
เหลือกำจัดคราบน้ำมันรั่วระยอง5พันลิตร
พีทีที โกลบอล เคมิคอลเผยคราบน้ำมันรั่วในอ่าวไทย 5,000ลิตร เร่งกำจัด กลุ่มประมงเรือเล็กโอดได้รับผลกระทบ
พีทีที โกลบอล เคมิคอลเผยคราบน้ำมันรั่วในอ่าวไทย 5,000ลิตร เร่งกำจัด กลุ่มประมงเรือเล็กโอดได้รับผลกระทบ
เมื่อเวลา 18.40 น. วันที่ 28 ก.ค. บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) แจ้งความคืบหน้าเหตุท่อรับน้ำมันดิบขนาด 16 นิ้ว รั่วในทะเลที่บริเวณทุ่นรับน้ำมันดิบ (Single Point Mooring) ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งท่าเรือมาบตาพุดไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 20 กิโลเมตร ว่า ขณะนี้ปริมาณคราบน้ำมันได้มีปริมาณน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนของน้ำมันดิบได้ถูกสลายอย่างมีประสิทธิภาพ เหลืออยู่ประมาณ 5,000 ลิตร จากทั้งหมดที่รั่ว 5 หมื่นลิตรตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี เรือพ่นน้ำยาสลายคราบน้ำมันยังคงทำการพ่นน้ำยาสลายคราบน้ำมันบนผิวน้ำต่อไป โดยเรือของกองทัพเรือ กรมเจ้าท่า บริษัท ไออาร์พีซี ที่ส่งมาร่วมกับเรือของ PTTGC
ทั้งนี้ เวลา 16.00 น. เครื่องบิน C-130 ของบริษัท ออยล์ สปิล เรสปอนส์ จำกัด (Oil Spill Response Limited) ได้บินวนสำรวจในทะเลเพิ่มเติมหากพบคราบน้ำมันหลงเหลือจะทำการฉีดพ่นน้ำยาสลายคราบน้ำมันอีก 1 รอบ นอกจากนี้ หน่วย PTT SEAL Group ได้ใช้เครื่องร่อนขนาดเบาจำนวน 4 ลำ บินตามชายฝั่งเพื่อถ่ายวิดีโอและภาพนิ่งบริเวณเขาแหลมหญ้าและเกาะเสม็ด พร้อมทั้งส่งเรื่อเร็วตรวจการณ์ ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงานได้ทำการถ่ายภาพในทะเลแต่ไม่พบมีคราบน้ำมันตามบริเวณใกล้ชายฝั่งแต่อย่างใด
จากที่เวลา 15.00 น. เครื่องบิน C-130 ของบริษัท ออยล์ สปิล เรสปอนส์ ได้ขึ้นบินจากสนามบินอู่ตะเภาและทำการฉีดพ่นน้ำยาสลายคราบน้ำมัน หลังจากนั้น บริษัทฯ จะส่งเรือและเจ้าหน้าที่ไปทำการวางทุ่นดักน้ำมันความยาว 1,200 เมตร ห่างจากชายฝั่งของเกาะเสม็ด ประมาณ 1,000 เมตร เพื่อป้องกันกรณีที่อาจมีคราบน้ำมันหลุดรอดเข้าไปใกล้ชายฝั่งอีกชั้นด้วย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างใกล้ชิด
บริษัทได้จัดเตรียมบุคลากรกว่า 100 คน เพื่อติดตามและสำรวจตามชายฝั่งบริเวณเขาแหลมหญ้าและเกาะเสม็ด ขณะเดียวกัน บริษัทจะยังทำการตรวจสอบวิเคราะห์น้ำทะเลและตัวอย่างสัตว์น้ำต่าง ๆ ต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่า การขจัดคราบน้ำมัน เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล
ทั้งนี้ในวันที่ 29 ก.ค.บริษัทแถลงข่าวเรื่องดังกล่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ด้าน นางรัตนา มั่นประสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงทะเลอ่าวไทยฝั่งตะวันออก กล่าวว่า ทางศูนย์ได้นำเรือออกไปเก็บคุณภาพน้ำทะเลและสังเกตุคุณภาพของสัตว์น้ำ แต่ยังไม่พบสัตว์น้ำที่ได้รับผลกระทบหรือลอยตาย ล่าสุดประสานชาวประมงพื้นบ้านตลอดแนวชายฝั่ง จ.ระยอง ให้เฝ้าสังเกตการณ์ทั้งในเรื่องคราบน้ำมันและสัตว์น้ำที่จะได้รับผลกระทบบริเวณชายและแหล่งประมง
นายสาธิต ปิตุเตชะ สส.ระยอง กล่าวว่า ในฐานะที่เป็น สส.ในพื้นที่ อยากเรียกร้องไปยังบริษัท ปตท. จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของต้นเรื่องที่เกิดเหตุทำให้น้ำมันรั่วไหลสู่กลางทะเล ต้องรับผิดชอบทุกกรณีทั้งทางตรงและทางอ้อม น่าจะมีการตั้งกองทุนเพื่อดูแลผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การประเมินค่าเสียหายที่ได้รับผลกระทบมีกี่หน่วยงาน เช่น เทศบาลเมืองมาบตาพุด เทศบาลนครระยอง องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ตะพง เทศบาลบ้านเพ และเทศบาลอื่นๆที่มีแนวเขตติดต่อชายฝั่งทะเล ซึ่งจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอนที่มีคราบน้ำมันไหลเข้าฝั่ง และถ้าเกิดคราบน้ำมันไหลเข้าสู่พื้นที่ยังเกาะเสม็ด ซึ่งคาดว่าระยะทางคราบน้ำมันจะถึงเกาะเสม็ดเพียง 5 กิโลเมตร ความเสียหายที่จะเกิดขึ้นด้านการท่องเที่ยวอย่างมหาศาลแน่นอน
ขณะที่ นายจัตุรัส เอี่ยมวรนิรันดร์ นายกสมาคมประมงเรือเล็กระยอง กล่าวว่า กลุ่มประมงเรือเล็กได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างแน่นอน พื้นที่ทางทะเลทรัพยากรทางทะเลนั้นถูกทำลาย อาหารที่หล่อเลี้ยงกำลังถูกทำลาย การรั่วไหลของน้ำมันทางอุตสาหกรรมเข้าไปถึงอย่างรวดเร็วหรือยัง การควบคุมการแพร่กระจายของน้ำมันมีการควบคุมได้ดีแค่ไหน ซึ่งการรั่วไหลของน้ำมันไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทย ต่างประเทศก็มีการรั่วไหลเช่นกัน แต่การควบคุมไม่สามารถควบคุมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็มีผลกระทบกับประมงต่างๆ เขาก็มีการชดเชย แต่ประเทศไทยยังไม่เห็นมีการชดเชย เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่เกิดครั้งแรกของจังหวัดระยองที่มีผลกระทบ และยังไม่มีการแก้ไขใดๆอย่างเป็นรูปธรรม ผลกระทบเหล่านี้จังหวัดระยองยังไม่แก้ไข ดูแล วันนี้ทางบริษัทเอกชนนำสารเคมีทำให้น้ำมันจมลง จะทำให้ทำลายธรรมชาติโดยระยะยาว แต่แนวทางแก้ไขยังไม่มีมาตรการออกมาชัดเจน และถึงเวลาหรือยังที่ต้องมีการแก้ไขด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างชัดเจน







