
ดันแม่สอดศูนย์กลางอัญมณีสินค้าท้องถิ่นเชื่อมเอเชีย
นครแม่สอด จ.ตาก จะกลายเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การค้าอัญมณีและสินค้าท้องถิ่นของเอเชีย
โดย...อัศวิน พินิจวงษ์
นครแม่สอด จ.ตาก จะกลายเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การค้าอัญมณีและสินค้าท้องถิ่นของเอเชีย หลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 เนื่องจากนครแม่สอดเป็นประตูเออีซีบนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกตะวันตก และระเบียงเศรษฐกิจเหนือใต้
มงคล สัณฐิติวิฑูร รอง ผวจ.ตาก บอกว่า หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้วางยุทธศาสตร์นครแม่สอดเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและสินค้าท้องถิ่นเชื่อมเอเชีย โดยดึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือกลุ่มโอท็อป ระดับ 5 ดาวจากทั่วประเทศ เช่น ผลิตภัณฑ์อัญมณีเครื่องประดับชื่อดังภาคตะวันออก เครื่องแต่งกาย ผ้าไหม ของใช้ สินค้าตกแต่ง สินค้าที่ระลึก รวมทั้งจนอาหารและเครื่องดื่ม มาอยู่ที่นครแม่สอดทั้งหมด เป้าหมายคือกระตุ้นเศรษฐกิจนครแม่สอดตลอดทั้งเจาะกลุ่มลูกค้าเอเชีย
“นี่คืออีกโอกาสที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นระดับ 5 ดาวจากทั่วประเทศจะได้จำหน่ายสินค้าให้กลุ่มลูกค้าเอเชียด้วยกัน โดยนครแม่สอดจะเป็นศูนย์กลางให้กับผู้ประกอบการได้มีช่องทางจำหน่ายสินค้าโดยตรง หลังเปิดเออีซีมูลค่าทางด้านตลาดจะเพิ่มขึ้นเป็นมหาศาล เนื่องจากนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศของโลกจะเดินทางมานครแม่สอดก่อนเดินทางไปพม่า หรือเดินทางจากพม่ามายังนครแม่สอด ก่อนที่จะเดินทางไปยังภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศไทยต่อไป” รอง ผวจ.ตาก กล่าว
มงคล บอกอีกว่า ไม่เพียงแต่จะผลักดันนครแม่สอดเป็นศูนย์กลางการค้าเท่านั้น ยังจะเป็นศูนย์กลางค้าปลีกค้าส่งระดับเอเชีย ซึ่งตลาดมีแนวโน้มสดใส เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจของพม่าเติบโตแบบก้าวกระโดด เป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ และที่สำคัญชาวพม่าเริ่มมีกำลังซื้อสูง หลังจากผู้นำประกาศเปิดประเทศให้นานาชาติเข้ามาลงทุนด้วย
ทั้งนี้ การค้าชายแดนไทยพม่า ด่านแม่สอดเมียวดีของพม่าในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ (ก.ค.ธ.ค.) คาดว่ามูลค่าการค้าบริเวณด่านศุลกากรแม่สอดเมียวดี จะสูงกว่า 4 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบจากที่ช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค.มิ.ย.) มีมูลค่าเกือบ 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งขยายตัวประมาณ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555
สมศักดิ์ คะวีรัตน์ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก บอกว่า สินค้าอัญมณีและสินค้าท้องถิ่นไทยระดับ 5 ดาว คือโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่ต้องหาช่องทางจำหน่ายในพม่า แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะเชิญชวนนักธุรกิจให้หันมาลงทุนที่นครแม่สอด คือ การลงทุนในภาคการท่องเที่ยวกับพม่า เพราะเมื่อมีการเปิดเส้นทางการบินแม่สอดมะละแหมง และแม่สอดย่างกุ้งแล้ว การท่องเที่ยวจึงถือว่าเป็นธุรกิจที่น่าลงทุนมาก โดยเฉพาะด้านโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร เนื่องจากที่เมืองมะละแหมง รัฐมอญในพม่านั้นยังขาดแคลนที่พักและร้านอาหาร รวมทั้งสถานบริการและอำนวยความสะดวกกับนักธุรกิจหรือนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางจากไทยไปเมืองมะละแหมงอย่างมาก จึงเป็นธุรกิจอีกแนวทางหนึ่งที่น่าจับตาและน่าเข้าไปลงทุนมาก
“ปัจจุบันนักลงทุนที่กำลังมองช่องทางเข้าไปลงทุนในพม่า ส่วนใหญ่นัดแนะเจรจาธุรกิจที่ อ.แม่สอด ซึ่งมีด่านผ่านออกไปสู่จังหวัดเมียวดีของพม่า ดังนั้นหากรัฐบาลให้เร่งตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด ด้วยการชูจุดเด่นของ อ.แม่สอด ในฐานะศูนย์กลางเออีซีและเป็นจุดตัดของเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกตะวันตก และระเบียงเศรษฐกิจเหนือใต้ ยิ่งจะดึงนักลงทุนเข้ามาลงทุนมากยิ่งขึ้น” สมศักดิ์ ระบุ
รัฐบาลต้องเร่งผลักดันให้เกิดเขตเศรษฐกิจแม่สอดก่อนเปิดเออีซี เพื่อสร้างความได้เปรียบให้บภาคเอกชนไทยในการเจาะกลุ่มตลาดเอเชีย เพราะจุดเด่นของแม่สอด คือ เป็นศูนย์กลางจุดเชื่อมโยงอาเซียน จีน อินเดีย และยุโรปในอนาคต







