posttoday
แพ้เป็นพระ ชนะเป็น DSI

แพ้เป็นพระ ชนะเป็น DSI

29 กรกฎาคม 2556

รัฐบาลปูแดงคงต้องหาโอกาสทำบุญกับเณรคำให้มากๆ หน่อย ที่ช่วยให้เรื่องร้ายๆ ของรัฐบาลถูกกลบเกลื่อนไปด้วยข่าวของเณรคำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอุ้มเอกยุทธ ที่ตอนนี้เกือบจะไม่มีหนังสือพิมพ์หรือสื่อใดกล่าวถึง หรือเรื่องข้าวเน่าผลงานชิ้นโบดำของรัฐบาล ที่แม้เณรคำจะกลบไม่มิด แต่ก็ทำให้ความสนใจลดไปได้มากโข ยิ่งส่งซิกให้นักเล่าข่าวเล่นเรื่องเณรคำมากๆ ก็ทำให้ข่าวข้าวเน่าเจือจางลงไปได้

รัฐบาลปูแดงคงต้องหาโอกาสทำบุญกับเณรคำให้มากๆ หน่อย ที่ช่วยให้เรื่องร้ายๆ ของรัฐบาลถูกกลบเกลื่อนไปด้วยข่าวของเณรคำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอุ้มเอกยุทธ ที่ตอนนี้เกือบจะไม่มีหนังสือพิมพ์หรือสื่อใดกล่าวถึง หรือเรื่องข้าวเน่าผลงานชิ้นโบดำของรัฐบาล ที่แม้เณรคำจะกลบไม่มิด แต่ก็ทำให้ความสนใจลดไปได้มากโข ยิ่งส่งซิกให้นักเล่าข่าวเล่นเรื่องเณรคำมากๆ ก็ทำให้ข่าวข้าวเน่าเจือจางลงไปได้

นอกจากนี้ กรณีของเณรคำทำให้เห็นศักยภาพอันแท้จริงของ DSI ว่ามีความสามารถในการสืบสวนสอบสวนชนิดตามเกาะติด ไม่ยอมปล่อย และเล่นทุกประเด็น ทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ ทั้งพ่อแม่ และพี่น้องเณรคำ ที่ออกมาหาทางช่วยเหลือเณรคำ

ทั้งข่มขู่จะใช้กฎหมายจัดการ ทั้งตามติดชนิดไม่ปล่อยให้ตั้งตัว ทั้งใช้ทุกช่องทางที่จะเอาตัวเณรคำกลับประเทศไทยให้ได้ ทั้งๆ ที่เณรคำยังเป็นเพียงผู้ต้องหา ศาลยังไม่ได้ตัดสินเลย

แต่กับนักโทษชายที่ศาลตัดสินถึงที่สุดแล้วว่ามีความผิด ศาลออกหมายจับมาหลายปีแล้ว เจ้าตัวก็อยากจะกลับ รัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แห่ไปหาอย่างโจ่งครึ่ม แต่ DSI คงมองไม่เห็น แม้แต่นายตำรวจใหญ่ที่สารภาพเองว่าตนเองไม่มีฝีมืออะไร เพราะมีวันนี้เพราะพี่ให้ (ถ้าพี่ไม่ให้ก็ไม่มี) ก็ยังให้นักโทษติดยศให้เพื่อเป็นเกียรติยศ การให้นักโทษติดยศให้น่าจะไม่เป็นมงคล ไม่รู้ว่าครูบาอาจารย์ คนรุ่นเก่าๆ จะเห็นอย่างไร

ยศนายพลตำรวจ เป็นยศพระราชทาน แต่กลับบอกว่า มีวันนี้เพราะพี่ให้ ท่านนายพลปราบม็อบน่าจะอธิบายให้ชัดว่า ได้ยศมาเพราะใคร และใครคือพี่ที่เป็นคนให้

กลับมาเรื่องนักโทษหนีคดี วันหยุดที่ผ่านมา มีผู้คนมากมายในรัฐบาลเช่าเครื่องบินเหมาลำแห่ไปหา ไปฉลองวันเกิดให้นักโทษหนีคุก ในจำนวนนั้นไม่รู้ว่ามีบิ๊ก DSI ร่วมขบวนไปด้วยหรือไม่

