
สธ.ชี้ไอซ์ไม่ช่วยลดอ้วน
สาธารณสุข ระบุ ไอซ์ไม่ได้ช่วยลดความอ้วน เสพแล้วร่างกายทรุดโทรม สมองถูกทำลาย
สาธารณสุข ระบุ ไอซ์ไม่ได้ช่วยลดความอ้วน เสพแล้วร่างกายทรุดโทรม สมองถูกทำลาย
นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ว่ามีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบอย่างต่อเนื่อง เป็นข้อสังเกตว่า ในระยะหลังๆ นี้ ได้พยายามดึงดูดกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เป็นวัยอยากรู้อยากลอง โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงให้เสพยาไอซ์ โดยสร้างความเชื่อปลูกฝังค่านิยมผิดๆ ว่าเป็นยาของคนมีเงิน หรือกลุ่มไฮโซ เสพแล้วจะทำให้ผอม ผิวพรรณดี ไม่มีกลิ่นตัว ทั้งที่จริงแล้วยาชนิดนี้เป็นเมทแอมเฟตามีน สารตัวเดียวกับที่ใช้ทำยาบ้า ที่นิยมใช้กันในกลุ่มคนใช้แรงงานขับรถระยะเวลานาน เช่น รถสิบล้อ รถส่งของ แต่สร้างภาพเพื่อยกระดับให้มีราคาสูงขึ้น
รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ยาชนิดนี้ เมื่อเสพแล้วจะทำให้ไม่เกิดความอยากอาหาร ผู้เสพจึงผอมลง เมื่อเสพติตต่อกันในระยะยาว จะทำให้ร่างกายทรุดโทรม เซลล์ประสาทสมองจะถูทำลาย ทำให้ความคิดไม่ว่องไว ไม่เป็นเหตุเป็นผล ความจำไม่ดี หากเสพเกินขนาด จะเกิดพิษเฉียบพลัน ทำให้หัวใจเต้นเร็ว เต้นผิดจังหวะ เกิดปัญหาหัวใจวายเฉียบพลัน เสียชีวิตได้ง่ายๆ บางรายอาจเกิดอาการประสาทหลอน เกิดอุบัติเหตุได้ ที่น่าห่วงคือ คนที่เสพไอซ์จะมีอาการเหมือนคนเสพยาบ้า เนื่องจากสารเมทแอมเฟตามีนจะออกฤทธิ์กระตุ้นจิตประสาท เช่น กระฉับกระเฉง อารมณ์ดีผิดปกติ นอนไม่หลับ ไม่อยากกินอาหาร แต่อาการจะรุนแรงกว่าและเกิดอาการทางจิตประสาทได้เร็วกว่ายาบ้า เนื่องจากไอซ์เป็นเมทแอมเฟตามีน ที่ทำให้ตกผลึกเป็นเกล็ด ฤทธิ์จึงมีความเข้มข้นสูงมากกว่าร้อยละ 90 ขณะที่ยาบ้าเป็นเมทแอมเฟตามีนที่มีส่วนผสมอื่นๆ เพื่อทำให้มีลักษณะเป็นเม็ด
ทั้งนี้ จากข้อมูลของสถาบันธัญญารักษ์พบว่า ในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา ผู้ที่เข้ารับการบำบัดสารเมทแอมเฟตามีนเป็นผู้เสพไอซ์อย่างเดียว เสพไอซ์ร่วมกับยาบ้าหรือสารเสพติดอื่นๆ เข้ารับการบำบัดเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 20-30 จากเดิมที่เป็นผู้เสพยาบ้าอย่างเดียว ที่น่าห่วงไปกว่านั้น พบว่าผู้เข้ารับการบำบัดมีอาการทางจิตร่วมด้วย เช่น ประสาทหลอน หวาดระแวงเพิ่มขึ้น จากเดิมที่เคยพบเพียงร้อยละ 20 เพิ่มเป็นประมาณร้อยละ 45 ในปี 2555







