
ไม่ไว้ใจดาวเทียมไทย
หนังสือพิมพ์เดอะ ฮินดู ในประเทศอินเดีย รายงานว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงในอินเดียกำลังวิพากษ์วิจารณ์ถกเถียงกันอย่างหนักในขณะนี้ว่าควรจะใช้ระบบดาวเทียมของประเทศไทยในงานด้านความมั่นคงหรือไม่ เพราะเกรงว่าจะเสี่ยงต่อการถูกจารกรรมข้อมูลตามมา
หนังสือพิมพ์เดอะ ฮินดู ในประเทศอินเดีย รายงานว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงในอินเดียกำลังวิพากษ์วิจารณ์ถกเถียงกันอย่างหนักในขณะนี้ว่าควรจะใช้ระบบดาวเทียมของประเทศไทยในงานด้านความมั่นคงหรือไม่ เพราะเกรงว่าจะเสี่ยงต่อการถูกจารกรรมข้อมูลตามมา
รายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้ทางอินเดียมีแผนที่จะปรับระบบความมั่นคงภายในครั้งใหญ่ภายใต้โครงการระบบเครือข่ายติดตามอาชญากรและอาชญากรรม (ซีซีทีเอ็นเอส) ซึ่งจะใช้บริการดาวเทียมไอพีสตาร์ในโครงการไทยคม
หากโครงการได้รับการก่อตั้งแล้วเสร็จตามแผน ก็จะเป็นระบบด้านความมั่นคงภายในขนาดใหญ่ของอินเดียที่เชื่อมต่อสถานีตำรวจ 1.4 หมื่นแห่ง ใน 28 รัฐทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นการยกเครื่องระบบความมั่นคงภายใต้โครงสร้างเครือข่ายไอที
อย่างไรก็ตาม บรรดาหน่วยงานด้านความมั่นคงในอินเดีย ได้ออกโรงเตือนว่า การใช้ดาวเทียมต่างชาติในระบบเครือข่ายติดตามอาชญากรและอาชญากรรม อาจทำให้เกิดความเสี่ยงที่ข้อมูลด้านความมั่นคงภายในจะถูกดักฟังหรือจารกรรมไป
ปัญหาดังกล่าวทำให้ทางกระทรวงมหาดไทยอินเดีย ตัดสินใจที่จะขอความร่วมมือจากองค์การวิจัยอวกาศแห่งชาติอินเดีย เพื่อช่วยหาทางดำเนินโครงการซีซีทีเอ็นเอสให้ลุล่วงไปได้สำเร็จ
กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสารสนเทศของอินเดีย ได้อ้างถึงความกังวลจากเสียงทักท้วงของหน่วยงานความมั่นคงหลายฝ่ายว่า การใช้ดาวเทียมต่างชาตินั้นอาจเสี่ยงต่อการถูกจารกรรมข้อมูลได้
ทางการอินเดียอ้างว่า หากข้อมูลของโครงการซีซีทีเอ็นเอสมีการเคลื่อนย้ายทางดาวเทียมของประเทศไทย ข้อมูลที่มีความสำคัญเหล่านี้ก็จะต้องถูกเคลื่อนย้ายผ่านเส้นทางประเทศต่างๆ หลายสิบประเทศตามวงโคจรของดาวเทียมด้วย เช่น จีนและปากีสถาน ซึ่งมีความเสี่ยงที่ข้อมูลจะถูกจารกรรมทั้งจากผู้ให้บริการดาวเทียมและจากผู้ไม่ประสงค์ดีในประเทศต่างๆ ตามวงโคจรของดาวเทียม
ทั้งนี้ โครงการซีซีทีเอ็นเอสของอินเดียนั้น เริ่มถือกำเนิดขึ้นในปี 2552 ในยุคที่ พี จิดัมบารัม ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมหาดไทย หรือเพียง 1 ปีหลังจากเกิดเหตุวินาศกรรมนครมุมไบขึ้น ซึ่งตามกำหนดการเดิมแล้วจะต้องพร้อมใช้งานในปี 2555 ที่ผ่านมา
ทว่าข้อติดขัดหลายประการรวมถึงปัญหาเรื่องผู้ให้บริการดาวเทียม ทำให้โครงการนี้ต้องถูกเลื่อนออกไป โดยคาดว่าจะสามารถพร้อมใช้งานได้ในปี 2558