แต่ DSI กลับไม่ทำอะไรเลย ไม่แม้แต่จะพูดถึง

ลองสรุปกันดูนะครับว่า DSI มีมาตรฐานเดียว 2 มาตรฐาน หรือไม่มีมาตรฐานเลย

DSI ตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะทำคดีใหญ่ๆ คดีที่ยุ่งยากซับซ้อน คดีที่ไม่ใช่ความผิดอาญาธรรมดาทั่วไป แต่เป็นคดีที่ต้องใช้ความรู้หลายๆ ด้านเข้ามาช่วยในการคลี่คลายคดี เป็นเหมือน FBI ของอเมริกา ในการรับเจ้าหน้าที่ DSI จึงมีระเบียบที่จะรับจากหลายหน่วยงาน โดยไม่ให้มาจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งมากจนเกินไป แต่ในความเป็นจริง DSI บริหารงานตามแนวทางของตำรวจ

ในช่วงแรก DSI จึงเป็นเหมือนสำนักงานตำรวจสาขา 2 แต่ในขณะนี้ DSI เมื่อเข้ารับใช้การเมืองเต็มตัว DSI ได้ยกฐานะเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานใหญ่ไปแล้ว

วันนี้ DSI ทำทุกเรื่องที่อยากจะทำ ทำทุกเรื่องที่รัฐบาลสั่ง ด้วยอำนาจล้นฟ้า DSI จึงเป็นแก้วสารพัดนึกของรัฐบาล ทำงานทุกอย่างได้ตามที่รัฐบาลต้องการ ทั้งๆ ที่วัตถุประสงค์ที่ตั้งขึ้นเพื่อรับผิดชอบเฉพาะคดีสำคัญๆ ที่มีความสลับซับซ้อน เพราะชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นคดีพิเศษ

คดีเณรคำเป็นคดีที่ยุ่งยากซับซ้อนตรงไหน ความผิดของเณรคำที่ถูกตั้งข้อหา ก็เป็นความผิดธรรมดา ไม่ได้ลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนแต่อย่างใด ข้อหาพรากผู้เยาว์ ข้อหาฉ้อโกง ความผิดเหล่านี้ถ้าตำรวจในสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่มีความสามารถที่จะทำไม่ได้ ก็สมควรยุบสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แล้ว

หาก DSI สนใจคดีเกี่ยวกับพระ เกี่ยวกับวงการศาสนาจริง ผมมีคดีที่ขอให้ DSI ช่วยสืบสวนสอบสวนให้กระจ่าง เอาจริงเอาจังเสียทีกับคดีที่ค้างคาใจชาวพุทธ

คดีพระธัมมชโยแห่งวัดธรรมกาย คดีที่อัยการสูงสุดสั่งถอนฟ้องในคดีที่ถูกฟ้องข้อหาเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ของวัดเป็นของตนเอง เป็นคดีอาญาแผ่นดิน เป็นการถอนฟ้องที่การพิจารณาคดีที่ศาลเหลือเพียงการสืบพยานอีก 2 นัดเท่านั้น ศาลก็จะตัดสินแล้ว

คดีนี้สืบเนื่องมาจากสมเด็จพระสังฆราชทรงมีพระลิขิตเมื่อ 26 เม.ย. 2542 เกี่ยวกับการบิดเบือนพระธรรมวินัย และเบียดบังเงินของวัดเป็นของตนเอง ดังนี้

“ความบิดเบือนพระพุทธธรรมคำทรงสอน โดยกล่าวหาว่าพระไตรปิฎกบกพร่อง เป็นการทำให้สงฆ์ที่หลงเชื่อคำบิดเบือน แตกแยกกลายเป็นสอง มีความเข้าใจ ความเชื่อถือพระพุทธศาสนาตรงกันข้าม เป็นการทำลายพระพุทธศาสนา ทำสงฆ์ให้แตกแยก เป็นอนันตริยกรรม มีโทษทั้งปัจจุบันและอนาคตที่หนัก

ส่วนที่มิใช่เป็นการลงโทษ แต่เป็นการทำที่ถูกต้อง คือ ต้องมอบสมบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะเป็นพระให้แก่วัดทันที (5 เม.ย. 2542)

