
มาม่าโต้โซเดียมไม่สูงแย้มเตรียมลดใช้สาร
มาม่า เร่งตรวจบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยันไม่มีโซเดียมเกินมาตรฐาน เล็งพัฒนาสินค้าลดใช้สาร
มาม่า เร่งตรวจบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยันไม่มีโซเดียมเกินมาตรฐาน เล็งพัฒนาสินค้าลดใช้สาร
นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการรองผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล ผู้ดำเนินการตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า เปิดเผยถึงกรณีกระทรวงสาธารณสุข เตือนการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า เส้นเล็กต้มยำ 1 หน่วยบริโภค มีโซเดียมถึง 2,220 มิลลิกรัม ทำให้มีความเสี่ยงการเป็นโรคความดันโลหิตสูง ว่า หลังเกิดข่าวบริษัทได้นำสินค้ามาตรวจสอบเร่งด่วน
ทั้งนี้ สินค้าของบริษัทไม่ได้มีปริมาณโซเดียมสูงกว่าที่มาตรฐานกำหนด และยังมีน้อยกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้ออื่นๆ ที่ขายอยู่ในท้องตลาด โดยการดำเนินธุรกิจของบริษัทคำนึงถึงสุขภาพผู้บริโภคไทยมาตลอด รวมทั้งมีแผนจะลดการใส่โซเดียมและผงชูรสให้น้อยลง แต่ต้องไม่ทำให้รสชาติบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลดลงไปด้วย
“กระแสข่าวที่เกิดขึ้น มั่นใจว่าจะไม่กระทบต่อตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท ให้เติบโตลดลง แม้ว่าตลาดในช่วงครึ่งปีแรกโต 9% ซึ่งปกติต้องโตเป็นตัวเลขสองหลัก การเติบโตที่ลดลงมาจากกำลังการซื้อของผู้บริโภคลดลง จากราคาพืชผลเกษตร ยางพาราตกต่ำ และพิษจากนโยบายรถคันแรก” นายเวทิต กล่าว
อย่างไรก็ตาม เพื่อผลักดันให้ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปปีนี้ทั้งปีโต 10% แผนการตลาดในช่วงครึ่งปีหลังนี้ บริษัทได้รุกตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดถ้วยและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดซองระดับบน เนื่องจากตลาดถ้วยมูลค่า 4,300 ล้านบาท เติบโตเกือบ 30% ต่อเนื่องช่วง 5 ปี ขณะที่บะหมี่ชนิดซองระดับบน เป็นเซ็กเมนต์เล็ก แต่มีศักยภาพ มีการเติบโต 10% ต่อเนื่อง
สำหรับแผนตลาด ปีนี้บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ออกสินค้าใหม่ลงในตลาดบะหมี่ถ้วยอย่างเดียว จากเดิมต้องเปิดตัวลงบะหมี่ชนิดซองด้วย เพราะกลุ่มเป้าหมายมีความแตกต่างกัน โดยบะหมี่ถ้วยเจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ต้องการความสะดวกสบาย เร่งรีบ ส่วนบะหมี่ซองเจาะกลุ่มผู้ใหญ่ที่ต้องการประหยัด
นายเวทิต กล่าวว่า บริษัทได้เปิดตัวบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดถ้วย 3 รสชาติ ได้แก่ มาม่า สไปซี่ ชีส และต้มยำกุ้ง เอ็กซ์ตรีม และขี้เมา ซีฟู้ดส์ และในเดือนก.ย. นี้ เปิดตัวบะหมี่ซองระดับบน มาม่า โอเรียนทอลคิทเช่น เส้นหมี่ราดหน้า ราคา 12 บาท เพื่อผลักดันให้ตลาดบะหมี่ซอง 1.27 หมื่นล้านบาทเติบโต หลังจากอิ่มตัวมานาน ปีนี้เติบโตแค่ 23% จากปกติตลาดโต 56%
ขณะที่ในช่วงครึ่งปีหลังนี้บริษัทจะรุกตลาดทุกรูปแบบ จากงบทั้งปีใช้ 150 ล้านบาท โดยทั้งออกรสชาติใหม่ การทำโฆษณา โปรโมชั่น เพื่อผลักดันให้ตลาดเติบโต ซึ่งตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในไทยยังเติบโตได้อีก เพราะอัตราการบริโภคคนไทยมีเพียง 42 ซองต่อคนต่อปี เป็นอันดับ 4 ในเอเชีย ส่วนเกาหลีเป็นอันดับ 1 มีการบริโภค 72ซองต่อคนต่อปี
สำหรับรายได้กลุ่มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปปีนี้ตั้งเป้าโต 15% แต่คาดว่ารายได้จะต่ำกว่าเป้าหมายโดยโต 10% โดยยอดขายในช่วงครึ่งปีหลังโต 10% หลังจากรายได้ในช่วงครึ่งปีแรกโต 9% และยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่ง 54% โดยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปชนิดถ้วย มีส่วยแบ่ง 59% และชนิดซอง มีส่วนแบ่ง 54%







