
ยอม?
ในระบอบประชาธิปไตยการเลือกตั้งและทางเลือกเชิงนโยบายที่พรรคการเมืองต่างๆ แข่งขันกันนำเสนอ คือกระบวนการสำคัญสำหรับรวบรวมข้อเรียกร้องต้องการ
โดย...ศุภมิตร ปิติพัฒน์
ในระบอบประชาธิปไตยการเลือกตั้งและทางเลือกเชิงนโยบายที่พรรคการเมืองต่างๆ แข่งขันกันนำเสนอ คือกระบวนการสำคัญสำหรับรวบรวมข้อเรียกร้องต้องการของประชาชนแต่ละฝ่าย แปรออกมาเป็นอาณัติของส่วนรวมสำหรับการเข้าสู่อำนาจปกครองและใช้อำนาจนั้นดำเนินนโยบายที่ผูกพันสมาชิกทุกคนในสังคมการเมืองให้เป็นผู้รับผลลัพธ์
แต่ผลลัพธ์นั้นเป็นผลได้และผลเสียที่กระจายแก่คนกลุ่มต่างๆ มากน้อยไม่เท่ากัน
ในระบอบประชาธิปไตย ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งต่างมีคนละหนึ่งเสียงเท่ากันที่จะใช้นำไปแลกนักการเมือง พรรคและนโยบายที่ตนต้องการ แต่การแลกนี้ต่างจากการเอาทรัพย์ที่เรามีหนึ่งหน่วยไปแลกของในตลาด
การซื้อขายแลกเปลี่ยนในตลาดนั้น ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดจนเกินไปก็ได้ของตามที่อยากได้และตั้งใจเลือก แต่การลงคะแนนเสียงโดยหวังจะได้นักการเมือง พรรค และนโยบายที่ตนต้องการนั้น ผลของการแลกไม่ทำให้ผู้แลกได้อย่างที่หวังไว้ทั้งหมดเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งความหวังที่เกี่ยวกับนโยบายและผลจากการดำเนินนโยบาย
ในระบอบประชาธิปไตยมีวิธีการหลายรูปแบบสำหรับเลือกคนเป็นผู้แทนของประชาชน รวมทั้งการทำให้สภาของผู้แทนสามารถสะท้อนเป็นตัวแทนของข้อเรียกร้องต้องการและข้อเท็จจริงของความแตกต่างหลากหลายในสังคมการเมืองนั้นได้ในหลายลักษณะ
แต่เสียงข้างมากกับเสียงข้างน้อยจะถูกนำเสนออยู่ในการเลือกผู้แทนราษฎร ที่จะก่อให้เกิดสำนึกถึงความเป็นตัวแทนของประชาชนทุกฝ่าย ทั้งที่เป็นเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย ทั้งที่มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มก้อนและที่ขาดการจัดตั้ง ทั้งที่มีอิทธิพลและอ่อนพลังผลักดันได้ดีและมากน้อยเพียงใด มิได้ขึ้นอยู่กับอาณัติจากชัยชนะของผลการเลือกตั้ง เท่ากับวิธีการที่ใช้ในการเลือกตั้งและกลไกเชิงสถาบันอื่นๆ สำหรับกำกับและตรวจสอบการทำงานของระบอบการเมือง
ในระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้งเป็นกลไกสำคัญจำเป็นสำหรับกำกับและตรวจสอบการทำงานของระบอบการเมือง แต่กลไกนี้โดยลำพังยังไม่เพียงพอสำหรับภารกิจดังกล่าว
ตัวอย่างที่ได้รับการพูดถึงเสมอคือการที่รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐในด้านหนึ่งถูกยึดกุมโดยกลุ่มผลประโยชน์ และดำเนินนโยบายจัดสรร “ค่าเช่า” ตอบแทนกลุ่มเหล่านั้นเป็นการเฉพาะ ส่วนอีกด้านหนึ่งผูกติดอยู่กับการเลือกดำเนินนโยบายที่ใช้งบประมาณของรัฐเหมือนกับเป็นสาธารณสมบัติของกลางที่มีไว้สำหรับการแจกจ่ายลงไปตามจักรกลของพรรค เพื่อรักษาฐานสนับสนุนทางการเมืองในเขตเลือกตั้ง
ในระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้งจึงอาจเป็นไปโดยอิสระและสมัครใจ แต่ผลของการเลือกตั้งสร้างผลลัพธ์ให้คนยอมรับได้โดยสมัครใจหรือไม่ ถ้าสุดท้ายแล้วเขาไม่ได้อย่างที่หวัง หรือถ้าเขาต้องเป็นผู้รับผลเสีย หรือเป็นผู้เสียสละ หรือเสียผลประโยชน์ที่เคยได้จากการดำเนินนโยบายที่เกิดขึ้น หรือถ้าเขาเห็นว่ายังมีวิธีการเลือกตั้งแบบอื่นที่จะได้มาซึ่งผู้แทนราษฎรที่สะท้อนเป็นตัวแทนของความหลากหลายในสังคมการเมืองและผลประโยชน์ของเขาได้ดีกว่า
แล้วทำไมคนจึงยอม?
