  (หลวงปู่เณรคำ) มีความล่าช้า ส่งผลให้เงินและทองคำจำนวนมากถูกยักย้ายถ่ายโอนไปยังบุคคลอื่นและต่างประเทศ 

"ผมมีข้อมูลรายชื่อเจ้าหน้าที่ธนาคารที่มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 3-4 คน ซึ่งจะมอบให้ดีเอสไอดำเนินการสอบสวน  สำหรับพฤติกรรมที่ส่อเจตนาประวิงเวลาคือการให้กองปราบแก้ไขถ้อยคำในการขออายัดบัญชีเงินฝากซึ่งใช้เวลาแก้ไข 3-4 ชั่วโมง  ทำให้กระบวนการล่าช้าจนเกิดความเสียหาย  ทั้งนี้กรณีดังกล่าวทำให้เห็นชัดเจนว่ามีขบวนการช่วยเหลืออดีตเณรคำอยู่"นายสงกรานต์กล่าว

นายสงกรานต์  กล่าวต่อว่า  ส่วนกรณีที่ดีเอสไอเรียกให้นายสุขุม  วงประสิทธิ์  ลูกศิษย์อดีตเณรคำ  ประกาศว่าอดีตเณรคำจะเดินทางกลับประเทศในวันพรุ่งนี้(31 ก.ค.) นั้น ตนเชื่อว่าอดีตเณรคำจะไม่เดินทางกลับมาแน่นอน  โดยวันนี้ตนนำปี๊บ 2 ใบมาเตรียมไว้ให้นายสุขุมใช้คลุมหัวเพราะอดีตเณรคำคงไม่เดินทางกลับ

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล