
คนศรีสะเกษวอนเปิดเที่ยวผามออีแดงถาวรบูมเศรษฐกิจ
ศรีสะเกษวอนรัฐเปิดเที่ยวอุทยาน“เขาวิหาร” ถาวรเพื่อฟื้นชีพเศรษฐกิจการค้าชายแดน
ศรีสะเกษวอนรัฐเปิดเที่ยวอุทยาน“เขาวิหาร” ถาวรเพื่อฟื้นชีพเศรษฐกิจการค้าชายแดน
นายทิวา รุ้งแก้ว ประธานคณะกรรมการประสานงานเพื่อพัฒนาจังหวัดศรีสะเกษ (คปส.) กล่าวว่า จากการที่ จ.ศรีสะเกษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เปิดการท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแห่งชาติเขาพระวิหาร ชายแดนไทย-กัมพูชา ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เป็นการชั่วคราวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 10 - 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ได้มีบรรดาประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศพากันหลั่งไหลมาเที่ยวชมอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารกันเป็นจำนวนหลายหมื่นคน
ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้าและการท่องเที่ยวของจ.ศรีสะเกษ ที่ซบเซาอย่างหนักมานานได้ฟื้นคืนมาอีกครั้งหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาพ่อค้าแม่ค้าในท้องถิ่น ซึ่งเป็นชาวบ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย และ หมู่บ้านใกล้เคียงในเขต ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้มีโอกาสค้าขายสินค้าของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์ชุมนุม รวมทั้งอาหารพื้นบ้าน เช่น ไก่ย่าง ส้มตำ และผลไม้ ต่างๆ ให้กับนักท่องเที่ยว ก่อให้เกิดเงินสะพัดในพื้นที่ นับเป็นการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการและชาวบ้านในระดับรากหญ้าตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นอย่างดี
ดังนั้น ตนเห็นว่า ขณะนี้สถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร ได้กลับคืนสู่ภาวะปกติแล้ว อีกทั้งทหารไทยและทหารกัมพูชาต่างมีมิตรไมตรีที่ดีต่อกัน ไม่ได้เผชิญหน้ากระทบกระทั่งหรือปะทะกันด้วยอาวุธอีกแต่อย่างใด ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสอันดีในการที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน จะได้ร่วมกันส่งเสริมกระตุ้นเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว ชายแดนไทย-กัมพูชา ทางด้าน จ.ศรีสะเกษให้ฟื้นกลับมาคึกคักอีกครั้ง
“จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ควรเปิดอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหารให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมได้ตามปกติเป็นการถาวร ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าและการท่องเที่ยวของ จ.ศรีสะเกษ และเพื่อให้ผู้ประกอบการ ชาวบ้านได้มีโอกาสประกอบธุรกิจ ค้าขาย สร้างรายได้หล่อเลี้ยงกิจการและครอบครัวเหมือนอดีตที่ผ่านมา” นายทิวา กล่าว