ไม่คิดให้มีโทษ เพราะคิดในแง่ยกประโยชน์ให้ว่าในขั้นต้นอาจมิใช่มีเจตนาถือสมบัติของวัดเป็นของตนจริงๆ แต่เมื่อถึงอย่างไรก็ไม่ยอมมอบคืนสมบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะเป็นพระให้แก่วัด ก็แสดงชัดแจ้งว่าต้องอาบัติปาราชิก ต้องพ้นจากความเป็นสมณะโดยอัตโนมัติ ต้องถูกจัดการอย่างเด็ดขาด เช่นเดียวกับผู้ไม่ใช่พระ ปลอมเป็นพระ ด้วยการนำผ้ากาสาวพัสตร์ไปครอง ทำความเศร้าหมองเสื่อมเสียให้เกิดแก่สงฆ์ในพระพุทธศาสนา”

อัยการถอนฟ้องเมื่อปี 2549 โดยให้เหตุผลว่า ธัมมชโยได้เผยแผ่คำสอนถูกต้องตามพระไตรปิฎกแล้ว และยอมคืนสมบัติทั้งหมดเกือบพันล้านให้กับวัดแล้ว

เหตุผลที่ว่า ธัมมชโยสอนตรงตามพระไตรปิฎกแล้ว น่าจะไม่ใช่ เพราะทุกวันนี้ธัมมชโยยังคงสอนเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ยังเอาสตีฟ จ็อบส์ มาหลอกเด็กหากินด้วย

ส่วนเหตุผลที่อ้างว่า ธัมมชโยคืนสมบัติให้วัดแล้วนั้น ในทางกฎหมาย ความผิดสำเร็จไปแล้ว แม้จะคืนทรัพย์ก็ไม่ทำให้ความผิดหายไป เป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ไม่มีเหตุจะถอนฟ้อง ยิ่งในทางพระธรรมวินัยแล้ว เท่ากับเป็นการยอมรับว่า ธัมมชโยเบียดบังยักยอกทรัพย์สมบัติของวัดไปจริง จึงต้องอาบัติปาราชิก พ้นจากความเป็นพระไปแล้วโดยอัตโนมัติ และไม่สามารถกลับมาบวชเป็นพระได้อีกตลอดไป

แปลว่า ที่ธัมมชโยนุ่งห่มเหลืองแสดงตนเป็นพระ เชิญชวนคนมาทำบุญ นำอาหารขึ้นไปถวายกับพระพุทธเจ้านี้ เป็นการหลอกลวงประชาชน DSI จะไม่ลองหยิบมาเป็นคดีพิเศษบ้างหรือ

หรือเกรงบารมีของวัดธรรมกายที่ยิ่งใหญ่เหนือรัฐบาล เพราะนักโทษหนีคดีให้การสนับสนุนถึงขนาดกระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีคำสั่งให้ครูทั่วประเทศ ร่วมกิจกรรมอบรมจริยธรรมกับเครือข่ายวัดพระธรรมกาย

การกระทำของ สพฐ. และธรรมกาย ไม่เพียงผิดกฎหมายธรรมดา แต่ผิดรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศเลย DSI ไม่สนใจจะทำเรื่องใหญ่ๆ ที่เป็นประโยชน์กับชาติ ศาสนาบ้างหรือครับ หรือถนัดแต่ซ้ายหันขวาหันตามคำสั่ง

การที่ สพฐ.บังคับครูทั่วประเทศให้อบรมจริยธรรมกับธรรมกาย ทำให้นึกถึงเรื่องเทวทัตกับพระเจ้าอชาตศัตรู ที่ร่วมมือกันหวังความเป็นใหญ่ทั้งในอาณาจักรและศาสนจักร

วันจันทร์หน้าจะเล่าให้ฟังครับ

ข่าวล่าสุด

ผลบอล เอฟเอคัพ ! แมนซิตี้ ชนะ เชลซี 1-0 ซิวแชมป์เอฟเอคัพ สมัย 8

ผลบอล เอฟเอคัพ ! แมนซิตี้ ชนะ เชลซี 1-0 ซิวแชมป์เอฟเอคัพ สมัย 8