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะหนีไม่พ้น นอกจากบุคคลนั้นจะสามารถเลือกออกไปอยู่ที่อื่น ที่ระบบการเมืองสามารถตอบสนองความต้องการของเขาได้ดีกว่า โลกาภิวัตน์อาจจะเปิดเสรีในหลายมิติ แต่คงยากที่จะเห็นวันที่เปิดให้คนในโลกมีสิทธิเสรีที่จะเลือกการเป็นพลเมืองในสังคมการเมืองที่ตนต้องการได้ตามใจชอบ
คำตอบอีกส่วนหนึ่งของการยอม คือการเห็นพ้องว่าระบอบการเมืองอื่นให้ผลลัพธ์ที่ไม่น่าพิสมัยยิ่งกว่าระบอบประชาธิปไตย คติความเชื่อที่อุดหนุนการยอมรับประชาธิปไตยว่าเป็นระบอบการเมืองที่ดีที่สุดสำหรับโลกสมัยใหม่มีอยู่หลายประการ ที่ช่วยให้คนที่ไม่พอใจผลลัพธ์คิดหาทางเปลี่ยนแปลงผลของมัน มิใช่เพื่อหาทางเปลี่ยนแปลงระบอบ
เช่น ความเชื่อที่ว่า ระบอบนี้ดีกว่าระบอบอื่นในการรักษาเสรีภาพ และช่วยให้ฝ่ายต่างๆ สามารถบรรลุข้อตกลงระหว่างกันและยอมกันได้ เพื่อจะกลับมาแข่งขันกันใหม่ โดยไม่มีใครฝ่ายไหนสามารถกำหนดผลลัพธ์ในกระบวนการทางการเมืองและการแข่งขันให้เป็นไปอย่างที่ตนต้องการได้ตลอดไปแต่เพียงฝ่ายเดียว
แต่ความเชื่อข้างต้นของระบอบประชาธิปไตยต้องพิจารณาจากการทำงานจริงของระบอบนี้ในสังคมการเมืองแต่ละแห่ง เพราะข้อเรียกร้องต้องการ ปฏิสัมพันธ์ และการต่อสู้แข่งขันกันระหว่างคนกลุ่มต่างๆ ในสังคมการเมืองประชาธิปไตย มีโอกาสก่อปัญหาหลายประการที่จะนำสังคมไปสู่การติดกับดัก และยิ่งถ้าขาดกลไกกำกับดูแลเชิงสถาบันอย่างเหมาะสม กับดักเหล่านั้นก็จะสร้างข้อจำกัดต่อการทำงานของระบอบ ทั้งในแง่ประสิทธิภาพและสัมฤทธิผลเชิงนโยบาย และในแง่การรักษาความน่าเชื่อถือและความชอบธรรมของกระบวนการทางการเมือง
และถ้าคนต่างฝ่ายเห็นว่ากระบวนการในระบอบการเมืองนั้นเองที่มีปัญหาความไม่ชอบมาพากลหรือความฉ้อฉลมากขึ้นเท่าใด และยิ่งถ้าผลดังกล่าวผสมด้วยความไร้ประสิทธิภาพและขาดสัมฤทธิผลในเชิงนโยบายในทิศทางที่พึงปรารถนา ความอดทนยอมรับผลที่งอกออกมาจากกระบวนการนั้นก็ยิ่งลดน้อยลงเป็นลำดับ ผกผันกับความไม่ยอมที่จะเพิ่มมากขึ้น
ใครจะเป็นคนปลดกับดัก ที่สามารถนำการยินยอมโดยสมัครใจกลับคืนมา?







