posttoday
นักวิจัยชี้สปอนเซอร์ชิพเพิ่มนักดื่ม

นักวิจัยชี้สปอนเซอร์ชิพเพิ่มนักดื่ม

28 กรกฎาคม 2556

"นักวิจัยออสซี่"เผยสปอนเซอร์ชิพอันตราย! ดึงนักกีฬา-แฟนกีฬาวัยโจ๋ ดื่มเพิ่ม เผยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครองแชมป์สปอนเซอร์เกินครึ่ง

"นักวิจัยออสซี่"เผยสปอนเซอร์ชิพอันตราย! ดึงนักกีฬา-แฟนกีฬาวัยโจ๋ ดื่มเพิ่ม เผยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครองแชมป์สปอนเซอร์เกินครึ่ง 

เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่สำนักงานพัฒนานโยบายระหว่างประเทศ (International Health Policy  Program) ในเวทีเสวนา“ทุนอุปถัมภ์และการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวงการกีฬา” จัดโดยศูนย์วิจัยปัญหาสุรา(ศวส.) โดยมีผู้สนใจเข้าร่วม อาทิ เครือข่ายนักวิชาการเฝ้าระวังปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า

ดร.เคอร์รี่   โอบราน   ผู้อำนวยการด้านหน่วยวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ ประเทศออสเตรเลีย   เปิดเผยข้อมูลผลวิจัย "สปอนต์เซอร์ชิพที่มีผลต่อพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของตัวนักกีฬาและทีมกีฬา"โดยศึกษาในประเทศออสเตรเลียในช่วง 6 เดือน ม.ค.-มิ.ย.พบว่า ในประเทศออสเตรเลียมีนักกีฬาที่มีความรู้สึกอยากตอบแทนแบรนด์ที่สนับสนุน  และที่น่าตกใจคือนักกีฬาที่ได้รับการสนับสนุนมีโอกาสที่จะดื่มยี่ห้อนั้นประมาณ 67% เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับการสนับสนุน

ดร.เคอร์รี่   กล่าวว่า  จากการศึกษา พบว่าเยาวชน อายุ 12 ปี ที่ดูกีฬามีความสัมพันธ์กับการดื่ม โดยเด็กกลุ่มดังกล่าว มีการดื่มเบียร์เพิ่มขึ้น 20%  นอกจากนี้ การสนับสนุนกีฬาของบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยังส่งผลทำให้ การฝังลึกของความเชื่อในการเชื่อมระหว่าง กีฬาและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อกล่าวถึงกีฬาจะคิดถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทันที นอกจากนี้ยังพบว่าเกินครึ่ง หรือ 60-80% ธุรกิจแอลกอฮอล์จะทุ่มทุนไปกับการโฆษณา

ทั้งนี้เยาวชนในปัจจุบันมีความเสี่ยงในการเปิดรับโฆษณาแอลกอฮอล์รวมถึงการสนับสนุนจากธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  จากหลักฐานทางวิชาการชี้ให้เห็นว่า การเปิดรับโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการสนับสนุนกีฬาจากอุตสาหกรรมสุราจะส่งผลต่อการดื่มของเด็กและเยาวชน ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้คือ ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีการกระตุ้นเยาวชนไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยการสนับสนุนกิจกรรม ที่น่าห่วงคือ ธุรกิจดังกล่าวยังนำภาพเซ็กซี่มาแสดงเพื่อกระตุ้นให้เด็กอยากรู้อยากลอง จึงขอฝากว่าทำธุรกิจต้องมีความรับผิดชอบ ไม่ควรใช้กลยุทธ์ทางการตลาด ดึงเยาวชนตกเป็นกลุ่มเป้าหมาย

ดร.เคอร์รี่  กล่าวถึงมาตรการสำคัญอย่างการเก็บภาษีในประเทศออสเตรเลีย ที่เป็นประสบการณ์เพื่อนำมาปรับใช้ในประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาเพื่อหลีกเลี่ยงรับสปอนเซอร์จากธุรกิจแอลกอฮอล์ว่า  ประเทศออสเตรเลียบางรัฐมีการเก็บภาษีไปสนับสนุนวงการกีฬาโดยตรง ซึ่งมีเงื่อนไขสำคัญคือต้องไม่รับเงินสปอนเซอร์จากภาคธุรกิจแอลกอฮอล์  โดยมีการมาตรการทางภาษีหรือเรียกว่า Tax from Alcopops 

ทั้งนี้รัฐบาลออสเตรเลียได้วางภาษีพิเศษเกี่ยวกับ Alcopops หรือคนไทยรู้จักในนามสุราหน้าเด็ก หมายถึงเครื่องดื่มที่ปรุงแต่งเทียบเคียงด้วยรสชาติน้ำหวานและผลไม้แต่ที่แท้คือสุราเต็มตัวซึ่งมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์มากกว่าเบียร์ โดยจะนำเงินไปสนับสนุนหน่วยงานรัฐที่เรียกว่า Australian National Preventative Health Agency (ANPHA)  ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีโครงสร้างพื้นฐานในการป้องกันสุขภาพและมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสุขภาพชาวออสเตรเลียทั้งหมด เพื่อพัฒนาวงการกีฬาโดยไม่ต้องรับการสนับสนุนจากฝั่งธุรกิจแอลกอฮอล์

“ข้อจำกัดของกฎหมายยังมีความอ่อนแอ ทั้งเรื่องนโยบายและการบังคับใช้ โดยเฉพาะการจำกัดการโฆษณาในช่วงเวลาที่เด็กดู เช่น ออสเตรเลียมีการแบนโฆษณา แต่กลับยอมให้มีการถ่ายทอดสดกีฬา ที่กระตุ้นให้เด็กดื่ม และจากการศึกษาหลังสองทุ่มครึ่งยังมีเด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังชมโฆษณา ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องเข้ามามีบทบาทในเรื่องนี้และต้องผลักดันการเปลี่ยนแปลงนโยบายเพื่อให้มีประสิทธิภาพ องค์กรหรือหน่วยงานด้านสาธารณสุขควรเป็นผู้นำในการทำงานด้านนี้ นอกจากนี้การบังคับใช้จะต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน สิ่งสำคัญคือ หากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีราคาสูง จะช่วยลดการดื่มได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน และกลุ่มนักดื่มหนัก” นักวิจัยกล่าว            

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท