
อาเซียน
หอการค้าและอุตสาหกรรมอาเซียน (ASEAN CCI) เป็นการรวมกลุ่มของภาคธุรกิจเอกชนของประเทศต่างๆ ในสมาคมอาเซียน
หอการค้าและอุตสาหกรรมอาเซียน (ASEAN CCI) เป็นการรวมกลุ่มของภาคธุรกิจเอกชนของประเทศต่างๆ ในสมาคมอาเซียน แต่ละประเทศจะแต่งตั้งคณะผู้แทนของตนเข้าร่วมประชุมและจัดกิจกรรมร่วมกัน ประธานของอาเซียน ซีซีไอ จะหมุนเวียนไปตามประเทศต่างๆ ตามตัวอักษรเช่นเดียวกับประธานอาเซียนในส่วนของภาครัฐ มีการประชุมใหญ่ร่วมกันอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง มีคณะทำงานชุดต่างๆ เช่น คณะทำงานทางการค้า อุตสาหกรรม การเงิน และท่องเที่ยว เป็นต้น แต่ละคณะทำงานจัดประชุมเพื่อหารือส่งเสริมธุรกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน และนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ เพื่อนำเสนอต่อภาครัฐต่อไป
ในประเทศไทยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ซึ่งประกอบด้วย หอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เป็นผู้แทนของประเทศในคณะกรรมการอาเซียน ซีซีไอ ประธานสภาอุตสาห กรรมแห่งประเทศไทย ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะถาวรของฝ่ายไทย ในช่วงระยะนั้นผู้นำฝ่ายไทย คือ คุณพงส์ สารสิน คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา คุณอานันท์ ปันยารชุน และคุณโชคชัย อักษรนันท์ เป็นต้น
ในระยะแรกๆ ที่มีการรวมกลุ่มเป็นสมาคมอาเซียน การค้าต่างประเทศในอาเซียนระหว่างกันมีน้อยมาก ทุกประเทศให้ความสนใจค้าขายกับประเทศใหญ่ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศในอียูเป็นหลัก ต่อมาเมื่อการรวมตัวเริ่มเป็นปึกแผ่นขึ้น มีการลดภาษีให้กันและกันเพื่อลดต้นทุนของสินค้า การค้าระหว่างอาเซียนจึงขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว
ในปี 2550 ถึงแม้ว่าอัตราภาษียังไม่เป็นศูนย์ทุกสินค้าก็ตาม การค้าระหว่างประเทศในอาเซียนนั้นมีสัดส่วนถึงร้อยละยี่สิบห้าของการค้าต่างประเทศของประเทศไทยทั้งหมดแล้ว
ย้อนหลังไปเมื่อปี 2530 อาเซียนมีอายุครบ 20 ปี มีคนจำนวนหนึ่งตั้งข้อสงสัยว่า อาเซียนจะไปรอดหรือไม่
ผมจำได้ว่า ในงานฉลอง 20 ปีครั้งนั้น มีนักข่าวต่างประเทศคนหนึ่งลุกขึ้นมากล่าวปรามาสว่า การรวมตัวของอาเซียนจะไม่ก้าวหน้าไปไหน เพราะแต่ละประเทศมีความเห็นแก่ตัวมากกว่าส่วนรวม
คำทำนายนี้เกือบเป็นความจริง เมื่ออีกสิบปีต่อมา เกิดวิกฤตการทางการเงินในภูมิภาคเอเชียที่ประเทศไทยเป็นต้นเหตุ วิกฤตที่เรารู้จักกันในชื่อต้มยำกุ้ง และเกือบทำให้ประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ล่มสลาย แต่แล้วความร่วมมือที่จะพยุงสถานการณ์ในภูมิภาคนี้ไว้ก็เกิดขึ้น และในที่สุดเราก็ผ่านพ้นวิกฤตนั้นมา เกิดความแข็งแกร่งและเกิดความร่วมมือกันมากขึ้น อาเซียนขยายวงจาก 5 ประเทศเมื่อเริ่มต้นเป็น 9 ประเทศในที่สุด
ณ วันนี้ความสัมพันธ์และความร่วมมือภายในกลุ่มประเทศอาเซียนได้ก้าวหน้าไปถึงขั้นมีข้อตกลงที่จะรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนภายในปี ค.ศ. 2015 การเป็นประชาคมอาเซียนหมายถึงความตั้งใจที่จะรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม และในที่สุดอาจนำไปสู่ข้อตกลงที่จะรวมเป็นตลาดเดียวกัน (Common Market) เช่น สหพันธ์ยุโรป (European Union EU) ได้
สำหรับการเจรจาการค้ากับประเทศญี่ปุ่น ผู้แทนภาคเอกชนญี่ปุ่นที่ร่วมประชุมกับฝ่ายไทยคือ เคดันเรน (Keidanren)
เคดันเรนเป็นองค์กรเอกชนที่มีบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่นเป็นสมาชิก บริษัทเหล่านี้เป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของญี่ปุ่น มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลญี่ปุ่นมาทุกยุคทุกสมัย เป็นฐานการเมืองที่สำคัญของพรรค Liberal Democratic Party (LDP) ที่เป็นรัฐบาลต่อเนื่องมายาวนานตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พอจะกล่าวได้ว่า นโยบายเศรษฐกิจของเคดันเรน คือ นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลญี่ปุ่นในยุคนั้น
ในระยะแรกๆ การเจรจาระหว่างเอกชนไทยและเอกชนญี่ปุ่นเน้นหนักไปทางกำหนดประเภทและปริมาณของสินค้าที่ทางญี่ปุ่นตกลงจะนำเข้าจากประเทศไทย เพื่อชดเชยกับการที่ประเทศไทยต้องขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่น เพราะเราซื้อสินค้าจากญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก ต่อมาขอบข่ายของการเจรจาขยายไปถึงการช่วยเหลือทางเทคนิคและการเงิน ตลอดไปจนถึงการลงทุนในประเทศไทย เพื่อยกระดับคุณภาพของสินค้าที่เหมาะสมที่จะส่งไปขายในญี่ปุ่น
ปัจจุบันความร่วมมือระหว่างไทยญี่ปุ่น ขยายไปถึงการลงทุนและการค้าร่วมกับกลุ่มประเทศในลุ่มแม่น้ำโขงด้วย
การเจรจาการค้าเสรีระหว่างไทยและญี่ปุ่นริเริ่มมาตั้งแต่สมัยนั้น แรกๆ เป็นการลดภาษีศุลกากรของบางสินค้าให้กับประเทศไทยก่อน ได้แก่ สินค้าอาหารเป็นหลัก ต่อมาการเจรจาเริ่มมีข้อตกลงที่จะมีข้อแลกเปลี่ยนในการที่จะลดภาษีศุลกากรให้กับทั้งสองฝ่าย ข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจเพื่อสนับสนุนการค้าเสรี 2 ฝ่าย เสร็จสมบูรณ์และมีผลใช้บังคับเมื่อปี 2547 ในสมัยที่ผมปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ถือว่าเป็นผลงานที่น่าภูมิใจชิ้นหนึ่ง
ผลงานชิ้นนี้คงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้มอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “The Order of the Rising Sun, Gold and Silver Star” ให้ผมในปี 2554 เครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระจักรพรรดิ ในพระราชวังที่กรุงโตเกียว
อ่านต่อฉบับหน้า







